คนกินผวา กะหล่ำปลี ช้างยังดับ

คนกินผวา กะหล่ำปลี ช้างยังดับ

แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook
แฉกะหล่ำปลีที่คร่าชีวิตได้แม้แต่ช้าง อันเนื่องจากมีสารพิษตกค้าง เป็นเพราะกะหล่ำปลีจะโดนใส่ยาฆ่าแมลงนับตั้งแต่หยอดหลุม และต้องใส่ยาทุกระยะ เพราะหากหนอนกินจุดเดียว เกษตรกรจะเสียกะหล่ำปลีไปทั้งหัว แม้แต่คนเก็บเศษกะหล่ำปลีจากตลาดไปเลี้ยงสัตว์ ยังต้องล้างน้ำหลายๆ น้ำ ทางด้านเลขาธิการอย.ตั้งข้อสังเกต ช้างอาจกินกะหล่ำปลีไปโดยไม่ทันทิ้งช่วงให้สารพิษเจือจาง ระบุยังไม่เคยมีรายงานในคนกินกะหล่ำปลีแล้วตาย อย่างมากก็ส่งผลต่อระบบทางเดินอาหารหรือเวียนศีรษะ

จากกรณีช้างพลายสมใจ อายุ 10 ปี ของปางช้างปางป่าคา อ.แม่แตง จ.เชียงใหม่ ล้มตายอยู่บริเวณดอยบ้านป่าข้าวหลาม เขตรอยต่อระหว่างต.กึดช้างกับต.สบก๋าย อ.แม่แตง จ.เชียงใหม่ สาเหตุจากกินกะหล่ำปลีที่มียาฆ่าแมลงสะสมในปริมาณมากเข้าไปนั้น เมื่อวันที่ 30 พ.ค. น.พ.สุพรรณ ศรีธรรมมา โฆษกกระ ทรวงสาธารณสุข กล่าวว่า ในกรณีที่เป็นพืชผักสำหรับบริโภค กระทรวงสาธารณสุขมีมาตร การควบคุมและดูแลเพื่อไม่ให้ประชาชนได้รับสารพิษเกินมาตรฐาน โดยมีการกำหนดค่ามาตร ฐานที่ปลอดภัยไว้ และสุ่มตรวจอย่างเข้มงวด ส่วนมากจะไม่พบการตกค้างเป็นปริมาณมากจนทำให้เสียชีวิตฉับพลัน แต่อาจทำให้เกิดสารพิษตกค้างสะสมในร่างกายโดยเฉพาะไต ตับ ซึ่งการบริโภคควรมีการป้องกันโดยการล้างผ่านน้ำหลายๆ ครั้งและแช่น้ำทิ้งไว้ ก็จะสามารถช่วยให้สารพิษที่ตกค้างในพืชผักลดลงได้

น.พ.พิพัฒน์ ยิ่งเสรี เลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) กล่าวว่า อย.มีการประสานความร่วมมือกับกระทรวงเกษตรฯอย่างต่อเนื่องเพื่อลดปริมาณสารพิษในพืชผัก โดยให้คำแนะนำแก่เกษตรกร รวมถึงการตรวจปริมาณสารพิษที่ตกค้างอย่างต่อเนื่อง แต่ยอมรับว่ายังมีการลักลอบใช้สารเคมีประเภทยาฆ่าแมลงอยู่บ้าง เพราะการใช้วิธีอื่นยังมีต้นทุนสูง แต่มีการควบคุมในเรื่องการเก็บเกี่ยวและให้คำแนะนำว่าจำเป็นต้องมีการทิ้งช่วงเพื่อให้ยาฆ่าแมลงเจือจางก่อนนำมาบริโภค ซึ่งช้างอาจเข้าไปกินพืชผักในช่วงที่มีการให้ยาฆ่าแมลงไว้ จึงทำให้ได้รับสารพิษจำนวนมาก อย่างไรก็ตาม ไม่เคยพบการรายงานในคนว่าได้รับยาฆ่าแมลงจากพืชผักจนเสียชีวิตได้ มีแต่รายงานว่าอาจส่งผลต่อระบบทางเดินอาหาร และทำให้เกิดการวิงเวียนศีรษะได้เท่านั้น

