แปลกตา! น้ำโขงแห้งขอด จนหาดทรายโผล่คล้ายเกล็ดพญานาค

แปลกตา! น้ำโขงแห้งขอด จนหาดทรายโผล่คล้ายเกล็ดพญานาค
Sanook! Regional

สนับสนุนเนื้อหา

เมื่อวันที่ 22 กรกฎาคม 2562 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่ จ.นครพนม สถานการณ์น้ำโขงแห้งผิดธรรมชาติ ยังส่งผลกระทบต่อเนื่อง หลังระดับน้ำโขงลดต่อเนื่อง ในช่วงฤดูฝน ถือเป็นความผันผวนทางธรรมชาติน้ำโขงหนักสุด รอบกว่า 50 ปี

ล่าสุดระดับน้ำโขง เหลือเพียงแค่ 1.90 เมตร ห่างจากจุดวิกฤติล้นตลิ่งประมาณ 10 เมตร คือที่ 13 เมตร และยังมีแนวโน้มที่จะลดระดับต่อเนื่อง เพราะฝนทิ้งช่วง บวกกับผลกระทบการกักน้ำของเขื่อนกั้นน้ำโขงประเทศจีน โดยล่าสุดหลังระดับน้ำโขงลดต่อเนื่อง พบว่าบริเวณน้ำโขงท้ายเมือง ในเขตเทศบาลเมืองนครพนม มีหาดทรายเกิดขึ้นกลางน้ำโขง เป็นพื้นที่กว้างหลาย 100 ไร่ ระยะทางยาว กว่า 1 กิโลเมตร สร้างความเดือดร้อนเป็นปัญหาในการเดินเรือ และออกเรือหาปลาของชาวบ้าน ซึ่งถือเป็นความเปลี่ยนแปลงทางธรรมชาติที่ไม่เคยพบมาก่อน ในช่วงฤดูฝน

ขณะเดียวกันหลังเกิดหาดทรายกลางน้ำโขง ถือเป็นปรากฏการณ์ทางธรรมชาติ ที่ชาวบ้านไม่เคยพบเห็นมาก่อน เนื่องจากหาดทรายท้ายเมือง หรือ ที่ชาวบ้านเรียกว่า หาดทรายทอง ศรีโคตรบูรณ์ ถือเป็นแหล่งท่องเที่ยวสำคัญ ในช่วงหน้าแล้ง เดือนมีนาคมถึงเมษายนทุกปีจะพบเห็นหาดท้ายเมืองโผล่ในช่วงฤดูแล้งเท่านั้น และมีการจัดกิจกรรมส่งเสริมการท่องเที่ยวทุกปีให้ประชาชน นักท่องเที่ยวได้เที่ยวชมพักผ่อนธรรมชาติสองฝั่งโขง แต่ช่วงนี้ถือว่า ผิดธรรมชาติ ในช่วงฤดูฝนแต่มีหาดทรายโผล่กลางน้ำโขง

นอกจากนี้ยังเป็นที่แปลกใจของชาวบ้าน เนื่องจากมีหาดทรายเยอะกว่าช่วงฤดูแล้งที่ผ่านมา ที่สำคัญบริเวณหาดทรายดังกล่าว ยังเป็นหาดทรายที่มีความแตกต่างจากที่อื่น เนื่องจากเม็ดทรายจะเป็นสีเหลืองทอง และพอเกิดหาดทราย จะมีลักษณะเป็นคลื่นที่ถูกน้ำซัด เวลามองและถ่ายภาพออกมาจะเป็นลักษณะเหมือนเกล็ดพญานาค และมองคล้ายลำตัวพญานาคยาวตามลำน้ำโขง ซึ่งถือเป็นปรากฏการณ์ทางธรรมชาติสุดแปลก ทำให้ชาวบ้านแห่ไปชื่นชม และถ่ายภาพเป็นที่ระลึก

ด้านนายอาทิตย์ พนาศูนย์ อายุ 65 ปี ประธานชมรมอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม จ.นครพนม เปิดเผยว่าปีนี้ถือว่าระดับน้ำโขงผันผวนมากสุดในรอบเกือบ 100 ปี โดยจากการศึกษาข้อมูลพบว่าปัจจัยสำคัญมาจากโครงการก่อสร้างเขื่อน น้ำโขง ในประเทศจีน รวมถึง ใน สปป.ลาว ทำให้เกิดผลกระทบต่อระบบนิเวศน์ทางธรรมชาติ ถือเป็นสัญญาณอันตราย ในอนาคตปัญหาขาดแคลนน้ำจะกระทบรุนแรงมากขึ้น และยากที่จะแก้ไข เนื่องจากประเทศต้นน้ำมีการควบคุมระบบน้ำโขงจากเขื่อนไม่เป็นไปตามธรรมชาติ

ที่สำคัญที่น่าห่วงมากที่สุด คือวิถีชีวิตความเป็นอยู่ชาวลุ่มน้ำโขงจะเปลี่ยนไป ปลาน้ำโขงจะหายากมากขึ้นรายได้ลดลง เนื่องจากช่วงฤดูฝนเป็นฤดูกาลวางไข่ ธรรมชาติปลาน้ำโขงจะขึ้นไปวางไข่ต้นน้ำ ลำน้ำสงคราม แต่น้ำโขงแห้งปริมาณปลาลดลงแน่นอน ซึ่งชาวลุ่มน้ำโขงจะต้องรับสภาพ เพราะยากที่จะหาทางแก้ไข เนื่องจากเป็นผลกระทบที่เกิดจากการก่อสร้างเขื่อนของประเทศจีน หากมีการแก้ไขหารือต้องเป็นระหว่างประเทศ จึงยากที่จะหาทางแก้ไข

ติดตามSanook! News

ข่าวด่วน เกาะกระแสข่าวดัง บน Facebook คลิกที่นี่ และร่วมเป็นแฟนเพจเราบน Facebook.. ได้ที่นี่เลย!!