สุดสูง สุดหนาว ท้าทาย : อีกความหมายการเดินทาง จุงเฟรา Top of Europe
คอลัมน์ DESTINATION
โดย วไลลักษณ์ โชติจุฬางกูร...เรื่อง/ภาพ
ว่ากันว่า ยิ่งสูงก็ยิ่งหนาว เชื่อแล้วว่าจริงยิ่งกว่าจริง แต่ในความหนาวเย็นนั้นก็มีความงดงามซ่อนอยู่ งามชนิดที่ว่าต้องฝ่าความหนาวมาดูมาชมกันให้ได้นั่นล่ะ
ฉันพิสูจน์มาแล้วเมื่อสองเท้าได้สัมผัสหิมะบนยอดเขา จุงเฟรา (Jungfrau) จุดที่สูงที่สุดของทวีปยุโรป เพราะด้วยความสูงจากระดับน้ำทะเล 4,158 เมตร ณ วินาทีนั้นฉันลืมความหนาวไปชั่วขณะจิต อาการตื่นตาตื่นใจกับความมหัศจรรย์ของธรรมชาติบังเกิดขึ้นโดยอัตโนมัติ
จุงเฟราอวดโฉมเด่นตระหง่านอยู่ในอินเทอร์ลาเคน ซึ่ง ตั้งอยู่ในกรุงเบิร์น เมืองหลวงของสวิตเซอร์แลนด์
การจะเดินทางสู่ยอดเขาจุงเฟราต้องผ่านเข้าอินเทอร์ ลาเคน (Interlaken) ก่อน และก็ไม่ง่ายนักที่จะผ่านเลยไปเฉยๆ ได้ เพราะแม้จะได้ชื่อว่าเป็นเมืองผ่านไปจุงเฟรา เป้าหมายของเรา แต่เมืองนี้กลับมีเสน่ห์ดึงดูดใจให้หลงใหลจนยากจะมองข้าม เอาเป็นว่าแค่โลเกชั่นก็โรแมนติกสุดๆ แล้ว
อินเทอร์ลาเคนเป็นเมืองเล็กๆ สงบงาม ตั้งอยู่ระหว่างทะเลสาบธุน (Thunnersee) และทะเลสาบเบรียนซ์ (Brienzersee) อยู่ในฐานะเมืองท่าที่เป็นจุดเชื่อมต่อไปยังภูเขาสำคัญต่างๆ ด้วยเหตุฉะนี้โรงแรมตั้งแต่ขนาดใหญ่ 5 ดาว ไปจนถึง Hostel ราคาประหยัดจึงมีมากมายราว ดอกเห็ด จึงไม่ต้องกลัวว่ามาถึงแล้วจะหาที่พักไม่ได้
หากใครได้ไปเดินเล่นแถวสวนสาธารณะกลางใจเมือง อินเทอร์ลาเค่นก็จะได้ทัศนียภาพความงามของสามขุนเขา คือ ภูเขาไอเกอร์ (Eiger) เมินช์ (Monch) และ จุงเฟรา (Jungfrau) พร้อมด้วยทะเลสาบสีเขียวที่ล้อมด้วยป่าสนสูงชะลูด เต็มสองตา โอ้...แดนแห่งความฝันที่สัมผัสได้จริง
หากอยากชมวิถีชีวิตเรียบง่ายน่ารักของชาวเมือง ฉันขอแนะนำให้นั่งรถม้ากินลมชมวิวรอบเมืองก็สนุกไปอีกแบบ ส่วนใครที่เป็นขาช็อป ขอบอกว่าที่นี่มีร้านสินค้าแบรนด์ดัง ทั้งแฟชั่นและนาฬิกาสุดหรูให้จับจ่ายมากมาย
ออกนอกเส้นทางมาพอสมควร เริ่มเดินทางสู่จุดมุ่งหมายกันเสียที การขึ้นสู่ยอดเขาจุงเฟราใช้เวลาเดินทางโดยรถไฟประมาณ 2 ช.ม. ระยะทางประมาณ 9 กิโลเมตร ที่
อินเทอร์ลาเคนมีสถานีรถไฟอยู่ 2 สถานี คืออินเทอร์ลาเคนออสต์ (Interlaken Ost) และอินเทอร์ลาเคนเวสต์ (Interlaken west) การไปจุงเฟราต้องไปขึ้นที่ อินเทอร์ ลาเคนออสต์ ที่นี่ก็จะมีเส้นทางให้เราเลือกว่าจะไปทางกลินเดลวาลด์ (Glindelwald) หรือ เลาเทอบรูเนน ฉันเลือกไปทางกลินเดลวาลด์ และก็ไม่ผิดหวัง ได้ที่เที่ยวเพิ่มจากที่วางไว้ในแพลนเช่นเคย
