"เดอะทอยส์" เปิดใจวินาทีทิ้งกีตาร์ตัวโปรด ถูกจู่โจมบนเวทีล็อกคอจนหายใจไม่ออก

"เดอะทอยส์" เปิดใจวินาทีทิ้งกีตาร์ตัวโปรด ถูกจู่โจมบนเวทีล็อกคอจนหายใจไม่ออก

กลายเป็นกระแสวิพากษ์วิจารณ์สนั่นโซเชียลขึ้นมา สำหรับกรณีที่นักร้องหนุ่มชื่อดัง เดอะทอยส์ หรือ ธันวา บุญสูงเนิน ที่ถูกแฟนเพลงขึ้นไปล็อกคอถึงบนเวที เพื่อให้ดื่มเหล้า ณ สถานบันเทิงแห่งหนึ่งในประเทศเพื่อนบ้าน ทำเอาเจ้าตัวถึงกับทิ้งกีตาร์ตัวโปรด และยุติการเล่นทุกอย่างทันที

ล่าสุด เดอะทอยส์ ได้ออกมาให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชนครั้งแรก ถึงเรื่องราวดังกล่าวที่เกิดขึ้นในงาน นีเวีย เมน โดยเจ้าตัวได้เผยให้ฟังว่า กำลังจะร้องเพลงในท่อนต่อไป แต่กลับรู้สึกหายใจไม่ออก เพราะถูกจู่โจมแบบไม่ทันตั้งตัว จึงตัดสินใจทิ้งกีตาร์และเดินออกมาจากงาน พร้อมบอกขอรับผิดชอบด้วยการคืนเงินค่าจ้างทั้งหมด

เล่าเหตุการณ์บนเวทีให้ฟังหน่อย ?

"เท่าที่เห็นคือเขาขึ้นมาบนเวที ผมจำไม่ได้ทั้งหมด แต่ฟีลคือกำลังจะร้องเพลงท่อนต่อไป รู้ตัวอีกทีคือเขาเข้ามาแล้ว และผมหายใจไม่ออก ตอนนั้นไม่ได้พูดอะไรเลย ด้วยความที่บรรยากาศในร้านมันมืดๆ อยู่แล้วเลยมองอะไรไม่ค่อยเห็นว่าเกิดอะไรขึ้น"

มีจังหวะที่เขวี้ยงกีตาร์ลงพื้นด้วย ความรู้สึกเป็นยังไง ?

"ตอนนั้นคือกลัวไม่ปลอดภัย ตกใจด้วย แต่ไม่ได้คิดอะไรเลย ไม่รู้ว่าจะต้องทำยังไงดี ถ้าสมมติเขามีมีดหรือมีปืนจะเป็นยังไง แล้วเรื่องนี้ไม่ใช่แค่ผมแต่มันเป็นกับทุกคน ไม่ต้องเป็นศิลปินก็ได้ สมมติถ้าผมเป็นเซลส์ขายรถกำลังคุยกับลูกค้าอยู่ แล้วมีคนเดินเข้ามาล็อกคอคืออะไร ตรงนี้มันเป็นวัฒนธรรมที่เราควรเรียนรู้ ซึ่งไม่ใช่ว่าเขาผิดนะ เพียงแค่ว่าเราได้รับวัฒนธรรมการชมดนตรีที่แตกต่างกันออกไป เลยเป็นอย่างที่เห็น"

หลังเกิดเหตุการณ์เจ้าของร้านได้มาพูดอะไรไหม ?

"ได้มาคุยกับผู้จัดการครับ ผมถือว่าเขาค่อนข้างมีสปิริตเพราะเขารับผิดชอบเงินของลูกค้าทั้งหมด คืนทั้งหมด อันนี้คือเรื่องที่ดี จริงๆ เขาไม่ต้องทำก็ได้แต่ว่าเขาทำ"

หลังจากที่ทอยลงจากเวทีก็ไม่มีการเล่นต่อเลยใช่ไหม ?

"ใช่ครับ คือผมไปกินข้าวต้มกับมือกลองต่อครับ ผมคุยกับมือกลองว่าแถวนี้มีร้านข้าวต้มเปิดไหม เขาก็บอกว่ามีตรงนี้ เราก็เลยไป"

จากนี้จะมีการระวังไม่ให้แฟนเพลงขึ้นไปบนเวทียังไงบ้าง ?

