สถิติ 5 วันฉลองปีใหม่ คดีจราจรพุ่งกระฉูด ขึ้นศาล 15,772 ข้อหา

สถิติ 5 วันฉลองปีใหม่ คดีจราจรพุ่งกระฉูด ขึ้นศาล 15,772 ข้อหา
INN News

สนับสนุนเนื้อหา

ประมวลสถิติตลอด 5 วันฉลองปีใหม่ พบคดีจราจรต้องขึ้นศาล 15,772 ข้อหา โฆษกศาลระบุ บางคดียังไม่พิพากษารอสืบเสาะประวัติ

นายสุริยันห์ หงษ์วิไล โฆษกศาลยุติธรรม เปิดเผยว่า จากการรวบรวมข้อมูลการดำเนินคดี ความผิดตาม พ.ร.บ.จราจรทางบก พ.ศ.2522 ช่วง 7 วันอันตราย ในวันหยุดท้ายปี 2561 จนถึงเทศกาลปีใหม่ 2562 ตั้งแต่วันที่ 27 ธ.ค.61 – 2 ม.ค.62 พบปริมาณคดีความผิด ตาม พ.ร.บ.จราจรทางบกฯ ที่เข้าสู่การพิจารณาพิพากษาของศาลชั้นต้นทั่วราชอาณาจักร 232 ศาล ช่วง 5 วันที่ผ่านมา ตั้งแต่วันที่ 27 – 31 ธ.ค.61 รวม 15,772 ข้อหา

ทั้งนี้ ศาลได้พิจารณาพิพากษาเสร็จ 14,785 ข้อหา คิดเป็น 93.74% โดยข้อหาที่มีการกระทำผิดสูงสุด 3 อันดับ ได้แก่ ขับรถขณะเมาสุรา 14,436 ข้อหา, ขับรถโดยไม่มีใบอนุญาต 750 ข้อหา, ขับรถขณะเสพยาเสพติด 496 ข้อหา ขณะที่ จังหวัดที่มีปริมาณคดีขึ้นสู่การพิจารณาสูงสุด คือ จ.ชลบุรี จำนวน 817 ข้อหา

นายสุริยัณห์ กล่าวเพิ่มเติมอีกว่า ปริมาณคดีเฉพาะประจำวันที่ 31 ธันวาคม 2561 ที่เข้าสู่การพิจารณาของศาล มีถึง 7,390 ข้อหา โดยข้อหาที่มีการกระทำผิดสูงสุด 3 อันดับ ได้แก่ ขับรถขณะเมาสุรา 7,048 ข้อหา, ขับรถโดยไม่มีใบอนุญาต 318 ข้อหา และขับรถขณะเสพยาเสพติด 17 ข้อหา โดยทั้งหมดนั้นศาลพิจารณาพิพากษาเสร็จได้ถึง 7,083 ข้อหา คิดเป็น 95.85% ซึ่งจังหวัดที่มีปริมาณคดีขึ้นสู่การพิจารณาสูงสุด ในวันหยุดส่งท้ายปีนั้น ก็คือ จ.นครราชสีมา จำนวน 437 ข้อหา

โฆษกศาลยุติธรรม กล่าวอธิบายด้วยว่า การพิจารณาพิพากษาของศาลตามสถิติที่ไม่ครบ 100% นั้นเนื่องจาก แม้ว่าคดีความผิดตาม พ.ร.บ.จราจรทางบกฯ หากจำเลยให้การรับสารภาพก็ไม่จำเป็นต้องสืบพยานประกอบคำรับสารภาพโดยศาลสามารถตัดสินได้เลย

แต่ในบางกรณีศาลพิจารณาแล้วเห็นว่าควรให้พนักงานคุมประพฤติสืบเสาะและพินิจถึงประวัติและพฤติการณ์ในการกระทำความผิดของจำเลยเสียก่อน เพื่อนำมาประกอบดุลพินิจในการกำหนดโทษ จึงให้เลื่อนไปนัดฟังคำพิพากษาในวันหลัง ในสถิติจึงเป็นคดีที่ยังพิจารณาไม่แล้วเสร็จ

ขณะที่การพิจารณาคดีเกี่ยวกับความผิด พ.ร.บ.จราจรทางบกฯ ช่วงเทศกาลศาลก็ทุ่มเททำงานกันอย่างเต็มที่ ในบางพื้นที่ที่มีคดีค่อนข้างมากบางศาลใช้เวลาจนถึง 19.00 – 20.00 น. ซึ่งได้ล่วงเลยเวลาราชการศาล

ติดตามSanook! News

ข่าวด่วน เกาะกระแสข่าวดัง บน Facebook คลิกที่นี่ และร่วมเป็นแฟนเพจเราบน Facebook.. ได้ที่นี่เลย!!