สาวสะอื้น...วันพ่อแต่พ่อหายไป 6 เดือนแล้ว มีเงื่อนงำซับซ้อน ตร.ยังจนปัญญา

สาวสะอื้น...วันพ่อแต่พ่อหายไป 6 เดือนแล้ว มีเงื่อนงำซับซ้อน ตร.ยังจนปัญญา
Sanook! Regional

สนับสนุนเนื้อหา

หญิงสาวว่ามีบัณฑิตร้องสื่อ สะอื้นตามหาตัวพ่อ หลังหายไปกว่า 6 เดือน อยากจะพบไม่ว่าจะเป็นหรือตายก็ทำใจแล้ว แอบสงสัยอดีตแม่เลี้ยง แต่หลักฐานไม่พอที่ตำรวจะช่วยได้

(5 ธ.ค.) ผู้สื่อข่าวได้รับการเปิดเผยจาก นางสาวสิริพร สวัสดิ์รัมย์ อายุ 22 ปี ชาว ต.เขาทะลุ อ.สวี จ.ชุมพร ระบุว่า เมื่อวันที่ 29 กรกฎาคม 2561 ตนที่กำลังศึกษาอยู่ที่มหาลัยแห่งหนึ่งใน จ.สุราษฎร์ธานี ได้พยายามโทรศัพท์มาหา นายเสนีย์ สวัสดิ์รัมย์ อายุ 57 ปี ผู้เป็นพ่อที่จังหวัดชุมพร แต่ติดต่อเท่าไหร่ก็ติดต่อไม่ได้ จึงสงสัยว่าเป็นเพราะอะไร เพราะพ่อไม่เคยเงียบหายไปแบบนี้ จึงได้วานให้เพื่อนที่บ้านมาดู แต่ผ่านไปหลายวันก็พบว่าพ่อและรถยนต์อีซูซุ ตอนครึ่ง สีน้ำเงิน-เทา หมายเลขทะเบียน บน 2730 ชุมพร ได้หายไปจากบ้าน

นางสาวสิริพร กล่าวว่า ตนรู้ว่าต้องมีอะไรเกิดขึ้นกับพ่อแน่ๆ จึงได้พยายามหาข้อมูลต่างๆ จากเพื่อนและคนสนิทของพ่อ จนทราบว่าพ่อได้ขับรถไปที่ อ.ไชยา จ.สุราษฎร์ธานี เพื่อจะไปหา น้าวิ อดีตแม่เลี้ยงของตน ที่พ่อเคยบอกกับตนว่าได้เลิกรากันแล้ว และน้าวิได้เก็บข้าวของไปแล้วตั้งแต่วันที่ 20 พฤษภาคม 2561 แต่เมื่อตนไปหาที่บ้านน้าวิ ก็ไม่พบพ่อ อีกทั้งยังบอกว่าไม่ได้ติดต่อกับพ่อมานานแล้ว หลังจากที่แยกทางกัน

นางสาวสิริพร กล่าวต่อว่า เมื่อถูกปฏิเสธจากน้าวิว่าไม่พบ ตนก็พยายามสืบเสาะหาข้อมูล จนมาได้ภาพจากกล้องวงจรปิด ว่าเมื่อวันที่ 27 กรกฎาคม เวลาประมาณเที่ยงวัน พ่อได้ขับรถออกจากบ้าน มุ่งหน้าไปทางสี่แยกเขาปีป อ.ทุ่งตะโก จ.ชุมพร แล้วเลี้ยวขวา มุ่งลงไปทางใต้ และมาได้ภาพจากกล้องวงจรปิดจุดสุดท้าย ที่บริเวณบ้านคันธุลี อ.ท่าชนะ จ.สุราษฎร์ธานี

ทำให้ตนมั่นใจว่าพ่อต้องเดินทางมาหาน้าวิ แต่ทำไมน้าวิปฏิเสธว่าไม่พบไม่เจอพ่อมาหลายเดือนแล้ว ซึ่งในความจริงนั้นไม่ใช่เลย หลังจากที่บอกแยกทางกันแล้ว พ่อกับน้าวิยังคงติดต่อกันอยู่เลย และทางเพื่อนบ้านก็ยังเห็นว่าน้าวิมาหาที่บ้านบ่อย หลายคนยังคิดว่าคืนดีกันแล้ว

นางสาวสิริพร เล่าต่อว่า กระทั่งเวลาล่วงเลยไปหลายวัน ตนได้เข้าแจ้งความคนหายไว้ที่ สภ.ขุนทะเล จ.สุราษฎร์ธานี เมื่อวันที่ 5 สิงหาคม และ ที่ สภ.นาสัก จ.ชุมพร เมื่อวันที่ 6 สิงหาคม เพราะเกรงว่าพ่อจะได้รับอันตราย แต่การแจ้งความก็ไม่ได้ช่วยอะไรได้มาก เพราะเจ้าหน้าที่ตำรวจเพียงรับแจ้งเรื่อง และเรียกบุคคลที่ตนกล่าวถึงมาสอบปากคำแล้วก็ปล่อยไป และให้เหตุผลว่าข้อมูลไม่เพียงพอ ทำให้ตนดิ้นรนสืบหาข้อมูลด้วยตัวเอง

และต่อมาเมื่อวันที่ 4 กันยายน ตนได้ลองโทรศัพท์ไปที่เบอร์พ่อ ปรากฏว่าครั้งนี้โทรติด หลังจากที่ปิดเครื่องไปตั้งแต่วันที่ 27 กรกฎาคม แต่ก็ไม่มีใครรับ ก่อนจะโทรไปอีกครั้ง ก็พบว่าปิดเครื่องแล้ว จึงได้ให้คนรู้จักได้จับสัญญาณก็พบว่าสัญญาณอยู่แถว อ.ไชยา จ.สุราษฎร์ธานี ซึ่งเป็นบริเวณใกล้กับบ้านอดีตแม่เลี้ยง

