หนุ่มแปลกขโมยเทพเจ้า 5 องค์ เดินขนออกจากศาลหน้าตาเฉย แฟนสาวช็อกเจอคลิปว่อน

หนุ่มแปลกขโมยเทพเจ้า 5 องค์ เดินขนออกจากศาลหน้าตาเฉย แฟนสาวช็อกเจอคลิปว่อน
Sanook! Regional

สนับสนุนเนื้อหา

จากกรณีผู้ใช้เฟสบุ๊กได้มีการโพสต์วิดีโอของชายสวมเสื้อยืดสีขาว นุ่งกางเกงขาสั้นลายพราง สะพายกระเป๋าสีดำ เดินเข้าไปในศาลเจ้าและอุ้มองค์พระ (กิ้มซิ้น) ก่อนเดินออกไปขณะที่มีคนอยู่ในศาลเจ้า ก่อนจะกลับมาอีก 2 ครั้งเพื่ออุ้มกิ้มซิ้นออกไปอีก ซึ่งหลังมีการโพสต์ก็มีผู้คนจำนวนมากเข้าไปแสดงความคิดเห็นต่างๆ นานา โดยส่วนใหญ่ประนามผู้ก่อเหตุว่าไม่ละอายชั่วกลัวบาป

โดยองค์พระที่หายคือ 1.พระไต่เซ่จี่โพธิสัตว์ 1 องค์ 2.พระฮวดจู้ก้ง 2 องค์ 3.พระโลเฉี้ย 1 องค์ 4.พระปุ้นถ่าวก้ง 1 องค์ 

ผู้สื่อข่าวสอบถามไปยังนายธีรวุฒิ ศรีตุลารักษ์ ประธานศาลเจ้าปุดจ้อ จ.ภูเก็ต เล่าว่าเหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้น เมื่อเวลาประมาณ 10.00 น. - 12 .00 น. ของวันที่ 15 ก.พ.62 ที่ผ่านมา และหลังทราบเรื่องในเวลาประมาณ 13.00 น. ของวันเดียวกัน ก็ได้เดินทางเข้าแจ้งความสภ.เมือง จ.ภูเก็ต เพื่อให้ช่วยติดตามตัว และล่าสุดเมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา (16 ก.พ.62) บุคคลดังกล่าวตามคลิปพร้อมด้วยมารดา ได้ติดต่อนำองค์เทพเจ้า (กิ้มซิ้น)ทั้งหมดที่เอาไปมาคืนที่ศาลเจ้าแล้ว และเดินทางเข้าพบพนักงานสอบสวนที่ สภ.เมือง จ.ภูเก็ต

เบื้องต้นทราบชื่อคือนายบิ๊ก (ขอสงวนนาม) อายุ 37 ปี อาศัยอยู่ในพื้นที่ ต.กะทู้ อ.กะทู้ จ.ภูเก็ต ซึ่งนายบิ๊กสารภาพว่าได้เข้าไปเอาเทพเจ้าในศาลเจ้าจริง แต่ไม่ได้เจตนาที่จะขโมยไปเป็นทรัพย์สินส่วนตัว หรือนำไปขายแต่อย่างใด ต้องการเพียงนำองค์พระ (กิ้มซิ้น) ไปที่บ้านเพื่อความเป็นสิริมงคลและให้หายจากอาการป่วย ก่อนตั้งใจจะนำกลับมาคืนในภายหลัง โดยก่อนเอาไปได้บอกกับผู้ที่ดูแลศาลเจ้าแล้ว แต่คาดว่าจะไม่ได้ยินเนื่องจาก อยู่ระหว่างการดูแลผู้ที่มาไหว้พระขอพร ตนเองจึงอุ้มองค์พระออกไปทางด้านข้างศาลเจ้า ก่อนจะขึ้นรถจยย.ที่จอดไว้ขับไปที่บ้านในพื้นที่ ต.กะทู้ และกลับมาอีกรวม 3 รอบ เมื่อขนองค์พระเสร็จ จึงจัดตั๋วกราบไหว้บูชาและขอพรองค์พระ ก่อนที่แฟนสาวจะส่งโพสต์มาให้ดูว่ามีการเผยแพร่คลิปทางโซเชี่ยล เช้านี้จึงรีบติดต่อทางศาลเจ้าก่อนเดินทางนำองค์พระทั้งหมดมาคืน ทั้งนี้ตนเองต้องกราบขอโทษพี่น้องชาวภูเก็ตทุกคนที่ตนเองได้ทำให้ไม่สบายใจ และอยากขอให้สังคมให้อภัยเนื่องจากที่ทำไปเพราะอาการป่วย และอยากให้เป็นสิริมงคลไม่มีเจตนาลักขโมย

ด้านนางเอ (นามสมมติ) มารดาของนายบิ๊กเปิดเผยว่า เดิมทีบุตรชายเป็นคนดี ทำมาหากิน ประกอบสัมมาชีพตามปกติ ไม่เคยมีนิสัยลักขโมย ก่อนประสบปัญหาในชีวิตหลายด้าน ทำให้มีอาการทางจิตและอยู่ระหว่างการรักษาจิตเวช มาประมาณ 3 เดือน ต้องกินยาอยู่ตลอด ไม่สามารถทำงานได้ ก่อนหน้านี้นายบิ๊กก็หายออกจากบ้านจนต้องตามหาบ่อย กระทั่งมาทราบว่าก่อเหตุนี้ขึ้น ซึ่งตนเองต้องขอโทษสังคมที่ดูแลลูกได้ไม่ดี และอยากขอความเห็นใจสังคมอย่าซ้ำเติมลูกชาย

อย่างไรก็ตาม ทางด้านเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวนได้ดำเนินการสอบสวนเบื้องต้น และบันทึกถ้อยคำนายบิ๊ก ก่อนส่งตัวให้พนักงานสอบสวนแจ้งข้อกล่าวหาลักทรัพย์ฯในเวลากลางวันโดยใช้ยานพาหนะ ส่วนกรณีที่นายบิ๊กมีอาการป่วยต้องรักษาจิตเวชนั้นขึ้นอยู่กับดุลพินิจของพนักงานสอบสวนและศาลจะพิจารณา