แม่สุดเคียดแค้น หลานชายกำพร้าเลี้ยงมากับมือ หลอกลูกสาววัย 15 ข่มขืนกลางทุ่งนา

แม่สุดเคียดแค้น หลานชายกำพร้าเลี้ยงมากับมือ หลอกลูกสาววัย 15 ข่มขืนกลางทุ่งนา
Sanook! Regional

สนับสนุนเนื้อหา

(13 เม.ย.62) เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.แคนดง จ.บุรีรัมย์ ได้จับกุมนายเกตุ (นามสมมติ) อายุ 27 ปี มาสอบสวนและดำเนินคดี หลังจาก น.ส.พลอย (นามสมมติ)  มารดาของ น.ส.เอ (นามสมมติ) อายุ 15 ปี เข้าแจ้งความว่านายเกตุ ผู้ต้องหาซึ่งเป็นหลานชาย ได้ก่อเหตุข่มขืนลูกสาว เหตุเกิดช่วงบ่ายวันที่ 11 เม.ย.ที่ผ่านมา โดยระหว่างที่ตำรวจควบคุมตัวนายเกตุ ผู้ต้องหา มาส่งพนักสอบสวน แม่ของ น.ส.เอ ผู้เสียหาย ได้เข้าไปทุบทำร้ายผู้ต้องหาด้วยความเคียดแค้น เพราะไม่คิดว่าผู้ต้องหาซึ่งเป็นหลานชายที่ตัวเองเลี้ยงมากับมือ จะทำกับลูกสาวของตัวเองซึ่งมีศักดิ์เป็นน้องได้ลงคอ

จากการสอบสวนนายเกตุ ผู้ต้องหา รับสารภาพว่า วันเกิดเหตุ น.ส.เอ  ผู้เสียหาย ซึ่งมีศักดิ์เป็นลูกพี่ลูกน้องของตน กลับมาจากกรุงเทพฯ มานอนค้างที่บ้านยาย ซึ่งเป็นยายคนเดียวกัน พอรุ่งเช้าไม่มีรถไปหาแฟนที่ ต.ร่อนทอง อ.สตึก ซึ่งห่างจากบ้านยาย ประมาณ 28 กม. ตนจึงอาสาขับรถจักรยานยนต์ไปส่ง ขณะขับรถไปถึงบริเวณบ้านหัวฝาย  ต.ร่อนทอง เห็นกระท่อมห่างจากถนนประมาณ 100 เมตร ตนจึงตัดสินใจขับรถเข้าไปที่กระท่อมนา เนื่องจากพึ่งเสพยาบ้ามาจึงมีอารมณ์ทางเพศ โดยได้หลอก น.ส.เอ ว่า นัดกับเพื่อนไว้ พอไปถึงกระท่อมก็ได้ใช้กำลังฉุกกระชากลากตัว น.ส.เอ เข้าไปในกระท่อมนาแล้งใช้กำลังปลุกปล้ำข่มขืนจนสำเร็จความใคร่ ซึ่ง น.ส.เอ ก็ดิ้นขัดขืนแต่สู้แรงตนเองไม่ไหว หลังสำเร็จความไคร่แล้ว ก็ได้พา น.ส.เอ ขึ้นรถไปส่งคืนที่บ้านยายเหมือนเดิม โดยไม่พาไปส่งบ้านแฟนของผู้เสียหายตามอ้างไว้

ด้าน น.ส.พลอย (นามสมมติ) แม่ของ น.ส.เอ ที่ถูกข่มขืน บอกว่า ไม่คาดคิดว่านายเกตุซึ่งเป็นหลานชายของตัวเองและได้เลี้ยงมากับมือตั้งแต่เด็กหลังจากที่แม่ของนายเกตุเสียชีวิต จะทำกับลูกสาวของตัวเองแบบนี้ได้ลงคอ ทั้งที่ทั้งสองก็เป็นเหมือนพี่น้องกัน ตนรับไม่ได้และไม่ขอให้อภัยกับสิ่งที่เกิดขึ้น ยืนยันว่าให้เจ้าหน้าที่ดำเนินคดีตามกฎหมายถึงที่สุด เพื่อให้ชดใช้กรรมกับสิ่งที่กระทำ

หลังสอบสวน พ.ต.ท.ธนาคม สาธรพิทัพษ์ รองผู้กำกับ (สอบสวน) สภ.แคนดง เจ้าของคดี ได้แจ้ง 4 ข้อหา “เสพยาเสพติดให้โทษประเภท 1 ,ข่มขืนกระทำชำเราผู้อื่น โดยขู่เข็ญ, พาบุคคลอายุกว่า 15 ปี แต่ไม่เกิน 18 ปีไปเพื่อการอนาจาร, พรากผู้เยาว์อายุกว่า 15 ปี แต่ยังไม่ถึง 18 ปีไปจากบิดามารดาหรือผู้ดูแล โดยผู้เยาว์นั้นไม่เต็มใจไปด้วย”

ติดตามSanook! News

ข่าวด่วน เกาะกระแสข่าวดัง บน Facebook คลิกที่นี่ และร่วมเป็นแฟนเพจเราบน Facebook.. ได้ที่นี่เลย!!