สุดยื้อ “พังใบตอง” ตายแล้ว-หลังทีมสัตวแพทย์สวนนงนุชช่วยรักษาเกือบ 1 เดือน

สุดยื้อ “พังใบตอง” ตายแล้ว-หลังทีมสัตวแพทย์สวนนงนุชช่วยรักษาเกือบ 1 เดือน
Sanook! Regional

สนับสนุนเนื้อหา

(11 ม.ค. 62)  ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่สวนนงนุชพัทยา อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี  “พังใบตอง” หรือ “พังฟ้าใส” ได้ตาย เมื่อเวลา 15.15 น.

โดยทาง คุณพัทธนันท์ ขันติสุขพันธุ์ ผู้จัดการทั่วไป สวนนงนุชพัทยา ได้นิมนต์ พระครูเกษมกิตติโสภณ (อาจารย์จ่อย) เจ้าอาวาสวัดสามัคคีบรรพต มาสวดบังสกุลศพช้างพังใบตอง ก่อนที่สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์(สบอ.)ที่ 2 ศรีราชา กรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช พร้อมด้วยคณะสัตวแพทย์ได้นำไปผ่าพิสูจน์การตาย ในเวลา 18.30 น. ที่สถานีเพาะเลี้ยงสัตว์ป่าบางละมุง อ.บางละมุง จ.ชลบุรี  

โดยนำเครื่องในส่วนต่างๆ ไปพิสูจน์ถึงสาเหตุการเสียชีวิตก่อนนำศพฝังไว้ที่สถานีเพาะเลี้ยงสัตว์ป่าบางละมุง ส่วนผลต้องรอการตรวจพิสูจน์อีกครั้ง

สือเนื่องมาจาก สัตวแพทย์หญิงณฐนน ปานเพ็ชร นายสัตวแพทย์ประจำ สํานักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 2 (ศรีราชา) กรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช ได้รักษาลูกช้างป่าตัวเมียอายุประมาณ 1 เดือน พลัดหลงในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าเขาอ่างฤๅไน โดยมีบาดแผลโดนบ่วงรัดบริเวณขาหน้าข้างซ้าย ใกล้กับหน่วยพิทักษ์ป่าสีระมัน อ.เขาชะเมา จ.ระยอง ตั้งแต่วันที่ 18 ธ.ค.61

ก่อนในวันที่ 24 ธ.ค.2561 ได้ประสานมายัง นายกัมพล ตันสัจจา ผู้อำนวยการสวนนงนุชพัทยา เพื่อส่งตัวเข้าดูแลที่สวนนงนุช พัทยา จ.ชลบุรี  ต่อเนื่องจากทางสวนนงนุช มีทีมสัตว์แพทย์ และเครื่องมือในการรักษาครบถ้วน ประกอบกับมีแม่ช้างเลี้ยงที่เพิ่งจะคลอดลูก เพื่อสุขภาพของลูกสัตว์ที่ดีควรได้รับนมจากแม่ช้าง

โดยท่ามกลางการเอาใจใส่ของทีมสัตวแพทย์เป็นอย่างดี ทั้งการรักษาแผลติดเชื้อ และบำบัดทางจิตใจ ที่ผ่านมาสัตวแพทย์ที่รักษาได้ตั้งชื่อเรียกชื่อว่า “พังใบตอง” และต่อมาเปลี่ยนชื่อเป็น “พังฟ้าใส” หลังจากอาการเริ่มดีขึ้น

ก่อนในวันนี้ (11 ม.ค. )  เมื่อ เวลา 15.15 น. ช้างพัง ได้ล้มลงและตาย ซึ่งทุกคนในทีมสัตวแพทย์ และเจ้าหน้าที่ ที่ร่วมดูแลได้พยายามเต็มที่แล้ว โดยพบว่า ตอนประมาณ 20.00 น.ของวันที่ 10 ม.ค. อาการเริ่มทรุดลง ไม่มีแรง ต่างจากเมื่อตอนกลางวัน ยังเล่นดีๆ อาการค่อนข้างน่าเป็นห่วง  ตรวจเลือดพบ ค่าตับไต ค่าเม็ดเลือดขาว อยู่ในเกณฑ์ปกติ แต่ค่า “แก๊ส โซเดียมไบคาร์บอเนต” น้อยมาก และเกิดภาวะเลือดเป็นกรด ต้องให้น้ำเกลือ ให้ยา ให้ออกซิเจนช่วยพยุงสภาพ

โดยมีทีมสัตวแพทย์ และควาญผู้ช่วยฯ ผลัดกันอยู่เฝ้าเวรกันตลอด 24 ชั่วโมง อย่างต่อเนื่องกัน กระทั่งวันนี้ ได้ล้มตายลงท่ามกลางความเสียใจของทีมเจ้าหน้าที่ ที่ดูแลมาตลอด 1 เดือน

ติดตามSanook! News

ข่าวด่วน เกาะกระแสข่าวดัง บน Facebook คลิกที่นี่ และร่วมเป็นแฟนเพจเราบน Facebook.. ได้ที่นี่เลย!!