"แพท ณปภา" ขอบพระคุณคุณแม่ ที่ทำให้หนูได้ทำหน้าที่ลูก เพิ่งรู้ตัวว่ามีน้องชายอีก 1 คน

"แพท ณปภา" ขอบพระคุณคุณแม่ ที่ทำให้หนูได้ทำหน้าที่ลูก เพิ่งรู้ตัวว่ามีน้องชายอีก 1 คน

ได้มีโอกาสออกมาเปิดใจเป็นครั้งแรก ถึงข่าวคราวการสูญเสียคุณแม่ผู้ให้กำเนิด ที่ไม่เคยแม้แต่จะได้เจอหน้า หรือพูดคุยกันในวันที่ยังมีลมหายใจ สำหรับนักแสดงสาว แพท-ณปภา ตันตระกูล ซึ่งเธอได้เผยกลางงาน Manila Brand ว่า ในวันที่ทราบข่าวตัวเธอเองก็รู้สึกช็อกและตกใจเป็นอย่างมาก แต่ก็ต้องขอขอบพระคุณคุณแม่ ที่ทำให้เธอได้มีโอกาสทำหน้าที่ของลูกเป็นครั้งสุดท้าย ก่อนเผยความจริงเรื่องที่เพิ่งได้ทราบว่าตนเองมีน้องชายอีก 1 คน แถมยังมีอายุห่างกันแค่ปีเดียว

>> "แพท ณปภา" ร่ำไห้รับรู้ความจริงแล้ว เหตุ 33 ปีไม่เคยเจอหน้าแม่แท้ๆ

ขออนุญาตถามถึงข่าวคราวการสูญเสียคุณแม่ ?
"เรื่องคุณแม่ก็ถือว่าเป็นประสบการณ์ใหม่ของเราเหมือนกันค่ะ เพราะเราไม่เคยรู้รายละเอียดเลยเกี่ยวกับคุณแม่ แต่โชคดีที่ญาติฝั่งคุณแม่ รวมถึงน้องชายเข้ามาช่วยดูแลให้หมดเลย ในขณะที่ตัวเราเองก็ช่วยดูแลเรื่องค่าใช้จ่ายไป ช่วยกันเต็มที่ค่ะ สำหรับบรรยากาศตอนที่เดินทางไปหาท่าน ก็ยอมรับค่ะว่าตื่นเต้น เพราะเราไม่เคยเจอญาติฝั่งคุณแม่เลยแม้แต่คนเดียว และก็ไม่เคยรู้เลยด้วยซ้ำว่าตัวเองมีน้องชายด้วย ถามน้องชายยังอายุห่างจากเราแค่ 1 ปีเอง คือเป็นวันแรกเลยจริงๆ ที่ได้เจอญาติ เจอครอบครัวของคุณแม่ทั้งหมด"

"ตอนแรกน้องชายเขาก็ตื่นเต้นเหมือนกันค่ะ เพราะเขาก็ไม่เคยคิดเลยเหมือนกันว่าเขาจะมีพี่สาว คือเขารู้รายละเอียดแค่ว่าเขามีพี่เป็นดารานะ แต่ไม่รู้ว่าเป็นใคร เพราะเขาไม่เคยเห็น แถมเราทั้งคู่ก็ยังไม่เคยติดต่อกันมาก่อน จนกระทั่งวันหนึ่ง น้องสาวของคุณพ่อถามเขาขึ้นมาว่า 'ปอนด์รู้สึกอย่างไรบ้างที่มีพี่สาว' ตอนนั้นเขาก็ตอบกลับไปว่า 'แค่มีพี่สาวเขาก็ตื่นเต้นแล้ว แต่นี่พี่สาวผมยังเป็นดาราอีก ผมก็เลยยิ่งไม่รู้ว่าจะต้องพูดกับพี่คำแรกอย่างไร' วันนั้นเราก็เลยบอกเขาไปว่า 'ไม่เป็นไร เราก็คุยกัน ทักกันปกตินี่แหละ' ทุกวันนี้เราก็ยังมีการติดต่อกันอยู่บ้างค่ะเพราะเมื่อไม่กี่วันก่อนก็เพิ่งจะทำบุญครบรอบ 7 วันไป แต่เดี๋ยวก็จะต้องมีการทำบุญ 100 วันอีกที"

