“ปฏิทินชินวัตร” บอกวัน-กำหนดเดือน สะเทือนรัฐบาล!

“ปฏิทินชินวัตร” บอกวัน-กำหนดเดือน สะเทือนรัฐบาล!
Thai Quote

สนับสนุนเนื้อหา

เป็นเรื่องร้อนปลายปีของแวดวงการเมือง หลังปรากฏปฏิทินทักษิณ-ยิ่งลักษณ์ 2 ล้านฉบับแจกจ่ายไปหลายพื้นที่ และครั้งนี้ไม่ใช่ครั้งแรกที่สองศรีพี่น้องอดีตนายกฯ แจกจ่ายออกไป หนำซ้ำทุกครั้งที่ปฏิทินแพร่ออกมา ก็กระเทือนถึงรัฐบาลที่ต้องแก้ปัญหาทุกครั้งไป

ไม่ใช่ของใหม่สำหรับ “ปฏิทินทักษิณ-ยิ่งลักษณ์” 2 ล้านฉบับ ของสองพี่น้องตระกูลชินวัตร และยังเป็นสองพี่น้องที่ได้ชื่อว่าเป็น “อดีตนายกรัฐมนตรี” ของประเทศไทย

ปฏิทินที่น่าจะเป็นตัวบอกวัน-กำหนดเดือน เกิดร้อนฉ่าขึ้นมา เพราะปฏิทินที่ปรากฏรูปบุคคลทางการเมืองทั้ง 2 คนนั้น ในชั่วโมงนี้ยังข้องเกี่ยวและเป็นกระแสทางการเมือง บวกกับช่วงนี้กำลังก้าวเดินเข้าสู่สนามเลือกตั้งที่คาดหมายว่าจะเป็นช่วง ก.พ. 2562 และแน่นอนว่าปฏิทินดังกล่าว มันจะกระเทือนขั้วอำนาจปัจจุบันอย่าง คสช. ที่ถูกตีทะเบียนให้เป็นไม้เบื่อไม้เมากับขั้วของทักษิณ ชินวัตร

การแจกจ่ายปฏิทินปี 2562 ที่ปรากฏภาพหราของทักษิณ – ยิ่งลักษณ์ กระจายออกไปในพื้นที่ของพรรคเพื่อไทยและถิ่นของคนเสื้อแดง โดยเฉพาะภาคอีสาน กระทั่งนำไปสู่การตรวจสอบของภาครัฐที่ใช้ทหารเข้าไปยึดเอาปฏิทิน ด้วยเหตุผลที่หลุดรอดออกมาจากหน่วยงานความมั่นคงว่า “ปฏิทิน” นี้เป็นภัยความมั่นคง เพราะทั้งสองศรีพี่น้องตระกูลชินวัตร ยังเป็นผู้ต้องหาหลบหนีคดีของศาล ภาพในบทบาทของผู้ต้องหาทั้ง 2 คน จึงไม่สมควรจะถูกนำไปเผยแพร่ต่อสาธารณะ อย่างไรเสียก็เพียงแค่ยึดปฏิทินเอาไว้ ยังไม่ได้ดำเนินคดีกับผู้ครอบครอง

นั่นคือเหตุผลของฝ่ายความมั่นคงจากรัฐบาล

วกกลับไปบรรทัดแรกที่บอกว่า “ปฏิทินทักษิณ-ยิ่งลักษณ์” ไม่ใช่ของใหม่ เพราะที่ผ่านมาก็เคยทำกันออกมาแล้ว แต่เกือบทุกครั้งที่พรรคเพื่อไทยจะปฏิเสธว่าไม่ได้เป็นผู้ทำหรือผลิตแจกออกไป