"จริงๆ เราควรรู้กันอยู่แล้วอะ คือไม่ใช่แค่ดนตรี แต่มันเป็นทุกเรื่องบนโลก เราควรรู้กันอยู่แล้วว่าไม่ควรจะไปแทรกแซงในการปฏิบัติงานของใครก็ตามแต่ อันนี้มันเป็นวัฒนธรรมของการเป็นผู้ใหญ่"

พอเกิดเหตุการณ์นี้ขึ้น ทำให้เราระแวงในการขึ้นเวที กลัวจะซ้ำรอยอีกไหม ?

"เอ่อ... ไม่ครับ เพราะมันเป็นหน้าที่ของทีมงานแล้วครับ"

เห็นว่าทางเราก็คืนค่าตัววันนั้นให้หมดเลย ?

"ใช่ครับ ตอนที่ผมไปกินข้าวต้มกับมือกลอง ผมก็บอกว่า ตายแล้ว เราเล่นไม่ครบนี่ เพิ่งจะนึกได้ จังหวะนั้นผมเลยโทรหาผู้จัดการ ซึ่งผมเป็นคนตัดสินใจเองว่าขอคืนเงินทั้งหมด ส่วนเรื่องค่ารถต่างๆ ผมขออนุญาตออกเองนะครับ"

แสดงว่าเราก็อยากรับผิดชอบในส่วนนี้เหมือนกัน ?

"ใช่ครับ เพราะถือว่าทางร้านเขารับผิดชอบกับลูกค้า อันนี้คือเรื่องที่ดีมาก"

เราพอทราบดราม่าที่เกิดขึ้นไหมเพราะต่างก็มีกระแสวิพากษ์วิจารณ์ 2 มุม ทั้งเข้าข้าง และบอกว่าเราไม่เป็นมืออาชีพ ?

"ผมไม่ค่อยเข้าไปอ่านครับ ผมไม่แคร์ ไม่ค่อยสนใจ เราอาจจะเป็นมืออาชีพสักหนึ่งหมื่นวัน และวันนั้นผมอาจจะใช้หมดพอดี ก็เลยไปกินข้าวต้มดีกว่าครับ"

เราโกรธกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นไหม ?

"ไม่โกรธครับ ทุกคนต้องเรียนรู้ ผมมองว่ามันเป็นเรื่องดีนะ แต่ผมไม่รู้ว่ามันจะเป็นเรื่องใหญ่ขนาดนี้เหมือนกัน อย่างน้อยมันก็ทำให้เห็นว่าเป็นประสบการณ์ของทุกๆ ฝ่าย รวมถึงผมด้วย"

จากนี้ต้องเลือกรับงานมากขึ้นไหม ?

"ไม่ซีเรียสอะไรเลยครับ เพราะสุดท้ายจะเป็นค่ายเท่านั้นที่รับงาน ไม่เกี่ยวกับผม"

หากมีงานติดต่อมาอีกครั้ง เราสามารถกลับไปเล่นที่สถานบันเทิงนั้นได้ไหม ?

"ได้ครับ ไม่มีปัญหาอะไรเลย"

ต้องขอเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยเพิ่มไหม ?

"ไม่ทราบเลยครับ เพราะทางทีมงานจะเป็นคนจัดการให้ทุกอย่าง ผมไม่รู้ ผมไม่ได้เรียกร้องอะไรเพิ่มเลยครับ"

เราอยากจะบอกอะไรกับแฟนคลับที่เป็นห่วงบ้างไหม ?

"ขอบคุณทุกคนที่เข้าใจ และไม่ต้องไปโจมตีใครเลย ไม่ว่าจะเป็นทางร้านหรืออะไรก็ตามครับ เพราะมันเป็นเรื่องปกติที่ทุกคนต้องเรียนรู้อยู่แล้ว เป็นก้าวเล็กๆ ที่ทำให้เรารู้จักเรียนรู้และแก้ปัญหา ผมคิดแค่นั้นครับ"

>>โซเชียลส่ายหน้า นาทีชายบุกเวทีกอดคอ "เดอะทอยส์" ซ้ำบังคับให้ดื่ม