จะมีโอกาสไปมาหาสู่กันบ่อยขึ้นไหม ?
"อันนี้ก็คงต้องขึ้นอยู่กับทางเขาด้วยเหมือนกัน เพราะเราก็ชวนเขามา เนื่องจากเราเองไม่ค่อยว่าง แถมเขาอยู่แถวๆ เชียงรากด้วย ซึ่งถือว่าค่อนข้างไกล ดังนั้นเราก็เลยบอกกับเขาไปว่า ถ้าหากว่างเมื่อไหร่ก็มาหาเราที่บ้านได้เลยนะ มาอยู่กับเราที่บ้านได้เลย ดีใจมากค่ะ ที่น้องเป็นคนเก่ง ดีใจแทนคุณแม่มากๆ สามารถพูดได้เลยว่าคุณแม่สบายใจได้แล้ว เพราะลูกคนโตก็สามารถเอาตัวรอดได้ ส่วนคนที่สองก็เก่งมาก เขาเป็นถึงผู้รับเหมา"

แสดงว่าเราอยากให้น้องมาอยู่กับเราที่บ้านด้วย ?
"คือน้องเขามีครอบครัวแล้วค่ะ แต่ถ้าหากเขาได้มีโอกาสมาเที่ยวกรุงเทพ ก็อยากจะให้เขามาสนุกสนานกับครอบครัวที่นี่ มาพบปะกับครอบครัวของเรา"

ตอนนี้เราเจอคุณแม่ครั้งแรกความรู้สึกเป็นอย่างไรบ้าง ?
"มันก็เหมือนเป็นทั้งวันแรกและวันสุดท้ายนะคะ มันก็มีความรู้สึกช็อกอยู่นิดหน่อย วันนั้นก็ถามคุณตาคุณยายเหมือนกันค่ะว่า ทำไมคุณแม่ถึงเลือกที่จะไม่บอกเราว่าท่านกำลังป่วย ทั้งๆ ที่เราก็ส่งข้อความแชทพูดคุยกันตลอด แต่คุณแม่ไม่เคยพูดอะไรให้ฟังเลยเกี่ยวกับอาการป่วยของท่าน และก็ไม่เคยส่งรูปตอนที่ท่านป่วยให้ดูเลยด้วย ซึ่งรูปส่วนใหญ่ที่คุณแม่ส่งมาให้ดู ก็จะเป็นรูปสมัยที่ท่านยังสาว หรือตอนที่ท่านยังไม่ป่วย"

"วันนั้นคุณตาคุณยายก็ให้คำตอบว่า คุณแม่ท่านไม่อยากให้เรารู้ แถมช่วงที่เราเริ่มคุยกับแม่ก็เป็นช่วงที่ท่านเริ่มเดินไม่ค่อยไหวแล้วด้วย เหมือนท่านไม่อยากให้เราเห็นว่าท่านไม่ค่อยสบาย คุณตาคุณยายยังบอกอีกว่า แม่ยังเคยไปแอบดูเวลาแพททำงานที่พัทยาเลย แต่แม่ก็ไม่เคยบอกอะไรแพท เหมือนท่านไม่อยากให้เราเห็นจริงๆ กระทั่งในช่วงวินาทีสุดท้ายคุณตาคุณยายบอกว่าคุณแม่อยากเจอเรา"

เราได้บอกอะไรกับคุณแม่บ้างในวันที่ไปส่งท่าน ?
"ก็ขอบคุณคุณแม่ค่ะ ขอบคุณที่ยังนึกถึงและยังมีกันและกันมาเสมอ ขอบคุณคุณแม่มากๆ ที่คุณแม่ทำให้แพทมีโอกาสได้ทำหน้าที่ของลูกในวันสุดท้าย"

อัปเดตอาการป่วยของคุณย่าบ้าง ล่าสุดเห็นเราบอกว่าท่านอาการดีขึ้นมาก ?
"ใช่ค่ะ ก็คือเป็นวันที่ช็อกกันทั้งบ้านเลย เพราะที่ผ่านมาเราดูแลท่านแบบเป็นปกติทุกวันๆ จนลืมไปเลยว่าท่านชอบอะไร กระทั่งได้มีโอกาสคุยกับคุณพ่อ และคุณพ่อก็บอกว่าสมัยก่อนคุณย่าชอบฟังเพลงจีนมาก หลังจากนั้นเราก็เลยเปิดเพลงจีนให้ท่านฟังอยู่บ่อยๆ ซึ่งในวันนั้น วันที่เราช็อกนี่แหละ มันเหมือนกับว่าท่านอยากจะร้องเพลง ท่านคล้ายๆ จะขยับปากเหมือนจะพูดกับเรา ท่านจับมือเรา ดึงมือเรา จนเราแบบตกใจมาก เพราะเราไม่ได้เห็นอะไรแบบนี้มานานมากแล้ว วันนั้นเป็นวันที่ทุกอย่างดีมากๆ ค่ะ จนตัวเราเองยังมือสั่นเลย ไม่คิดเลยจริงๆ ว่าจะมีโอกาสได้เห็นภาพนั้น แต่ทุกวันนี้คุณแม่ก็อาการทรงๆ ค่ะ ชื่นใจมากๆ เพราะที่ผ่านมาเราจะพูดกับแม่ตลอดว่าเมื่อไหร่แม่จะตอบเรานะ เพราะเราอยากจะให้ท่านพูดกับเราได้ ไม่ว่าจะพูดคำว่าอะไรก็ได้ ขอแค่ให้ท่านพูด แต่ถึงยังไงก็แค่ท่านอยู่กับเรา เป็นกำลังใจให้เรา ได้เห็นท่านกินข้าวทุกๆ วัน เราก็มีความสุขมากแล้ว"

