สาวใหญ่ช็อกสะอื้น ผัวฝรั่งซ่อมปั๊มน้ำโดนไฟช็อตตาย จุดธูปบอกลาอาลัยรัก

สาวใหญ่ช็อกสะอื้น ผัวฝรั่งซ่อมปั๊มน้ำโดนไฟช็อตตาย จุดธูปบอกลาอาลัยรัก
Sanook! Regional

สนับสนุนเนื้อหา

สาวใหญ่ชาวอุดรธานีจุดธูปบอกต่อหน้าร่างไร้วิญญาณของสามีชาวเยอรมัน หลังถูกไฟฟ้าช็อตเสียชีวิตระหว่างพยายามซ่อมปั๊มน้ำบ้านส่วน ร่ำไห้แทบขาดใจกับสิ่งไม่คาดคิดว่าจะเกิด

เมื่อคืนวานนี้ (10 มิ.ย.) ร.ต.อ.ภานุวัฒน์ ภูชื่นบาน รองสารวัตร สอบสวน สภ.เมืองอุดรธานี ได้รับแจ้งเหตุชาวต่างชาติถูกไฟฟ้าช็อตเสียชีวิต ภายในบ้านสวนแห่งหนึ่งในเขตเทศบาลหนองสำโรง อ.เมืองอุดรธานี จึงได้ไปตรวจสอบ พร้อมด้วยแพทย์เวรโรงพยาบาลศูนย์อุดรธานี และมูลนิธิอุดรส่งเสริมธรรม

ในที่เกิดเหตุพบศพผู้เสียชีวิต นอนหงายอยู่ข้างปั๊มน้ำที่อยู่ใต้ถุนบ้านไม้ยกพื้นสูง ใกล้กับถังใส่น้ำขนาด 2,000 ลิตร ทราบชื่อคือ นายแวร์เออร์ อายุ 78 ปี สัญชาติเยอรมัน โดยที่มือด้านขวามีรอยไหม้และมีประแจเลื่อน พร้อมกับคีมตกหล่นอยู่ใกล้มือ ขณะที่ภรรยาคือ นางวารุณี อายุ 56 ปี อยู่ในอาการเศร้าโศกเสียใจ นำเอาธูปมาจุดบอกดวงวิญญาณของสามีให้ไปสู่สุคติ พร้อมกับร่ำไห้อย่างน่าเวทนาใจ

นางวารุณี เปิดเผยว่า ตนได้พบรักกันกับสามีที่เกาะสมุย สมัยนั้นได้ทำงานเป็นหมอนวดแผนโบราณ ต่อมาจึงได้พูดคุยและคบหากัน ก่อนจะตกลงปลงใจแต่งงานกันในที่สุด หลังจากนั้นก็ชีวิตคู่อยู่ด้วยกันมาราวๆ 10 กว่าปีได้ พร้อมกับย้ายกลับมาอยู่บ้านเกิดใน จ.อุดรธานี พักอยู่ที่บ้านสวนแห่งนี้ ที่ซื้อมาได้ประมาณ 5 ปีแล้ว

แต่ก่อนเกิดเหตุ ปั๊มน้ำของบ้านสวนได้เสีย ไม่ทำงานมาได้ประมาณ 2 วัน ตนกับสามีมาที่บ้านสวนและนั่งพักและดื่มน้ำ หลังจากนั้นตนก็เดินไปตัดหญ้าที่หน้าบ้าน ส่วนสามีตั้งใจจะซ่อมปั๊มน้ำให้กลับมาใช้งานได้ เพราะปกติสามีจะเป็นคนซ่อมแซมเอง กระทั่งตนเดินกลับเข้าบ้านมา ก็พบเห็นสามีถูกไฟฟ้าช็อต จึงได้รีบวิ่งขึ้นบ้านไปยกสะพานไฟลง และร้องขอความช่วยเหลือจากเพื่อนบ้าน แต่ปรากฏว่าสามีได้เสียชีวิตลงแล้ว

ร.ต.อ.ภานุวัฒน์ ภูชื่นบาน เปิดเผยว่า จากการตรวจสอบเบื้องต้นพบว่าปลั๊กไฟปั๊มน้ำไม่ได้ถูกถอดออก ทำให้ระหว่างที่ผู้เสียชีวิตกำลังซ่อมปั๊มน้ำอยู่นั้น เกิดกระแสไฟรั่วไหลและช็อตร่างอย่างจัง ภรรยาอยู่หน้าบ้านจึงไม่เห็นเหตุการณ์ กว่าจะมาเจอก็สายไปแล้ว ซึ่งแพทย์ได้ทำการชันสูตรพลิกศพ พบรอยไหม้ที่มือด้านขวา และยืนยันการเสียชีวิตจากการถูกไฟฟ้าช็อต เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้ลงบันทึกไว้เป็นหลักฐาน โดยให้มูลนิธิฯ นำศพไปที่โรงพยาบาล เพื่อทำการชันสูตรอย่างละเอียดอีกครั้ง ก่อนจะมอบศพให้ญาตินำไปบำเพ็ญกุศลตามประเพณีต่อไป

ติดตามSanook! News

ข่าวด่วน เกาะกระแสข่าวดัง บน Facebook คลิกที่นี่ และร่วมเป็นแฟนเพจเราบน Facebook.. ได้ที่นี่เลย!!