น.พ.พิพัฒน์ กล่าวต่อว่า จากการควบคุมปริมาณสารตกค้างในอาหาร ปัจจุบันพบว่าปัญหาดังกล่าวลดน้อยลงมาก จากช่วง 4-5 ปีก่อนพบปริมาณสารตกค้างในอาหาร 5 กลุ่ม ที่มีการควบคุม อาทิ ยาฆ่าแมลง สารบอแร็กซ์ สารเร่งเนื้อแดง ฟอร์มาลีน สารกันเชื้อรา ประมาณร้อยละ 30 แต่ปัจจุบันลดเหลือเพียงร้อยละ 10 เท่านั้น อย่างไรก็ตาม ยังคงมีการเฝ้าระวังอย่างต่อเนื่อง หากพบปริมาณเกินมาตร ฐานก็จะประสานไปยังกระทรวงเกษตรฯเพื่อตรวจสอบให้คำแนะนำกับเกษตรกรต่อไป ซึ่งประชาชนสามารถป้องกันได้อีกทาง โดยการล้างตามวิธีที่แนะนำเพื่อลดปริมาณสารเคมีตกค้างลง

วันเดียวกัน ผู้สื่อข่าวออกสำรวจตลาดกะหล่ำปลีที่ตลาดไท รังสิต โดยสอบถามกับพ่อค้าแม่ค้าที่แผงขายกะหล่ำปลี เกี่ยวกับกระแสข่าวช้างกินกะหล่ำปลีโดนพิษตกค้างจนตาย แต่ไม่มีพ่อค้าแม่ค้าคนใดยอมให้ความเห็น อย่างไรก็ตาม แหล่งข่าวในตลาดไทเปิดเผยว่า กะหล่ำปลีที่นำมาส่งในแผงขายผักที่ตลาดไท ส่วนใหญ่มาจากทางภาคเหนือ และจะมีการขนส่งด้วยรถบรรทุก หากขนมาด้วยรถกระบะ ส่วนใหญ่จะเป็นกะหล่ำปลีจากทางภาคกลาง การปลูกกะหล่ำปลีจะต้องให้ยากะหล่ำปลีตั้งแต่เริ่มหยอดลงหลุม และจะต้องคอยฉีดยาดูแลตลอดเวลา เพื่อป้องกันหนอนที่จะกินหัวกะหล่ำปลี เพราะกะหล่ำปลีเป็นผักที่ต้องดูแลเป็นพิเศษกว่าผักชนิดอื่น หากถูกหนอนกินเพียงแค่จุดเดียว ก็ทำให้กะหล่ำปลีหัวนั้นเสียไปทั้งหัวได้

แหล่งข่าวกล่าวอีกว่า ขนาดเศษผักกะหล่ำปลีที่ถูกลอกออกนำมาทิ้ง ยังมีคนเก็บนำไปเป็นอาหารสัตว์ต่างๆ อย่างเช่น ปลา เป็ด หรือหมู โดยก่อนนำเศษกะหล่ำปลีไปเลี้ยงสัตว์ ยังต้องล้างด้วยน้ำยาฆ่าเชื้อ เพื่อฆ่าสารหรือยาที่ยังเกาะอยู่ที่กะหล่ำปลี จึงจะนำมาสับให้สัตว์กิน เพราะเคยมีคนนำไปให้ปลากิน ผลคือปลาตาย เนื่อง จากกะหล่ำปลียังมีสารพิษ

ที่ตลาดศูนย์การค้า จ.กำแพงเพชร ตลาดใหญ่ที่มีกะหล่ำปลีจากหลายจังหวัด เช่น เชียง ใหม่ ตาก พิษณุโลก มาส่งพ่อค้าแม่ค้านำไปขายต่ออีกทอดหนึ่ง นางพยอม สุขโรจน์ เจ้า ของตลาดศูนย์การค้า เปิดเผยว่า สั่งเจ้าหน้าที่ออกเก็บตัวอย่างของกะหล่ำปลีมาตรวจหายาฆ่าแมลงว่ามีการตกค้างของสารพิษในกะหล่ำปลีหรือไม่ ถ้าหากพบว่าสารพิษตกค้างในปริมาณที่มากจนเป็นอันตราย จะไม่ยินยอมให้นำมาขายอย่างเด็ดขาด เพื่อความปลอดภัยของผู้บริโภค ทั้งนี้ หลังเจ้าหน้าที่ของตลาดเก็บตัวอย่างมาตรวจด้วยน้ำยาอย่างละเอียดแล้ว ไม่พบว่ามีการปนเปื้อนของสารพิษที่ตกค้าง

