ศาลยกฟ้อง "อัจฉริยะ" ร่วมมือตำรวจกองปราบโกงเงิน 11 ล้าน

ศาลยกฟ้อง "อัจฉริยะ" ร่วมมือตำรวจกองปราบโกงเงิน 11 ล้าน
INN News

สนับสนุนเนื้อหา

ศาลยกฟ้องคดี "อัจฉริยะ" ร่วมกับตร.กองปราบทุจริตเบิกงบคุ้มครองสิทธิของผู้เสียหาย 11 ล้านบาท

(27 มี.ค.) ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลางอ่านคำพิพากษาคดีที่ นางสาวรัฏฏิการ์ ชลวิริยะบุญ เจ้าของกิจการร้านรับซื้อขายโทรศัพท์มือถือ เป็นโจทก์ ยื่นฟ้อง พ.ต.อ.พงษ์ไสว แช่มลำเจียก ผู้กำกับการสอบสวน กองกำกับการ 6 กองบังคับการปราบปรามกับพวกรวม 7 คน ประกอบด้วยตำรวจ 2 คน และพลเรือน 4 คน 1 ในนั้นคือ นายอัจฉริยะ เรืองรัตนพงศ์ ประธานชมรมช่วยเหลือเหยื่ออาชญากรรม เป็นจำเลยในความผิดฐานร่วมกันปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบฯ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 และร่วมกันสนับสนุนเจ้าพนักงานปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ จากกรณีเมื่อช่วงระหว่างปี พ.ศ. 2556-2557 ตำรวจกองปราบปรามได้จับกุมนางสาวรัฏฏิการ์ ในคดีฉ้อโกงประชาชนด้วยการหลอกขายมือถือ และ สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน(ปปง.)ได้สั่งอายัดเงินในบัญชี ของนางรัฏฏิการ์ 2 บัญชี ต่อมา 1 ในผู้เสียหาย ที่ซื้อโทรศัพท์จากเครือข่ายของนางรัฏฏิการ์ ได้ทำหนังสือร้องขอให้ตำรวจกองปราบ คืนเงินคุ้มครองสิทธิตามคำสั่งของ ปปง. ให้กับผู้เสียหาย ทำให้ตำรวจกองปราบเบิกถอนเงินเป็นแคชเชียร์เช็คออกมากว่า 11 ล้านบาท และนำไปคืนผู้เสียหาย ซึ่งพยานโจทก์รายหนึ่งเบิกความต่อศาลว่า เงินถูกแบ่งให้ตำรวจ 2 นาย คือจำเลยที่ 1-2 และแบ่งให้นายอัจฉริยะ กับพวก ซึ่งเป็นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ

ศาลพิเคราะห์แล้วเห็นว่า คำเบิกความของพยานโจทก์ ไม่มีน้ำหนักเพียงพอให้รับฟังได้ว่า จำเลยที่ 1-2 ซึ่งเป็นตำรวจกองปราบปรามไปเบิกถอนเงินคุ้มครองสิทธิโดยมิชอบ เนื่องจากตำรวจทั้ง 2 ไม่ทราบจำนวนเงินคุ้มครองสิทธิล่วงหน้า และก่อนจะเบิกถอนเงินก็มีการปรึกษากับ ปปง. แล้ว รวมถึงไม่มีหลักฐานยืนยันว่าได้รับส่วนแบ่งจากเงินดังกล่าว เป็นเพียงการปฏิบัติหน้าที่ในฐานะพนักงานสอบสวน เพื่อคุ้มครองสิทธิผู้เสียหายเท่านั้น จึงพิพากษายกฟ้องไม่มีความผิดฐานปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ ดังนั้นจำเลยที่ 4-7 จึงไม่เข้าข่ายการสนับสนุนให้เจ้าหน้าที่กระทำความผิด พิพากษายกฟ้องเช่นกัน

ส่วน พ.ต.อ.ณษ เศวตเลข รองผู้บังคับการปราบปราม ซึ่งเดิมเป็นจำเลยที่ 3 ในคดี ศาลมีคำสั่งยกฟ้องในชั้นไต่สวนมูลฟ้องไปแล้วก่อนหน้านี้

ด้าน นายอัจฉริยะ เปิดเผยภายหลังเข้าฟังคำพิพากษา ระบุว่า วันนี้อยากขอขอบคุณศาลที่ให้ความเป็นธรรมกับตนและพวก ซึ่งจากนี้ไปตนเองจะดำเนินการฟ้องกลับพยานเท็จของฝ่ายโจทก์ เนื่องจากพบว่ามีการทำข้อมูลหลักฐานปลอมนำมาใช้ต่อสู้คดี