นางสาวสิริพร กล่าวด้วยความตาคลอเบ้าว่า ทุกวันจะจุดธูปต่อหน้ารูปแม่ที่เสียไปก่อนหน้า ช่วยดลบันดาลให้พบพ่อโดยเร็ว ไม่ว่าจะเป็นหรือตายก็ตาม เพราะผ่านมาเกือบจะ 6 เดือน ตอนนี้ตนก็ทำใจไว้บ้างได้แล้ว เพียงแค่อยากพบเจอพ่อเท่านั้น

news12-1

ขณะที่ นายเวียน อายุ 70 ปี เพื่อนบ้านอยู่ตรงข้ามกับผู้สูญหาย บอกว่า ตนกับนายเสนีย์ หรือที่ชาวบ้านจะเรียกกันว่า ตาแดง ได้เจอกันล่าสุดก็เมื่อวันเข้าพรรษา ตอนปำบุญกันที่วัด แต่หลังจากวันนั้นตาแดงก็หายไปจากบ้าน ซึ่งตนเองก็ไม่คิดว่าจะหายจากบ้านไปได้นานขนาดนี้ เพราะตาแดงนั้นมักจะไม่ไปไหนไกล เพราะเป็นห่วงสวนยางที่ต้องกรีดแทบทุกวัน

นายเวียน ยังกล่าวว่า ตาแดงนั้นเป็นหนุ่มเจ้าสำราญ เจ้าชู้ ไม่ชอบอยู่คนเดียว และล่าสุดก็งอนกับที่บ้าน เพราะหลังจากที่บอกกับทุกคนว่าเลิกกับภรรยา(น้าวิ)จะให้ตนไปขอแม่ม่ายคนหนึ่งที่อยู่ในหมู่บ้านเดียวกัน ซึ่งตนบอกไม่อยากจะยุ่งเพราะกลัวจะเสียคน ซึ่งปรากฏว่าก็จริง เพราะเพียงไม่กี่วันก็เห็นภรรยาเก่า(น้าวิ)มาอยู่ที่บ้าน

สอดคล้องกับที่นางสาวสิริพรบอกว่า หลังจากที่แม่เสียชีวิตด้วยโรคมะเร็งไป พ่อก็มีภรรยาก่อนจะมาถึงน้าวิ อีก 2 คน และเมื่อบอกเลิกกับน้าวิ ก็ยังเปรยว่าจะไปขอน้าคนหนึ่งในหมู่บ้าน แล้วก็เงียบไป จนมารู้ว่าน้าวิยังวนเวียนมาที่บ้านตลอด และมาหายไปตัวไปเมื่อวันที่ 27 กรกฎาคมที่ผ่านมา

ในขณะที่ นายหิต อายุ 68 ปี สนิทและเป็นคนที่พบกับนายเสนีย์เป็นคนสุดท้าย กล่าวว่า ตนกับนายแดงสนิทกันมาก เพราะหลังจากกรีดยางเสร็จ นายแดงก็จะมานั่งคุย และเวลามีเรื่องไม่สบายใจก็จะมาพูดคุยปรับทุกข์ โดยเฉพาะล่าสุดมาคุยเรื่องที่ภรรยาได้หนีไป ซึ่งตนก็ไม่กล้าพูดอะไรได้มากไปกว่าปลอบใจกัน

นายหิต กล่าวต่อว่า เมื่อวันที่ศุกร์ที่ 27 กรกฎาคม ตนได้ไปคุยกับนายแดง เรื่องที่จะไปลงทะเบียนเกษตรกรที่อำเภอ ก็พบว่านายแดงกำลังจะเดินทางไป อ.ไชยา จ.สุราษฎร์ธานี เพื่อไปรับ นางวิ ซึ่งตนก็บอกว่าขับรถไปดีๆ อย่าค้างให้ไปแล้วรีบกลับเลย

และเท่าที่ตนสังเกตหน้าตานายแดง รู้สึกว่ามีอาการเศร้าหมองมาก จนกระทั่งมาวันจันทร์ที่ 30 กรกฎาคม ตนได้มาหาที่บ้านก็ไม่พบ ครั้งแรกนึกว่าไปลงทะเบียนที่อำเภอแล้ว แต่เมื่อคนเองไปก็ไม่พบแล้วมารู้อีกว่าว่านายแดงไม่ได้กลับมาบ้านหลายวันแล้ว

นายหิต ยังกล่าวอีกว่า นายแดง เคยคุยให้ฟังเรื่องที่ทะเลาะกับนางวิ และอีกฝ่ายได้ไปแจ้งความจนต้องขึ้นโรงพักไปเสียค่าปรับข้อหาทำร้ายร่างกายมาแล้วครั้งหนึ่ง และนายแดงยังบ่นว่านางวิใช้เงินเก่ง เวลานายแดงนำยางไปขาย ก็จะถูกนางวิยึดเงินไปหมด และเมื่อได้เงินแล้วก็จะเดินทางกลับ จ.สุราษฎร์ธานี บ่อยครั้ง

และล่าสุดก่อนที่จะหายตัวไป นายแดงก็ขายทุเรียนได้ราคาเกือบครึ่งแสน และได้พกเงินติดตัวไปรับนางวิตามที่นายแดงบอกอีกด้วย

ติดตามSanook! News

ข่าวด่วน เกาะกระแสข่าวดัง บน Facebook คลิกที่นี่ และร่วมเป็นแฟนเพจเราบน Facebook.. ได้ที่นี่เลย!!