ชาวนาสุรินทร์เสียสละ ยอมปล่อยข้าวยืนต้นตาย เพื่อให้คนในเมืองมีน้ำประปาใช้

ชาวนาสุรินทร์เสียสละ ยอมปล่อยข้าวยืนต้นตาย เพื่อให้คนในเมืองมีน้ำประปาใช้
Sanook! Regional

สนับสนุนเนื้อหา

(9 ส.ค. 62) ผู้สื่อข่าวรายงานถึงสถานการณ์ภัยแล้ง หลังจากที่อ่างเก็บน้ำห้วยเสนง ต.เฉนียง อ.เมือง จ.สุรินทร์ แห้งขอดไม่มีน้ำดิบผลิตน้ำประปาเลี้ยงคนชุมชนในเมืองอย่างเพียงพอมาร่วมเดือน และในช่วง 1 สัปดาห์นี้ ยิ่งหนักเข้าไปอีกเนื่องจากน้ำประปาไหลในบางช่วงเวลาเฉพาะในเขตเทศบาลที่อยู่ใจกลางเมือง ขณะที่ชุมชนรอบนอกน้ำไม่ไหลเลย ทำให้ประชาชนต้องน้ำภาชนะที่ใช้รองน้ำต่างๆ มาวางไว้ที่หน้าบ้านของตนเอง เพื่อรอให้หน่วยงานในพื้นที่ๆ เกี่ยวข้องบรรทุกน้ำมาแจกจ่ายให้กับประชาชน แม้จะยังไม่เพียงพอและทั่วถึง แต่ประชาชนบางส่วนก็ต่างช่วยเหลือตัวเองด้วยการไปซื้อน้ำจากพ่อค่าเร่ขายน้ำ เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนให้กับตนเองในเบื้องต้น

ล่าสุด ตลอดทั้งคืนที่ผ่านมาแม้จะมีฝนตกลงมาอย่างหนักตลอดทั้งคืน จากผลพวงของมรสุมตามที่กรมอุตุนิยมวิทยาประกาศ พบปริมาณน้ำเพิ่มขึ้นเพียงเล็กน้อยเท่านั้น ขณะที่น้ำจากบ่อระเบิดหินเก่า ในพื้นที่วนอุทยานพนมสวาย  อ.เมือง จ.สุรินทร์ ที่ในช่วง 2 สัปดาห์ที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ทหาร จากมลฑลทหารบกที่ 25 ทหารจากกองกำลังสุรนารี โครงการชลประทานสุรินทร์ และการประปาส่วนภูมิภาค สาขาสุรินทร์ ได้แก้ปัญหาด้วยการต่อท่อ PE ขนาดใหญ่ เส้นผ่าศูนย์กลาง 60 ซ.ม.เพื่อสูบน้ำจากบ่อระเบิดหินเก่า ระยะทางรวม 12 กิโลเมตร มาเติมให้กับ อ่างเก็บน้ำห้วยเสนง ในการใช้เป็นน้ำดิบผลิตน้ำประปาเลี้ยงคนเมืองสุรินทร์ จนแล้วเสร็จไปแล้วนั้น

ขณะนี้พบว่ามวลน้ำบางส่วนได้เดินทางมาถึงบริเวณต้นทางของอ่างเก็บน้ำห้วยเสนง รวม 3 วันแล้ว ซึ่ง มวลน้ำค่อยไหลๆเดินทางไปตามคลองภายในอ่างเก็บน้ำที่คดเคี้ยว ไปยังบริเวณสถานีสูบน้ำดิบของการประปาส่วนภูมิภาคสาขาสุรินทร์แล้ว แต่ยังไหลมาไม่มากเท่าที่ควร เนื่องจากยังต้องเคลียร์ซากวัชพืชและสิ่งกีดขวางทางน้ำต่างๆออกให้หมดก่อน โดยมีจิตอาสา ซึ่งเป็นเจ้าหน้าที่ทหาร ต่างเร่งช่วยกันนำจอบและพลั่ว ช่วยกันขุดโกยโคลนบริเวณใกล้กับสถานีสูบน้ำดิบของ การประปาส่วนภูมิภาคสาขาสุรินทร์ เพื่อเปิดทางน้ำให้ไหลเข้ามาสะดวกและมีพื้นที่รับน้ำที่มากขึ้น เพื่อให้สามารถสูบน้ำเข้าไปได้จำนวนมาก เนื่องจากมีโคลนตมรวมอยู่บริเวณใต้สถานีสูบเป็นจำนวนมาก อีกทั้งยังไม่สามารถนำรถแบ็คโฮลงไปขุดโกยโคลนได้ เพราะเกรงว่ารถจะจมทั้งคันได้ นอกจากนี้ยังมีภาคประชาชนต่างเดินทางนำน้ำดื่มบรรจุขวดและสิ่งของต่างๆไปมอบให้กำลังใจ จนท.ทหาร จิตอาสาที่กำลังทำงานอยู่ดังกล่าว อย่างไม่ขาดสาย เป็นภาพที่น่าประทับใจเป็นอย่างยิ่ง

