ตะครุบหนุ่มเมียนมาสุดแสบ-อ้างเป็นบิ๊กตำรวจ ป.ป.ส.ตุ๋นเหยื่อให้เช่าพระมูลค่าเฉียดล้าน

ตะครุบหนุ่มเมียนมาสุดแสบ-อ้างเป็นบิ๊กตำรวจ ป.ป.ส.ตุ๋นเหยื่อให้เช่าพระมูลค่าเฉียดล้าน
Sanook! Regional

สนับสนุนเนื้อหา

( 15 พ.ย. 61 )  ที่สถานีตำรวจภูธรเมืองอุบลราชธานี จ.อุบลราชธานี พ.ต.อ.ธรรมจักร คงมงคล รองผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดอุบลราชธานี พร้อมด้วย พ.ต.ท.ปราโมทย์ ชื่นตา รอง ผกก.(สอบสวน)และ พ.ต.ท.ศิริพงษ์ สุดา รอง ผกก.สืบสวน สภ.เมือง สอบปากคำ นายประเวทย์  อายุ 56 ปี สัญชาติเมียนมา และ นางสาวเพ็ญนภา อายุ 31 ปี ภูมิลำเนาอยู่ในพื้นที่ ต.ดงเดือย อ.กงไกรลาศ จ.สุโขทัย เป็นภรรยา

ซึ่งถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจกองปราบ กก.3บก.ป. นำโดย พ.ต.ท.ประทีป ชูศรี สว.กก.3 บก.ป. ร่วมกับ ร.ต.ท.กีรติ สุขแจ่ม รอง สว.ป.สภ.เมืองอุบลฯ และเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมือง จ.ชุมพร นำหมายศาลจังหวัดอุบลราชธานี ที่ 279/2561 และ 280/2561 ลงวันที่ 30 สิงหาคม 2561 เข้าจับกุมที่ห้องพักเลขที่ 209 โรงแรมลอฟ์ท์มาเนียร์ชุมพร ต.ท่าตะเภา อ.เมือง จ.ชุมพร เป็นผู้ต้องหาร่วมกันฉ้อโกงทรัพย์ โดยแสดงตนเป็นคนอื่นและกระทำผิดฐานอั้งยี่ ตามคดีอาญาที่ 6421/2561

พ.ต.อ.ธรรมจักร คงมงคล รองผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดอุบลราชธานี กล่าวว่า ประมาณช่วงเดือนสิงหาคมได้รับแจ้งจากผู้เสียหายที่อยู่ในอำเภอเมืองจังหวัดอุบลราชธานีว่า ถูก นายประเวทย์  แอบอ้างเป็นผู้หลักผู้ใหญ่ว่าเป็นข้าราชการสามารถที่จะรับเข้าทำงานราชการ และได้มีการติดต่อ จนกระทั่งผู้เสียหายหลงเชื่อเอาเงินให้ประมาณ 400,000 บาท

หลังจากนั้นแล้วก็มีพฤติกรรมหลอกลวงต่อเนื่องเกี่ยวกับเรื่องรถขอยืมรถแล้วเอาไปจำนำ หลังจากนั้นก็เงียบหายไป ทางตำรวจก็ได้สืบสวนรวบรวมพยานหลักฐานทราบว่าไปอยู่ที่จังหวัดชุมพร จึงได้ประสานไปยังเจ้าหน้าที่ตำรวจกองปราบและ สภ.เมือง
 จ.ชุมพร จับกุมดำเนินคดีได้

ทั้งนี้ พฤติกรรมนอกจาก จ.อุบลราชธานี ยังมีหลายพื้นที่เบื้องต้นอ้างว่า เป็นนายตำรวจชั้นผู้ใหญ่ สังกัด ป.ป.ส.ในนามผู้การพี  แต่จริงๆ แล้วเป็นชาวสัญชาติเมียนมา

ด้าน นายพูลสวัสดิ์  และ น.ส.พัชรี  อายุ 30 ปี สองผัวเมียซึ่งเป็นผู้เสียหาย กล่าวว่า เมื่อวันที่ 18 สิงหาคม 2561
นายประเวทย์  ได้ร่วมกับ นางสาวเพ็ญนภา เป็นภรรยา โดยอ้างตัวว่าชื่อ “เฮียเอก”  และอ้างว่า เป็นนายตำรวจชั้นผู้ใหญ่ สังกัด ป.ป.ส.ในนามผู้การพี รู้จักกับ นายอนุทิน นักการเมืองชื่อดัง และต้องการเช่าบูชาพระเครื่องหลวงปู่หมุน วัดบ้านจาน อ.กันทรารมย์ จ.ศรีสะเกษ เพื่อไปมอบให้ผู้หลักผู้ใหญ่ในภาคอีสาน 

โดยตนเอง และเมียหลงเชื่อ จึงได้ติดต่อเช่าพระเครื่องหลวงปู่หมุน มูลค่า 5 แสนบาท จากคนรู้จัก ก่อนเชิดหายเข้ากลีบเมฆ นอกจากนี้ตลอดเวลาที่มา พบกับผู้การพี จะมีโทรศัพท์เข้ามาบ่อยมาก

โดยปลายสายนั้น ผู้การพี บอกว่า เป็นเจ้านายชั้นผู้ใหญ่ในสำนักงานตำรวจแห่งชาติบ้าง เป็นสายมาจากนักการเมืองชื่อดังสั่งให้ช่วยทำเรื่องโน้นเรื่องนี้ รวมทั้งให้ช่วยฝากฝังลูกหลานของคนรู้จักเข้ารับราชการตามที่ต่างๆ อีกหลายแห่ง

ติดตามSanook! News

ข่าวด่วน เกาะกระแสข่าวดัง บน Facebook คลิกที่นี่ และร่วมเป็นแฟนเพจเราบน Facebook.. ได้ที่นี่เลย!!