วัวดุโคตรโหด ขวิดคนเลี้ยงเสียชีวิตคาที่
Sanook//s.isanook.com/sr/0/images/logo-new-sanook.png60060
//s.isanook.com/ns/0/ud/1557/7788258/image1.jpgวัวดุโคตรโหด ขวิดคนเลี้ยงเสียชีวิตคาที่

วัวดุโคตรโหด ขวิดคนเลี้ยงเสียชีวิตคาที่

แชร์เรื่องนี้

วันที่ 29 พฤษภาคม 62 เวลาประมาณ 17.30 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจสถานตำรวจภูธรดงประคำ พร้อมด้วยแพทย์เวรโรงพยาบาลพรหมพิราม และ เจ้าหน้าที่หน่วยกู้ภัยพิษณุโลก มูลนิธิประสาทบุญสถาน

เข้าตรวจสอบศพ นายบุญเชิด ทองคำนุช อายุ 70 ปี ที่บริเวณไร่ข้าวโพด ข้างบ้านผู้ตายเลขที่ 222 บ้านฟากบึง หมู่ 7 ตำบลดงประคำ อำเภอพรหมพิราม จังหวัดพิษณุโลก

หลังจากมีผู้มาพบร่างนายบุญเชิด เสียชีวิตอยู่ใกล้เคียงต้นตาล สภาพร่างกายมีลักษณะคล้ายถูกวัวขวิดซ้ำๆกันหลายครั้งที่บริเวณช่วงท้อง และหูซ้ายมีรอยฉีกขาด ผิวหนังบางส่วนเริ่มมีรอยไหม้

ใกล้กันมีฝูงวัวของนายบุญเชิด เดินไปมาอยู่ ซึ่ง มีอยู่ตัวหนึ่งมีอาการ ตาขวาง เดินไปเดินมาผิดปกติ จากตัวอื่น ชาวบ้านจึงได้ช่วยกันจับไปแยกผูกไว้กับเสาไฟ ส่วนตัวอื่นๆได้นำเข้าคอกของนายบุญเชิดซึ่งอยู่ใกล้เคียงกับจุดที่พบศพ

นางเนา อินทับ ชาวบ้านใกล้เคียงจุดที่เกิดเหตุ บอกว่า วันนี้นายบุญเชิด นำวัวมาเลี้ยงตามปกติ ซึ่งที่ผ่านมาจะพลัดกันเลี้ยงกับหลานชาย โดยนำมาเลี้ยงแบบปล่อยฝูง แถวนี้เป็นประจำ แต่วันนี้หลานชายไปทำธุระ จึงไม่ได้มาเลี้ยง

จนกระทั่งหลานกลับมาหาก็พบเจอว่า นายบุญเชิดนอนเสียชีวิต และมีร่องรอยบาดแผลถูกวัวขวิด จึงได้รีบแจ้งตำรวจให้ทราบทันที ที่ผ่านมา นายบุญเชิดจะห้ามปรามไม่ให้เด็กๆ เข้าใกล้วัว เพราะตามปกติวัวเป็นสัตว์เลี้ยงที่ต้องระมัดระวังประกอบกับจากช่วงนี้ อาการยังร้อนและวัวอยู่ในช่วงอาการเป็นสัดด้วย

ด้านนางชวนชื่น ทองคำ อายุ 50 ปี ลูกของนายบุญเชิด ที่ยังคงอยู่ในอาการเศร้าโศกเสียใจบอกว่า พ่อเลี้ยงวัวอย่างนี้มาตั้งแต่ตนเองเกิด ที่ผ่านมา พ่อเคยถูกขวิดเมื่อสมัยตอนตนเองเรียนหนังสือ แต่ไม่เป็นอะไรมาก แต่ครั้งนี้ถือว่ารุนแรงที่สุด ถูกขวิดจนเสียชีวิต

เบื้องต้น เจ้าหน้าที่ตำรวจ สถานีตำรวจภูธรดงประคำ ได้ตรวจสอบที่เกิดเหตุเบื้องต้นและสอบถามชาวบ้านในละแวกใกล้เคียงกับจุดเกิดเหตุ ไม่มีใครเห็นเหตุการณ์ว่าเกิดอะไรขึ้นกับผู้ตายกันแน่

จึงได้ให้ เจ้าหน้าที่หน่วยกู้ภัยพิษณุโลก มูลนิธิประสาทบุญสถาน นำศพนายบุญเชิด ส่งสถาบันนิติวิทยาศาสตร์ โรงพยาบาลพุทธชินราช เพื่อให้แพทย์ชันสูตรหาสาเหตุการเสียชีวิตที่แท้จริง ก่อนส่งมอบศพให้ญาติไปบำเพ็ญกุศลตามประเพณีต่อไป