หลานสามีป๊อก ปิยธิดา โพสต์ "จบชีวิต" หวั่นเป็นภาระ-ตัวรั้งชีวิตพ่อแม่ เพื่อนวอนชาวเน็ตช่วยตามตัว

หลานสามีป๊อก ปิยธิดา โพสต์ "จบชีวิต" หวั่นเป็นภาระ-ตัวรั้งชีวิตพ่อแม่ เพื่อนวอนชาวเน็ตช่วยตามตัว

ผู้ใช้เว็บไซต์พันทิปรายหนึ่ง อายุ 17 ปี โพสต์ข้อความลาพ่อแม่ขอตนเพื่อจบชีวิตตัวเองเมื่อช่วงกลางคืนวานนี้ (17 มี.ค.) หลังจากเผชิญปัญหาหลายอย่างจนสิ้นหวังต่อการมีชีวิตอยู่ต่อ หนึ่งในนั้นคือ การคิดว่าตนเป็นภาระซ้ำเติมให้กับพ่อแม่ที่กำลังมีปัญหาระหว่างกันต้องคอยดูแลส่งเสีย และการที่รู้ว่าตนไม่สามารถอยู่ในโลกทุนนิยมต่อไปได้ และการที่โรงเรียนไม่สนับสนุนความสามารถด้านศิลปะของตนได้ไม่ดีนัก

ขณะที่ความคืบหน้าล่าสุด พบว่า เด็กหนุ่มนักเรียนมัธยมฯ วัย 17 ปี ได้เดินทางกลับบ้านหาครอบครัวอย่างปลอดภัยแล้ว เมื่อช่วงเช้ามืดที่ผ่านมา อีกทั้งยังพบว่าเป็นเด็กหนุ่มเป็นหลานชายแท้ๆ ของ "ตั๊ก นภัสกร" สามีของนักแสดงสาว ป๊อก ปิยธิดา

ความตายคือทางออก

ผู้โพสต์เริ่มเล่าว่า ตนไม่ได้ถูกกดดันแต่อย่างใด แต่สาเหตุที่คนเลือกที่จะจบชีวิต เพราะนอกจากไม่กลัวความตายแล้ว ยังคิดว่า การมีชีวิตอยู่ต่อไป รังแต่จะสร้างปัญหาให้คนอื่นๆ และต่อตัวเอง

"สวัสดี ขอบคุณ ลาก่อน ข้าพเจ้ามิได้มีปัญหาหรือความกดดันประการใด และสิ่งที่เกิดขึ้นนี้จะไม่ถูกกล่าวโทษแก่ผู้ใดให้ต้องกล้ำกลืนเป็นตราบาปไปชั่วชีวิตของเขา เพียงแต่ข้าพเจ้าไร้ซึ่งเหตุผลที่จะทนทุกข์ทรมานอยู่ในโลกมายาแห่งนี้ต่อไป ข้าพเจ้าไม่เคยหวั่นกลัวต่อความตาย ตรงกันข้าม ข้าพเจ้านั้นเฝ้าพร่ำหามันอยู่ร่ำไปเกือบจะทุกลมหายใจมาตลอด 3 ปี สำหรับข้าพเจ้าแล้ว ความตายคือที่สุดของความเมตตาจากธรรมชาติ เป็นผู้ปลดปล่อยจากกรงจองจำ เป็นความสงบเงียบในยามวิกาลที่ข้าพเจ้าดื่มด่ำ เป็นทางออกของปลายอุโมงค์ที่ผู้สัญจรไม่อาจหลีกเลี่ยง" ผู้โพสต์ ระบุ

มองตัวเองเป็นภาระพ่อแม่

ผู้โพสต์เล่าสาเหตุแรกของการอยากจบชีวิตให้ฟังว่า เป็นเพราะตนต้องเป็นภาระให้พ่อแม่คอยส่งเสีย ทั้งๆ ที่ทั้ง 2 ท่านก็มีปัญหาเองอยู่แล้ว ก็คือ การที่พ่อหมดรักแม่ และกำลังจะไปบวชตลอดชีวิต ขณะที่แม่ก็ต้องการไปอยู่ต่างประเทศ แต่ตน คือ ภาระหลักที่ทำให้ทั้ง 2 ท่านยังต้องอยู่ด้วยกัน แม้ต่างฝ่ายต่างต้องการมีชีวิตเป็นของตัวเอง

"แม้ว่าจะมีเหตุให้ต้องพลัดพรากอยู่เสมอ แต่ความรักและเทิดทูนบูชาของข้าพเจ้านั้นไม่เคยลดลง ข้าพเจ้าขอรับสารภาพว่าในช่วงวัยรุ่นนี้ข้าพเจ้าเคยเกเรและแสดงกิริยาอันไม่เหมาะสมจนทำให้พวกท่านต้องเสียใจในบางครั้งที่ทะเลาะกัน และข้าพเจ้าเจ็บปวดทุกครั้งจนต้องตามไปขอขมาพวกท่านเมื่อสำนึกได้อยู่เสมอ แต่ไม่มีครั้งไหนเลยที่ข้าพเจ้าจะเจ็บปวดจนลืมตัวตนของตัวเองไปเท่าในคืนหนึ่ง ช่วงก่อนจะถึงวันสอบเข้าโรงเรียน___ แม่ของข้าพเจ้าได้เดินร้องไห้เข้ามาในห้องของข้าพเจ้าหลังจากสิ้นเสียงแผดคำรามใส่กันจากการทะเลาะกับพ่อของข้าพเจ้า แม่ล้มตัวลงซบอกของข้าพเจ้าและได้พูดทั้งน้ำตาว่า พ่อเขาไม่รักแม่แล้ว ตอนนั้นแม่พูดถึงเรื่องการหย่าหรือแยกกันอยู่แต่ข้าพเจ้าไม่สามารถจับทุกถ้อยคำได้เพราะเสียงสะอื้นของแม่และข้าพเจ้านั้นชาไปทั้งตัว คืนนั้นแม่ของข้าพเจ้าร้องไห้จนหลับไป