กลินเดลวาลด์เป็นหมู่บ้านเล็กๆ อยู่สูงจากระดับน้ำทะเลประมาณ 1,000 เมตร ล้อมรอบด้วยเทือกเขาทุกด้านเหมาะแก่การเล่นกีฬา การผจญภัย และใครที่ชอบความท้าทาย ขอท้า ให้ลองใช้บริการนั่งกระเช้าขึ้นสู่ยอดเขาเฟิร์ส (First) รับประกันความเสียว เอ๊ย ! ความสวย ขุนเขาและหน้าผาสูงชันอันงดงามท่ามกลางสายลมบริสุทธิ์และกลิ่นหอมของทุ่งหญ้าเขียวขจี อยู่ใกล้แค่ปลายสายตานี่เอง
หากไม่พิสมัยความเสี่ยงนักล่ะก็ เส้นทางเดินเท้ายอดนิยม เดินสบายๆ ประมาณหนึ่งชั่วโมงไปยังจุดชมวิวก็น่าสนไม่น้อย ทะเลสาบบัคอัลป์ (Bachalpsee) รอคุณอยู่ข้างหน้า น้ำใส วิวสวย หายเหนื่อยเป็นปลิดทิ้ง
เสน่ห์อีกอย่างของกลินเดลวาลด์ที่ตราตรึงจนลืมไม่ลงคืออาหารประจำท้องถิ่น ด้วยรสชาติที่แตกต่าง เลือกใช้วัตถุดิบเฉพาะของท้องถิ่น และพ่อครัวหรือแม่ครัวมีความเชี่ยวชาญ ในการปรุง มาถึงแล้วควรหาโอกาสชิมให้ได้
ออกจากกลินเดลวาลด์ รถจะไต่ความสูงขึ้นไปเรื่อยๆ ถ้าอากาศเป็นใจก็จะได้เห็นที่ราบสูงโกรสและไคลน์ไชเด็จ (Kliene schniedegg) ทะเลสาบบาคเซสีน้ำเงิน และผู้ยิ่งใหญ่ของ ยอดเขาสวิส คือ เว็ทเทอร์ฮอร์น ชเร็คฮอร์น โอเกอร์ และจุงเฟราย็อค และเมื่อถึงสถานีไคลน์ไชเด็จ ซึ่งถือเป็นสถานที่สำคัญ เพราะจะต้องเปลี่ยนไปขึ้นรถไฟอีกขบวน ซึ่งเป็นรถไฟล้อเฟือง
รอบๆ สถานีไคลน์ไชเด็จ มีร้านอาหาร เกสต์เฮาส์ ท่ามกลางทิวทัศน์อันงดงาม และถ้าโชคดีก็จะได้ชมการฝึก เหยี่ยวด้วย หลังรถไฟออกจากสถานีไคลน์ไชเด็จ ก็จะเห็นแต่ภูเขากับหิมะ สักพักรถไฟก็จะเข้าอุโมงค์ จนกระทั่งถึงจุงเฟรา และหยุดให้ลงไปชมวิวสองจุด จุดละ 5 นาที
สถานีรถไฟจุงเฟราเป็นสถานีรถไฟที่สูงที่สุดในยุโรป สูง 3,454 เมตร จากระดับน้ำทะเล ซึ่งองค์การยูเนสโก (UNESCO) ประกาศให้จุงเฟราเป็นมรดกโลกทางธรรมชาติแห่งแรกของเทือกเขาแอลป์ ในวันที่ 13 ธันวาคม ค.ศ.2001 ด้วย
สิ่งที่สัมผัสได้เป็นอันดับแรกเมื่อทะยานขึ้นถึงจุงเฟราคือความหนาวเย็น อุณหภูมิเฉลี่ยของจุงเฟราคือ 2 ถึง -2 องศาเซลเซียส ที่ความสูงระดับนี้จะมีอากาศหรือออกซิเจนเพียง 1 ใน 3 ของสภาพอากาศปกติ ดังนั้นเวลาเดินควรต้องระวัง ไม่ควรเดินเร็วเกินไป เดี๋ยวจะหอบเหนื่อย เสียอรรถรสในการ ท่องเที่ยวเสียเปล่าๆ
