ผู้ว่าฯ โคราชห่วงปัญหา "PM 2.5" สั่ง 32 อำเภอห้ามเผาป่าเด็ดขาด-ฝ่าฝืนมีโทษหนัก

ผู้ว่าฯ โคราชห่วงปัญหา "PM 2.5" สั่ง 32 อำเภอห้ามเผาป่าเด็ดขาด-ฝ่าฝืนมีโทษหนัก
Sanook! Regional

สนับสนุนเนื้อหา

ผู้ว่าฯ โคราชห่วงปัญหาหมอกควัน-มลภาวะพิษช่วงหน้าแล้ง ทำหนังสือถึงนายอำเภอทั้ง 32 อำเภอ ประกาศห้ามประชาชนเผาตอซังข้าว เผาอ้อย เผาหญ้าเด็ดขาด ฝ่าฝืนมีโทษหนักหลายมาตรา

(16 ม.ค. 62) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ภายหลังจากหลายพื้นที่ของประเทศไทย กำลังประสบกับปัญหาหมอกและควัน ก่อให้เกิดฝุ่นละอองในปริมาณส่ง ซึ่งส่งผลให้เป็นมลภาวะพิษกระทบต่อสุขภาพของประชาชนหลายพื้นที่

โดยเฉพาะในพื้นที่ จ.นครราชสีมา ซึ่งช่วงนี้จะมีเกษตรกรทำการเผาตอซังข้าว หลังฤดูเก็บเกี่ยว และเผาต้นอ้อยเพื่อทำการตัดอ้อย ทำให้เกิดหมอกควันและค่าฝุ่นละอองในอากาศในปริมาณสูงขึ้นต่อเนื่อง

ดังนั้นเมื่อวันที่ 6 ธันวาคม 2561 นายวิเชียร จันทรโณทัย ผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา จึงได้มีหนังสือถึงนายอำเภอทั้ง 32 อำเภอ ให้ประกาศขอความร่วมมือประชาชนห้ามเผาตอซังข้าวและอ้อย ในช่วงฤดูแล้งปี 2561-2562 โดยมีข้อห้ามอยู่ 4 ข้อ ได้แก่

1.ห้ามเผาเด็ดขาดในพื้นที่เกษตรกรรม ช่วงฤดูแล้ง ปี 2561-2562 หากมีความจำเป็นอย่างยิ่งต้องเผาในพื้นที่เกษตรกรรม จะต้องทำแนวกันไฟและควบคุมการเผาอย่างใกล้ชิด รวมทั้งให้แจ้งขออนุญาตจากกำนันหรือผู้ใหญ่บ้านในเขตปกครองท้องที่นั้นก่อนเข้าดำเนินการทุกครั้ง

2.ห้ามเผาเด็ดขาดในพื้นที่ริมทางหลวง และริมทางหลวงท้องถิ่น ซึ่งหากพบเห็นให้แจ้งหน่วยงานที่รับผิดชอบเขตทางหลวงนั้นเข้าดำเนินการระงับเหตุ รวมทั้งให้มีการบังคับใช้กฎหมายทางหลวงกับผู้กระทำผิดอย่างเคร่งครัด

3.หากพบเห็นไฟไหม้ป่า ไฟไหม้ในที่โล่งพื้นที่ต่างๆ พื้นที่ริมทางหลวง หรือพื้นที่ริมทางหลวงท้องถิ่น ขอให้ช่วยดับไฟ และหากไม่สามารถดำเนินการได้ ขอให้แจ้งหน่วยงานควบคุมไฟป่าอำเภอ หรือองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น หรือโทรสายด่วนได้ที่ สายด่วนไฟป่า 1362 สายด่วนทางหลวง 1586 และสายด่วนทางหลวงชนบท 1141 สายด่วนนิรภัย 1784 แจ้งเหตุด่วน เหตุร้าย 191 ตลอด 24 ชั่วโมง

4.ผู้ใดฝ่าฝืนจุดไฟเผาป่าหรือเผาในที่โล่งพื้นที่ต่างๆ อาจมีความผิดตามพระราชบัญญัติป่าไม้ พ.ศ.2485 พระราชบัญญัติป่าสงวนแห่งชาติ พ.ศ.2507 พระราชบัญญัติอุทยานแห่งชาติ พ.ศ.2504 พระราชบัญญัติสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ.2535

พระราชบัญญัติส่งเสริมและรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ พ.ศ.2535 และประมวลกฎหมายอาญา รวมทั้งเทศบัญญัติ หรือข้อบัญญัติขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นแต่ละแห่งที่ได้กำหนดไว้ โดยมีบทกำหนดโทษตามกฎหมายดังกล่าวกำหนด