จนหลังจากนั้นมา ข้าพเจ้ามองเห็นช่องว่างระหว่างพ่อกับแม่อยู่เสมอ แม้จะมีเสียงหัวเราะหรือความอบอุ่นในบางครั้ง แต่ช่องว่างนั้นไม่เคยหายไปไหน และข้าพเจ้ารู้ตัวดี ว่าพ่อกับแม่นั้นไม่สามารถที่จะไปเริ่มต้นชีวิตใหม่ของตนเองได้ เพราะยังมีข้าพเจ้าเป็นภาระที่ต้องส่งเสียเลี้ยงดู เป็นโซ่ล่ามทั้งสองไว้อยู่

แม่ของข้าพเจ้าอยากไปอยู่ต่างประเทศ ส่วนพ่อของข้าพเจ้าอยากลาสิกขาบวชตลอดชีวิต ข้าพเจ้าเข้าใจถึงความรู้สึกนั้นดี ความรู้สึกที่อึดอัด ความรู้สึกเมื่อต้องอยู่ในที่ๆไม่ใช่ที่ของตัวเอง เพราะข้าพเจ้าเผชิญมันอยู่ทุกวัน"

โรงเรียนไม่แคร์วิชาศิลปะ-โลกแก่งแย่งชิงดี

ผู้โพสต์กล่าวต่อไป ถึงสาเหตุอื่นๆ ด้วยความสิ้นหวังว่า โรงเรียนที่เรียนอยู่ ก็ไม่ได้ให้ความสำคัญต่อศิลปะ ซึ่งเป็นวิชาที่ตนสนใจนัก ขณะที่โลกทุนนิยม ทำให้ทุกคนต้องต่อสู้ แก่งแย่งกันตลอดเวลา

"ที่โรงเรียนซึ่งกีดกันข้าพเจ้าจากศิลปะที่ข้าพเจ้ารัก ในสังคมทุนนิยมซึ่งข้าพเจ้ามองเห็นโซ่ที่ล่ามข้อเท้าเราตั้งแต่เกิดมา การแก่งแย่ง เร่งรีบ แออัด หรือแม้แต่ในโลกที่ศิลปินฆ่าตัวตาย ทุกอย่างในโลกนี้ล้วนแต่เป็นภาพมายา ทุกสิ่งใดๆที่เคยเกิดขึ้นล้วนต้องสูญสิ้นไปในสักวันตามหลักไตรลักษณ์ โปรดอย่าเสียใจที่นิทานเรื่องหนึ่งจบลง"

ไม่มีใครผิด

ผู้โพสต์ทิ้งท้ายว่า การตัดสินใจในครั้งนี้ เป็นการแสดงให้เห็นว่าตนเลือกจุดจบของชีวิตได้ และขอยืนยันว่า การตัดสินใจนี้ไม่ใช่ความผิดของใคร

"ข้าพเจ้าได้เป็นผู้เลือกฉากจบให้ตนเอง เพื่อให้นิทานเรื่องใหม่ได้เริ่มขึ้นตามที่มันสมควรจะเป็น ขอบคุณและขอโทษสำหรับทุกอย่าง และขอยืนยันอีกครั้งว่าสิ่งที่เกิดขึ้นนี้ไม่ใช่ความผิดของผู้ใดทั้งสิ้น ขอให้พึงระลึกไว้เสมอ ว่าข้าพเจ้าจะคงอยู่ตลอดไป ตราบที่พวกท่านนั้นมีความสุข"

เพื่อน-คนรู้จัก ตามตัว หวั่นฆ่าตัวตาย

หลังจากโพสต์ดังกล่าวเผยแพร่ออกไป เพื่อนและคนรู้จักของผู้โพสต์วัย 17 ปีรายนี้ ต่างโพสต์เฟซบุ๊กให้ชาวเน็ตช่วยกันตามหาตัว เนื่องจากไปตามหาตามสถานที่ต่างๆ ก็ยังไม่พบ จึงเกรงว่าอาจเลือกจุดจบให้กับตัวเองเหมือนที่โพสต์จริงๆ 

อย่างไรก็ตาม เมื่อเวลา 00.21 น. วันนี้ (18 มี.ค.) ผู้ใช้ทวิตเตอร์รายหนึ่ง ที่อ้างว่าเป็นเพื่อนของผู้โพสต์ ระบุว่า เมื่อเวลาประมาณ 20.00 น. วานนี้ (17 มี.ค.) มีผู้พบเห็นชายหนุ่มลักษณะคล้ายผู้โพสต์ที่ซอยชินเขต 1 เขตหลักสี่ กรุงเทพมหานคร แต่ขณะเพื่อนรายนี้โพสต์ ก็ยังไม่เจอตัว

ติดตามSanook! News

ข่าวด่วน เกาะกระแสข่าวดัง บน Facebook คลิกที่นี่ และร่วมเป็นแฟนเพจเราบน Facebook.. ได้ที่นี่เลย!!