เจ้าหน้าที่ของตลาดกล่าวว่า ทางตลาดสุ่มตรวจเป็นประจำ บางครั้งก็เคยพบว่าผักบางชนิด โดยเฉพาะผักที่ปลูกบนดอย เกษตรกรชาวเขาจะใช้สารเคมีหลากหลายชนิดกำจัดศัตรูพืช จึงทำให้มีสารพิษตกค้างค่อนข้างมาก เมื่อทางตลาดตรวจพบก็จะไม่อนุญาตให้มาส่งอีก โดยเฉพาะอย่างยิ่งช่วงนี้ซึ่งเป็นหน้าฝน เกษตรกรจะต้องใช้ยาฆ่าแมลงและยากำจัดศัตรูพืชเพิ่มมากขึ้น เนื่องจากน้ำฝนจะชะล้างยาฆ่าแมลงออกจากพืชผัก แมลงศัตรูพืชจึงระบาดเร็วขึ้น เกษตรกรจึงต้องเพิ่มความเข้มข้นและความถี่ในการฉีดพ่นยามากขึ้นกว่าเดิม จากข่าวช้างกินกะหล่ำปลีมียาฆ่าแมลงจนล้มนั้น ทำให้ประชา ชนไม่กล้าซื้อกะหล่ำปลีไปปรุงเป็นอาหาร เนื่องจากเกรงว่าอาจจะมียาฆ่าแมลงปนเปื้อนมา กะหล่ำปลีจึงขายแทบไม่ออก

ส่วนนางอรทัย คณารีย์ เจ้าของปางช้างป่าคา อ.แม่แตง จ.เชียงใหม่ เปิดเผยว่า กรณีพลายสมใจตายนั้น ตนได้แจ้งให้กลุ่มชาวกะเหรี่ยงเจ้าของช้าง และกลุ่มที่ทำพืชไร่กะหล่ำปลี ให้ช่วยกันนำซากช้างที่เสียชีวิตไปดำเนินการเผาหรือฝังให้เรียบร้อยแล้ว ทั้งนี้ พืชเกษตรในเขต อ.แม่แตง ปกติจะไม่ใส่สารพิษ ปลูกกันแบบธรรมชาติปุ๋ยธรรมชาติ แต่ปีนี้กลับมีคนใช้ยาฆ่าแมลงกับพืชผัก ถึงขนาดช้างกินยังตาย โดยเจ้าของช้างก็เป็นชาวกะเหรี่ยง คนปลูกกะหล่ำปลีก็เป็นกะเหรี่ยง มักจะประสานกันเวลามีนักท่องเที่ยวมา เพื่อหารายได้ไปเลี้ยงกัน

อยากฝากให้ทางเจ้าหน้าที่อุทยานดอย สุเทพ-ปุย เจ้าหน้าที่อุทยานศรีลานนา ทั้งสองอุทยานได้ช่วยดูแลและตักเตือนพวกกะเหรี่ยงที่ทำไร่เกษตรพืชผักในเขตอุทยานด้วย อย่าได้นำยาฆ่าแมลงหรือยาฆ่าวัชพืชมาใช้ในการทำเกษตรกรรม เพราะจะส่งผลกระทบต่อช้าง ต่างก็ทำธุรกิจในเขตพื้นที่ด้วยกัน ทั้งชาวกะเหรี่ยงที่มีช้างกับชาวกะเหรี่ยงที่มีสวนพืชเกษตร เจ้าของปางช้างแม่คากล่าว

แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook
กำลังโหลดข้อมูล