เมื่อมาถึงแล้วก็ขึ้นลิฟต์ไปยังยอดหอสฟิงซ์ ได้สัมผัสทิวทัศน์ในมุมสูงแบบพาโนรามา ขุนเขาสูงเด่นสง่า หิมะขาวบริสุทธิ์ อากาศสดชื่น สูดหายใจได้เต็มที่แบบไม่ต้องกั๊ก ซึ่งตัวอาคารบนยอดหอสฟิงซ์มีระบบปรับอุณหภูมิ จึงทำให้ไม่หนาวมาก แต่ถ้าออกมานอกอาคารก็สั่นไปตามๆ กันเชียวล่ะ
หลังจากนั้นฉันก็ลงลิฟต์มาด้านล่างแล้วเดินต่อไปยัง Aletsch Glacier เพื่อชม Ice palace ที่เขาขุดเป็นอุโมงค์น้ำแข็ง ภายในเป็นน้ำแข็งทั้งหมดแบ่งเป็นส่วนๆ แต่ละส่วนแกะสลักน้ำแข็ง เป็นรูปร่างต่างๆ เห็นแล้วอึ้ง ทึ่งกับฝีมือของประติมากรรมที่อุตส่าห์มาแกะสลักท่ามกลางความหนาวเหน็บ เพราะอุณหภูมิใน Ice Palace หนาวได้ใจจริงๆ
เมื่อชื่นชม Ice palace แล้วฉันก็ออกมานอกอาคาร ที่มีลานกว้างเต็มไปด้วยหิมะขาวโพลน น่าลงไปนอนเกลือกกลิ้ง ถ้าไม่ติดว่าจะแข็งตายไปซะก่อน
หากยังไม่สะใจพอ สำหรับผู้ที่ชอบความตื่นเต้นให้ลองนั่งลากเลื่อนโดยสุนัขฮัสกี้ ที่เล่นจานหิมะ สกี สโนว์บอร์ด หรือไม่ก็ Tyrolienne ซึ่งเป็นการห้อยตัวไปกับสายเคเบิลผ่านธารน้ำแข็งกว่า 200 เมตร
ฉันไม่รู้หรอกว่าสวรรค์เป็นยังไง แต่ถ้ามีใครมากระซิบว่าฉันกำลังยืนอยู่บนสวรรค์ ฉันก็พร้อมที่จะเชื่อโดยไม่ลังเล เมื่อได้สัมผัสจุงเฟรา Top of Europe :D
- ควรตรวจสอบสภาพอากาศก่อนเดินทางสู่จุงเฟรา อาจเข้าไปดูที่ http://weather.yahoo.com/regional/ SZXX.html
- สามารถหาข้อมูลแพ็กเกจเที่ยวสวิตเซอร์แลนด์แบบประหยัดได้ที่ http://www.swisspackage.info
- เวลาที่สวิตเซอร์แลนด์ช้ากว่าประเทศไทย 5 ชั่วโมง
- 1 ฟรังก์สวิส ประมาณ 30 บาท ในสวิสใช้ได้ทั้งเงินยูโรและฟรังก์สวิส แต่ตามร้านค้าทั่วๆ ไป ใช้เงินสวิสฟรังก์จะสะดวกกว่า
- กรณีฉุกเฉิน...ติดต่อสถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงเบิร์น โทรศัพท์ (04131) 970-3330-4
(0413) 970-3038-9 โทรสาร (04131) 970-3035
- นำอาหารเข้าสวิตเซอร์แลนด์ได้ ด่านตรวจคนเข้าเมืองที่นี่ไม่เข้มงวดเรื่องนี้มากนัก อาหารที่นี่แต่ละมื้อตกประมาณ 500 บาท หาซื้อของกินราคาประหยัดได้ที่ห้าง Coop และ Migros
- อุปกรณ์กันหนาว หมวก แว่นกันแดด เป็นสิ่งที่ขาดไม่ได้
- ควรมีเวลาอย่างน้อย 3 วัน เพื่อดื่มด่ำกับความงดงามได้เต็มอิ่ม
- ช็อกโกแลตและนาฬิกาเป็นของฝากที่ควรจะติดไม้ติดมือกลับมาด้วย (หน้าพิเศษ D-Life) หน้า 18
ดาวน์โหลดสนุกแอปฟรี.jpg?ip/crop/w350h197/q80/jpg)



