โกผ่องฟ้องตร.นคร จตุคาม8ล้านสูญหาย
คดีสั่นสะเทือนวงการพระเครื่องของเมืองไทย คดีนี้ หลังจากที่พล.ต.ท.สรรเพชร ธรรมาธิกุล อดีตผู้บัญชาการประจำกรมตำรวจและอดีตผกก.สภ.เมืองนครศรีฯ แจ้งความต่อ พ.ต.อ.ประเสริฐ ริยาพันธ์ ผกก.สภ.เมือง นคร ศรีธรรมราช ในขณะนั้นให้ดำเนินคดีกับ นายอะผ่อง สกุลอมร กับน้องอีก 3 คน มี นายอนันต์ แซ่ตัน นายอนุชิต สกุลอมร และนางจิระภา แซ่ตัน โดยกล่าวหาว่าร่วมกันละเมิดลิขสิทธิ์องค์จตุคามรามเทพ ซึ่งพล.ต.ท.สรรเพชร อ้างว่าเป็นเจ้าของลิขสิทธิ์และทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ทำการบุกยึดวัตถุมงคลต่างๆ ที่บ้านของนายอะผ่อง อาทิ เหรียญแสตมป์รูปเศียรจตุคามฯ ปี 2530 ผ้ายันต์จตุคามฯ แบบต่างๆ ซึ่งเป็นของเก่าที่นายอะผ่องเก็บสะสมไว้ช้านานแล้วตั้งแต่ปี 2528-2538 และต่อมาศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ได้ตัดสินยกฟ้อง และศาลฎีกาพิจารณาเมื่อวันที่ 25 ม.ค. 51 โดยระบุว่า การพิจารณาเจตนาการสร้าง ขั้นตอนวิธีการต่างๆ แล้ว ลิขสิทธิ์เสาหลักเมืองนครศรีธรรม ราช และวัตถุมงคลที่เกี่ยวข้อง พล.ต.ท.สรรเพชญ ไม่ใช่ผู้สร้างสรรค์ จึงไม่ใช่เจ้าของลิขสิทธิ์ แม้ว่าจะไปยื่นจดทะเบียนต่อกรมทรัพย์สินทางปัญญา แต่นำสืบได้ว่าพล.ต.ท.สรรเพชญเป็นผู้ร่วมคิด เป็นผู้ริเริ่มในการสร้างศาลหลักเมือง แต่ไม่ใช่ผู้ออกแบบสร้างสรรค์วัตถุมงคลดังกล่าวตามครรลอง การที่ฟ้องจึงไม่มีสิทธิ์ฟ้อง พิพากษาให้ยกฟ้องตามศาลชั้นต้น และศาลอุทธรณ์ และให้คืนของกลางทั้งหมดแก่นาย อะผ่องตามข่าวที่เสนอไปแล้วนั้น
ความคืบหน้าเมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 5 มิ.ย. นายอะผ่อง สกุลอมร หรือโกผ่อง ร่างทรงจตุคามฯ ชื่อดังพร้อมด้วยคณะญาติได้เดินทางไปยังสภ.เมืองนครศรีธรรมราช เพื่อติดต่อขอ รับของกลางที่ยึดไว้คืน โดยของกลางที่ยึดไปประกอบด้วย พระบูชา 9 เศียร, 7 เศียร, 5 เศียร จำนวน 9 องค์ ผ้ายันต์ 4 พันกว่าผืนและเหรียญแสตมป์(ทองแดง) 34 เหรียญ และเมื่อได้มีการตรวจสอบของกลางทั้งหมดนั้นพบว่าผ้ายันต์จตุคามฯ หายไป 1,652 ผืนและเหรียญแสตมป์จตุคามฯ ประเภทเหรียญทองแดงหายไปทั้งหมดคือ 34 เหรียญ คิดเป็นมูลค่าเสียหายทั้งหมด 8,430,000 บาท ซึ่งทางทนายความของนายอะผ่อง ได้สอบถามว่าของกลางดังกล่าวหายไปไหนแต่ทางตำรวจพ.ต.อ.ภูดิส นรสิงห์ ผกก.สภ.เมือง นครฯ คนปัจจุบันยืนยันว่าไม่ทราบ เพราะมารับตำแหน่งภายหลัง ซึ่งทางนายอะผ่อง มอบหมายให้ทนายความได้ยื่นฟ้องเรียกค่าเสียหายต่อสำนักงานตำรวจแห่งชาติเพื่อดำเนินคดีกับบุคคลที่เกี่ยวข้องทั้งหมดและเรียกค่าเสียหายเป็นเงินทั้งสิ้น 8,430,000 บาท แล้วในคดีหมายเลขดำที่ 353/2552
โดยนายอะผ่อง กล่าวว่า ของกลางที่สูญหายไม่น่าจะเป็นฝีมือของชาวบ้านหรือขโมยทั่วไป น่าจะเป็นขโมยในเครื่องแบบอย่างแน่นอน เพราะของกลางทั้งหมดอยู่ที่กรงขังของตำรวจแต่ยังหายได้ นับประสาอะไรที่จะดูแลความสงบเรียบร้อยในชีวิตและทรัพย์สินของชาวบ้านได้
สำหรับคดีนี้ถือเป็นคดีที่สร้างความสั่นสะเทือนในวงการพระเครื่องของเมืองไทยเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะในช่วงที่จตุคามฯ กำลังได้รับความนิยม บรรดาเซียนพระต่างก็ผวากันเป็นแถวเนื่องจากการสร้างวัตถุมงคลจตุคามฯ ในขณะนั้นส่วนใหญ่จะมีการเลียนแบบจตุคามฯ หลักเมือง 30 หากทางพล.ต.ท.สรรเพชร ชนะคดีในครั้งนั้นก็คงทำให้บรรดาเซียนพระหลายคนต้องถูกฟ้องด้วย และเมื่อคดียกฟ้องต่างก็แสดงความโล่งใจกันเป็นแถว
(กรอบบ่าย)
ดาวน์โหลดสนุกแอปฟรี