ส่วนน้ำจากบ่อระเบิดหินเก่าที่มีอยู่จำนวน 3 บ่อ ปริมาณน้ำทั้งหมดประมาณ 3 ล้าน ลบ.ม.โดยบ่อระเบิดหินเก่า บ่อแรกน้ำได้ลดลง จึงจำเป็นต้องชะลอการสูบน้ำลง เพื่อทำการสูบน้ำจากบ่อระเบิดหินเก่า บ่อที่ 2 อีกบ่อลงมาเติมยังบ่อแรกให้มากพอ ก่อนที่จะสูบต่อจากบ่อแรกผ่านท่อลงไปยังอ่างเก็บน้ำห้วยเสนงอีกครั้ง และหากปริมาณน้ำไหลไปถึงสถานีสูบน้ำแล้ว ก็จะสามารถสูบน้ำไปผลิตน้ำประปาได้เลย แต่อาจจะยังไม่สามารถผลิตได้มากเท่าที่ควร แต่ยังดีกว่าที่ไม่มีน้ำไปผลิตน้ำประปาให้กับประชาชนเลย อย่างไรก็ตามยังคงต้องรอประเมินดูสถานการณ์ปริมาณน้ำที่ไหลเข้ามาวันต่อวัน ว่าจะมีมากแค่ไหน ต่อไป

ขณะที่นายนิวัติ น้อยผาง รอง ผวจ.สุรินทร์ พร้อมด้วยหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้ลงพื้นที่เมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา เพื่อติดตามการแก้ไขปัญหาอย่างเร่งด่วน พร้อมเปิดเผยเพียงสั้นๆว่า พบปริมาณน้ำจากบ่อระเบิดหินเก่าไหลเข้ามาภายในอ่างเก็บน้ำห้วยเสนงแล้ว แต่ปริมาณยังน้อยอยู่ ซึ่งน้ำเพิ่มขึ้นแน่นอน จะผลิตน้ำประปาได้มากน้อยแค่ไหนก็ต้องดูที่ปริมาณน้ำที่กำลังไหลเข้ามา

นายโฉม เตือนใจ อายุ 75 ปี อยู่บ้านเลขที่ 49 บ.ยาง ม.4 ต.เฉนียง อ.เมือง จ.สุรินทร์ เปิดเผยว่า ปีนี้แล้งหนักมาก ไม่เคยเป็นอย่างนี้มาก่อน ถือว่าวิกฤตมาก ตนอายุ 70 กว่าปีแล้ว ยังไม่เคยเห็นน้ำห้วยเสนงแห้งขนาดนี้มาก่อนเลย ส่วนต้นข้าวก็ขาดน้ำจะตายหมดแล้ว นานๆ ฝนมาทีนึงก็กะปริบกะปรอย ตนเห็นเขากำลังปล่อยน้ำมาจากบ่อระเบิดหินเก่า ผ่านที่นาของตนเอง ซึ่งข้าวกำลังจะตาย หวังว่าจะได้สูบน้ำลงมายังนาข้าว แต่เขาไม่ให้สูบ เพราะต้องใช้น้ำไปผลิตประปาให้ประชาชนในเมือง ตนเองก็เข้าใจ แม้ต้นข้าวจะตายหมดก็ยินดีและไม่เป็นไร ขอให้คนในชุมชนเมืองได้มีน้ำใช้ให้พ้นวิกฤตแล้งนี้ไปให้ได้ตนเองก็ดีใจแล้ว โดยเฉพาะที่ รพ.สุรินทร์ที่ทราบว่ากำลังขาดแคลนน้ำอย่างมาก แม้กระทั่งน้ำล้างก้นก็ไม่มี

ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า ในวันพรุ่งนี้ (11 ส.ค.62) นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข พร้อมด้วย รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย จะเดินทางโดยเครื่องบิน ลงพื้นที่เพื่อติดตามการแก้ไขปัญหาภัยแล้งในพื้นที่ จ.สุรินทร์ อย่างเร่งด่วน โดยเฉพาะที่โรงพยาบาลสุรินทร์ ที่ยังคงต้องการน้ำสำรองอีกเป็นจำนวนมาก ขณะที่พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี จะเดินทางมาลงพื้นที่มาตรวจราชการที่โครงการชลประทานสุรินทร์ ต.เฉนียง อ.เมือง จ.สุรินทร์ ในวันจันทร์ที่ 19 ส.ค.62 นี้อีกด้วย

ติดตามSanook! News

ข่าวด่วน เกาะกระแสข่าวดัง บน Facebook คลิกที่นี่ และร่วมเป็นแฟนเพจเราบน Facebook.. ได้ที่นี่เลย!!