แม่ตัดสินใจให้แพทย์ยุติการรักษา น้องดิว วัย 2 ขวบ เหยื่อพี่เลี้ยงโหด

แม่ตัดสินใจให้แพทย์ยุติการรักษา น้องดิว วัย 2 ขวบ เหยื่อพี่เลี้ยงโหด
S! News (Exclusive)

สนับสนุนเนื้อหา

แม่ของน้องดิว เด็กชายวัย 2 ขวบ ที่ถูกพี่เลี้ยงทำร้ายร่างกายจนก้านสมองตาย เผยได้แจ้งแพทย์ให้ยุติการรักษา และปล่อยให้น้องจากไปอย่างสงบเอง

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า (26 ก.ค.)  นางสาวเพียงคำพร อายุ 33 ปี แม่น้องดิว เด็กชายวัย 2 ขวบ ที่ถูกพี่เลี้ยงทำร้ายจนก้านสมองตาย เปิดเผยว่า จากอาการล่าสุดของน้องเท่าที่ได้คุยกับคุณหมอแล้ว ก็คือก้านสมองของน้องดิว ได้เสียไปแล้ว และก็ได้มีการสอบถามคุณหมอแล้วว่าน้องดิว มีโอกาสที่จะฟื้นขึ้นมาหรือไม่ คุณหมอตอบว่าไม่มีเลย ตอนนี้น้องอยู่ได้แค่ยากระตุ้นหัวใจกับเครื่องช่วยหายใจเท่านั้น

ตนจึงได้แจ้งแพทย์ให้ยุติการรักษาโดยหยุดให้ยากระตุ้นแต่ยังมีเครื่องช่วยหายใจอยู่ โดยจะปล่อยให้น้องจากไปอย่างสงบเอง ซึ่งหลังจากนี้จะส่งร่างของลูกชายไปชันสูตรที่โรงพยาบาลตำรวจ

ด้าน นายมรุต อายุ 24 ปี  พ่อแท้ๆ ของน้องดิว ที่เดินทางมาจากจังหวัดสงขลา กล่าวว่า ตอนนี้ตนก็พอทำใจแล้ว และได้มีการติดต่อวัดชัยมงคล สมุทรปราการ ไว้แล้วส่วนในเรื่องพิธีการต่าง ๆ ยังคงสรุปไม่ได้เพราะต้องปรึกษากันก่อน

กรณีดังกล่าว สืบเนื่องมาจาก เมื่อวันที่ 22 ก.ค. นางสาวเพียงคำพร อายุ 33 ปี ได้เข้าแจ้งความร้องทุกข์ กับพนักงานสอบสวน สภ.พระสมุทรเจดีย์ สมุทรปราการ ว่าให้สอบสวนข้อเท็จจริงเนื่องจากตนนำลูกชาย น้องดิว อายุ 2 ขวบ 5 เดือน ลูกชายไปให้ฝากนางมยุรี อายุ 34 ปี เลี้ยงได้เพียง 12 วัน

ก่อนที่ทางโรงพยาบาลพระสมุทรเจดีย์สวาทยานนท์ ว่าลูกชายตนป่วยหนักตามลำตัวมีร่องรอยการถูกทำร้ายหลายแห่งทั้งถูกกัดและทุบตี ส่วนนางมยุรีได้หายตัวไป จึงเชื่อว่าสาเหตุที่ลูกชายของตนป่วยในครั้งนี้เชื่อว่าเกิดจากการถูกนางมยุรี ที่ตนจ้างเลี้ยงทำร้ายอย่างรุนแรง

>> แม่น้ำตาไหล จ้างคนเลี้ยงลูกชายวัย 2 ขวบ ถูกกัด-ทุบตี ก้านสมองตายอาการโคม่า

ต่อมาเมื่อวานนี้ (25 ก.ค.) เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.พระสมุทรเจดีย์ สามารถจับกุมตัวนางมยุรี ได้ก่อนคุมตัวมาสอบสวน นางมยุรี ได้ให้การรับสารภาพว่าใช้ปากกัดน้องดิวจริง แต่ปฏิเสธว่าไม่ได้ใช้ของแข็งทุบตี โดยอ้างว่าน้องดิวดื้อและอึฉี่ใส่ที่นอน ส่วนที่ศีรษะที่บวมโนเกิดจากตกบันไดบ้านหลายครั้ง

>> คำสารภาพพี่เลี้ยงโหด อ้าง "น้องดิว" เด็กชายวัย 2 ขวบ ตกบันไดเองหลายครั้ง

ติดตามSanook! News

ข่าวด่วน เกาะกระแสข่าวดัง บน Facebook คลิกที่นี่ และร่วมเป็นแฟนเพจเราบน Facebook.. ได้ที่นี่เลย!!