>> "แพท ณปภา" อาลัยรักส่งแม่ครั้งสุดท้าย "เบนซ์ เรซซิ่ง" ให้กำลังใจอยู่เคียงข้าง

>> "แพท ณปภา" ตื่นเต้นดีใจมาก เผยคลิป "คุณแม่" จู่ๆ อาการดีขึ้น

IG pat_napapaแม่ลูกคู่ซี้ แพท เรซซิ่ง กับภารกิจไปโรงเรียนวันแรก

ส่วนทางด้านภาพถ่ายความน่ารักน่าเอ็นดูของ น้องเรซซิ่ง ลูกชายวัยกำลังซนของเธอ ที่เพิ่งจะมีโอกาสได้เข้าไปลองใช้ชีวิตในรั้วโรงเรียนเป็นครั้งแรก โดยมีคุณพ่อ เบนซ์-อัครกิตติ์ วรโรจน์เจริญเดช ไปร่วมส่งและให้กำลังใจกันแบบพร้อมหน้าในวันสำคัญนั้น แพท ณปภา ก็ได้เผยความรู้สึกให้เราฟังว่า

น้องเรซซิ่งไปโรงเรียนวันแรกเป็นอย่างไรบ้าง ?
"ตื่นเต้นทั้งแม่ทั้งลูกค่ะ เพราะเราคิดไว้อยู่แล้วว่าลูกเราจะต้องไม่มีโมเมนต์ร้องไห้ หรืออาลัยอาวรณ์แม่ และที่สำคัญลูกเรา ตอบได้แค่คำว่า 'Yes' ซึ่งถือว่านางฉลาดมาก เพราะไม่ว่าคุณครูจะถามอะไรนางก็ตอบ 'Yes' ทั้งหมด จนแพทเองก็เหวอ คือเเบบเขาทำได้ (ยิ้ม) และหลังจากเขาเข้าห้องเรียนไปก็ไม่เหลียวหลังมาหาแพทเลย ขนาดเราพยายามเรียกให้เขาหันมามอง เขาก็ยังโบกมือบ๊ายบาย อารมณ์ประมาณว่าทำไมแม่ไม่กลับสักที ลูก ลูกมีแม่นะ (หัวเราะ) ก็คือไม่ร้องไห้เลยค่ะ"

"ส่วนเรื่องเวลาตอนที่ไปรับกลับ จริงๆ เขาเลิกเรียนตอนบ่าย 2 แต่แพทไปรอเขาตั้งแต่บ่ายโมง ซึ่งคุณครูก็เล่าให้ฟังว่าน้องไม่ร้องไห้เลย คึกคักตลอดทั้งวัน เต้นไม่มีหยุดเลยจริงๆ แถมยังชวนเพื่อนๆ เต้นด้วย พลังงานเยอะมาก สำหรับเรื่องการเตรียมตัวไปโรงเรียน คุณครูก็บอกว่าคุณแม่ขาดของใช้ของน้องหลายอย่างเลย อย่างเช่น คุณแม่มีที่นอนกับหมอนก็จริง แต่ว่าคุณแม่ไม่มีผ้าห่มให้น้อง คุณแม่ไม่มีรองเท้าสลิปเปอร์ให้น้อง คุณแม่ไม่มีชุดน้องให้น้อง คุณแม่ไม่มีแปรงสีฟันให้น้อง และก็ฝากให้คุณแม่ช่วยเตรียมของทั้งหมดมาด้วยในวันพรุ่งนี้ (หัวเราะ) ก็รับปากคุณครูไปแล้วค่ะว่าพรุ่งนี้จะเตรียมตัวไปให้ดีที่สุด"

ปกติเราเป็นคุณแม่ที่ติดลูกมาก ความรู้สึกเป็นยังไงบ้างตอนเข้าไปโรงเรียน ?
"เป็นวันที่รู้สึกว่าเหงาค่ะ เวลาอยู่ในรถคนเดียวมันก็เงียบ ไม่มีเขามาคอยถามนู่นนั่นนี่ เพราะเขาไปโรงเรียน ก็อย่างที่บอกไงคะรีบไปรับเขาตั้งแต่บ่ายโมงเลย (ยิ้ม)"

