ฮือฮาตระกูลประหลาดนอนเฝ้าผีนาน70ปี

ฮือฮาตระกูลประหลาดนอนเฝ้าผีนาน70ปี

ฮือฮาตระกูลประหลาดนอนเฝ้าผีนาน70ปี เกี่ยวกับ ซากโครงกระดูกมนุษย์

ฮือฮาตระกูลพิลึก นอนเฝ้าโลงศพมานานกว่า 70 ปี แฉเฝ้ามาตั้งแต่รุ่นยายจนมาถึงหลาน โดยคุณตาเจ้าของบ้านที่ตายเพราะประสบอุบัติเหตุ สั่งไว้ห้ามนำศพไปเผาหรือฝัง ให้ไปไว้ในบ้านจนกว่าจะไปผุดไปเกิด เผยเหตุขนหัวลุกบางครั้งมีเสียงคล้ายคนเดินอยู่ในบ้าน ส่วนหลานที่ได้รับมรดกผี ขณะนี้นอนเฝ้าโลงศพมานานกว่า 20 ปีแล้ว

เรื่องราวความแปลกประหลาดรายนี้ ถูกเปิดเผย เมื่อเวลา 13.00 น. วันที่ 17 มิ.ย. เมื่อผู้สื่อข่าวได้รับทราบจากชาวบ้านในพื้นที่หมู่ 1 ต.อมฤต อ.ผักไห่ จ.พระนครศรีอยุธยา ว่า ที่บ้านเลขที่ 49 มีการเก็บซากโครงกระดูกมนุษย์เอาไว้ในโลงไม้นานนับสิบปี โดยมีคนนอนเฝ้า อยู่ทุกวันเพียงคนเดียว และมีเสียงร่ำลือถึงความอาถรรพณ์ของวิญญาณที่ยังไม่ไปผุดไปเกิด ผู้สื่อข่าวจึงเดินทางไปพิสูจน์ข้อเท็จจริง พบบ้านหลังดังกล่าวอยู่ห่างจากบ้านเขียวขุนพิทักษ์ อันเลื่องชื่อประมาณ 500 เมตร ซึ่งเป็นบ้านไม้ชั้นเดียวยกใต้ถุนสูง เนื้อที่ประมาณ 50 ตารางวา หลังคาทรงปั้นหยา ส่วนทางเดินข้างบ้านเป็นไม้ผุพัง ภายในบ้านเป็นโถงกว้างไม่มีการกั้นห้อง สภาพทรุดโทรมอายุเกือบ 100 ปี

ขณะที่มุมของบ้านมีโต๊ะหมู่บูชาตั้งวางอยู่ แต่ที่น่าตกใจและประหลาดใจมากที่สุดคือ มีรูปถ่ายเก่า ๆ ปิดทองคำเปลววางอยู่หน้าโลงศพไม้สักเก่า และมีมุ้งกางคลุมเอาไว้ เมื่อเปิดมุ้งออกดูก็พบว่าไม่มีฝาโลงปิดอยู่ มองเห็นภายในโลงมีกะโหลกศีรษะมนุษย์ และซาก โครงกระดูกเป็นรูปร่างครบ ภายในบ้านมีกลิ่นอับ ของฝุ่นคลุ้งไปทั่ว ข้าวของวางกระจัดกระจาย บรรยากาศภายในบ้านน่าสะพรึงกลัวต่อผู้พบเห็น เป็นอย่างมาก

สอบถามนายสำเริง ยิ่งยง อายุ 36 ปี ผู้ดูแลบ้านหลังนี้ เปิดเผยว่า กระดูกที่อยู่ในโลงคือนายพวงทอง ลิดกะโห้ เสียชีวิตไปนานกว่า 70 ปีแล้ว ตนมีศักดิ์เป็นเหลนทางพี่สาวของคนตาย ซึ่งมีศักดิ์เป็นยายของตนได้ให้มานอนเฝ้าตั้งแต่ตนยังเล็ก ๆ โดยทุกวันหลังจากตนออกไปทำงานรับเหมาก่อสร้าง ก็จะกลับมาจุดธูปและหาน้ำมาวาง บางวันก็เอาอาหารมาวางให้ซึ่งตนมีหน้าที่ต้องนอนเฝ้าโลงดังกล่าวคนเดียวทุกคืน เป็นเวลากว่า 20 ปีแล้ว โดยบางคืนก็จะมีเสียงคล้ายคนเดินไปมาอยู่ ในบ้านหลังนี้ และยังมีเสียงกวาดพื้น เมื่อไปสอบถามคุณยาย ก็ทราบว่าเป็นวิญญาณของตา ซึ่งเป็นเจ้าของบ้านหลังดังกล่าว ตนได้ยินเสียงจนชินแล้วจึงไม่เกิดความกลัวแต่อย่างใด

ด้านนางยุพิน อาทร อายุ 76 ปี ซึ่งเป็นพี่สาวของนายพวงทอง เปิดเผยว่า นายพวงทอง เป็นน้องคนสุดท้องในบรรดาพี่น้อง 7 คน ก่อนหน้านี้หลังจากพ่อของตนซึ่งเป็นหมอโบราณ รักษาคนทั่วไปเสียชีวิตลง น้องชายก็ได้รับสืบทอดวิชาจากพ่อมารักษาคนที่ป่วย แต่ต่อมาน้องชายเกิดประสบอุบัติเหตุพลาดตกบันไดอกกระแทกกับครก ถึงขนาดไอเป็นเลือด นอนรักษาอยู่นานเกือบปีจึงเสียชีวิตลง โดยก่อนตายน้องชายบอกว่ารักบ้านหลังนี้มาก และไม่ให้เผาร่างขอให้เก็บศพเอาไว้ที่บ้านหลังนี้ จนกว่าจะไปผุดไปเกิด เดิมแม่เป็นคนเฝ้า เมื่อเสียชีวิตลงก็ให้พี่สาวคนโตดูแล จนพี่สาวคนโตเสียชีวิต ตนก็มาดูแลและให้หลานชายไปคอยดูแล และได้สั่งญาติที่เหลือว่า หากเป็นอะไรไปก็ขอให้สืบทอดรับมรดกเฝ้าศพนี้ไป ซึ่งทุกคนก็รับปาก จนกว่านายพวงทองจะไปเกิด

ส่วนนายฉนวน ธนูธร อายุ 78 ปี ซึ่งมีบ้านอยู่ใกล้กับบ้านที่เก็บศพ กล่าวว่า เมื่อตอนที่นายพวงทองมีชีวิตอยู่ เป็นที่รักของชาวบ้านและรักษาคนเจ็บได้ จนกลายเป็นหมอเทวดา เมื่อตายลงจึงไม่มีใครกลัว แม้ว่าจะเคยมาปรากฏร่างและเข้าร่างทรงให้รู้ว่ายังไม่ไปเกิด ชาวบ้านก็ไม่ได้กลัว และคิดว่าพี่น้องคงจะเก็บศพเอาไว้อย่างนี้และดูแลกันตลอดไป.

 

เรื่องล่าสุดของหมวด ภูมิภาค

ดูหมวด ภูมิภาค ทั้งหมด