หลังจากเลิกเรียนแล้วได้ถามน้องไหมว่า เป็นยังไงบ้างการไปโรงเรียนวันแรก ?
"ถามค่ะ เขาก็บอกว่าไม่ร้องไห้ สนุก จะไปโรงเรียนอีก ยืนยันแล้วว่ายังไงพรุ่งนี้ก็จะไปให้ได้ ซึ่งในมุมของเราเอง เราก็ได้รับรู้ถึงมุมของแก๊งผู้ปกครองที่เราไม่เคยรู้มาก่อน มีกลุ่มแชทผู้ปกครอง มีกลุ่มแม่ๆ ที่พูดคุยเรื่องขนม (ยิ้ม)"

ตอนไปส่งเขาที่โรงเรียนมีโมเมนต์น้ำตาคลอบ้างไหม ?
"แค่เกือบๆ ค่ะ แต่ด้วยความที่ลูกเราตลกไง เพราะเขาไม่เหลียวหลังมาหาเราเลย แถมวันนี้ก็เป็นวันที่คุณพ่อเขาไปส่งด้วย เรายังคุยกับคุณพ่อเขาเลยว่า ลูกไม่มองเราเลยจริงๆ นะ ซึ่งคุณพ่อเขาก็ตอบกลับมาว่า ลูกคงจะเบื่ออะไรเดิมๆ แล้ว"

แสดงว่ามีการนัดกับเบนซ์เพื่อจะไปส่งลูกที่โรงเรียนถูกไหม ?
"ใช่ค่ะ ก็มีการนัดกันและก็ไปเจอกันที่โรงเรียน นางเห่อกว่าเราอีก นางถ่ายรูปลูกทุกโมเมนต์ มีรูตรงไหนนางถ่ายหมด เยอะ ส่วนเรื่องที่เขาจะไปส่งลูกที่โรงเรียนทุกวันไหม อันนี้ก็แล้วแต่เขา แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นมันก็ต้องขึ้นอยู่กับเราด้วยเหมือนกัน เพราะถ้าหากเรามีงานแม่ลูก เราก็คงต้องลา แล้วก็ไปบอกเขาว่าลูกไปหรือไม่ไป หรือถ้าวันไหนที่เขาสะดวกไปรับก็ให้เขาไปค่ะ ก็คือแล้วแต่เขาเลย หากเขาสะดวกอะไรยังไงก็ให้เขาทักมา"

นอกจากเป็นการเปิดโลกของลูกแล้ว ก็ยังเป็นการเปิดโลกของเราในฐานะคุณแม่ด้วย ?
"ใช่ เอาจริงๆ นะเราไม่เคยคิดเลยว่าจะต้องแต่งตัวยังไงเพื่อไปรับไปส่งลูก โดยที่ให้ตัวเองดูเป็นคุณแม่ และไม่สูญเสียความเป็นตัวเอง ซึ่งมันไม่ได้มีการแต่งตัวแข่งกันอะไรเลยนะคะ แต่เราแค่กลัวว่าเราจะดูไม่เหมือนคุณแม่ก็เท่านั้นเอง ตลก ขนาดลูกเรายังแต่งตัวแน่นเลย เรซซิ่งแต่งตัวนานจนเพื่อนถามว่ามาเรียนหรือมาเดินแฟชั่นโชว์ (หัวเราะ) ก็คือเราไม่รู้ไงคะ เราฟิตติ้งกันสองคนแม่ลูกตอนกลางคืนก่อนไปโรงเรียน มันก็เลยเป็นสาเหตุที่ทำให้ลืมของใช้บางอย่างของลูกไง"

เรื่องค่าเทอมเรากับพี่เบนซ์จัดการกันอย่างไร ?
"เราแบ่งกันคนละครึ่งค่ะ คือมันเป็นความตั้งใจของเราทั้งคู่อยู่แล้วที่อยากให้ลูกเรียนอินเตอร์ แต่ก็คือจะให้เขาทดลองไปก่อน 4 ปี ถ้าหากแม่สามารถไปต่อไหว เราก็จะไปค่ะ"

>> "แพท ณปภา" ส่องลูกชาย "เรซซิ่ง" ไปโรงเรียนวันแรกถึงกับตะลึงไปเลย

>> ส่องภาพเต็ม "แพท-เบนซ์" แท็คทีมมาส่งน้องเรซซิ่ง เข้าเรียนวันแรก

ติดตามSanook! News

ข่าวด่วน เกาะกระแสข่าวดัง บน Facebook คลิกที่นี่ และร่วมเป็นแฟนเพจเราบน Facebook.. ได้ที่นี่เลย!!