ปี 2559 ปีแรกที่ปฏิทินทำแจกออกมา ปรากฏภาพความอบอุ่นระหว่างสองพี่น้องอดีตนายกฯ ที่กอดกันกลมแสดงออกให้แฟนคลับได้ชื่นชม โดย ทักษิณ ส่งสารในหน้าแรกของปฏิทินปีนั้นว่า “ขอให้พี่น้องชาวไทยมีความสุข สุขภาพแข็งแรง คิดดี ทำดี แจ่มใส ตลอดปี 2559” พร้อมลงลายเซ็นเจ้าตัว

ด้าน "ปู ยิ่งลักษณ์" น้องสาว ก็ส่งสารถึงแฟนคลับในหน้าแรกด้วยเช่นกัน “ขอส่งความสุข กำลังใจ และความสำเร็จในสิ่งที่มุ่งหวังทุกประการค่ะ” ลงลายเซ็นกำกับเหมือนพี่ชาย

ครั้งนั้น ปฏิทินนี้แจกจ่ายออกไปรวม 3 แสนฉบับ จากภาพความอบอุ่นก็ร้อนฉ่าขึ้นมาทันที นั่นเพราะว่าเกิดแรงสั่นสะเทือนไปถึงขั้วอำนาจของ คสช.ที่ยังกุมการบริหารประเทศเอาไว้ โดย “บิ๊กตู่” พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้า คสช. ถึงกับถามกลับว่า ปฏิทินทักษิณ-ยิ่งลักษณ์ มันมีความเหมาะสมหรือไม่ จัดทำเพื่ออะไร หากคิดว่าไม่ผิดก็ให้กลับมาสู้คดี

จากคำตอบของ พล.อ.ประยุทธ์ พรรคเพื่อไทยก็ขยี้ต่อ ด้วยการส่งหนังสือไปถึงนายกฯ เพื่อถามถึงการแจกปฏิทิน ทำให้ พล.อ.ประยุทธ์ต้องให้คำตอบด้วยคำถามอีกครั้งว่า “ให้คิดเอาเองว่าถูกต้องหรือไม่”

คอการเมืองคงจำกันได้ว่า มีกระแสข่าวว่าห้ามแจกและจะจับกุมผู้ที่ครอบครอง กระทั่งรัฐบาลยืนยันผ่าน “บิ๊กป๊อก” พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย ที่ต้องชี้แจงสาเหตุห้ามแจกปฏิทินทักษิณ-ยิ่งลักษณ์ ปี 2559 เพราะรัฐบาลอยากให้สถานการณ์การเมืองสงบนิ่ง เกรงว่าแจกไปจะมีแต่ความขัดแย้ง รัฐบาลไม่ต้องการให้เป็นเช่นนั้น

เว้นหายไป 1 ปี หลังแหย่เรื่องร้อนๆ ปลายปีให้กับรัฐบาล แต่แล้วช่วงปลายปี 2560 ปฏิทินทักษิณ-ยิ่งลักษณ์ ก็กลับมาอีกรอบ กับปฏิทินตั้งโต๊ะสำหรับปี 2561 แต่ครั้งนี้แยกปฏิทินกันคนละแบบระหว่างทักษิณ และยิ่งลักษณ์

ปฏิทินดังกล่าวในส่วนของทักษิณ เป็นภาพเขากำลังอุ้มหลานชายคือ ด.ช.ชินวาคิณ คุณากรวงศ์ พร้อมข้อความว่า “นายกของประชาชน” แต่ละหน้าปฏิทินจะเอ่ยถึงผลงานในอดีตของตัวเองสมัยที่เป็นนายกฯ เช่น โครงการ 30 บาทรักษาทุกโรค โครงการบ้านเอื้ออาทร รวมถึงโครงการ OTOP ในส่วนของยิ่งลักษณ์ ก็มาในรูปกำลังยกมือไหว้ และข้อความว่า “ขอขอบคุณทุกกำลังใจที่ให้ดิฉันเสมอมา”

แต่ครั้งนี้ เพื่อไทยออกมาปฏิเสธว่าไม่ใช่ทางพรรคจัดทำขึ้น และทิ้งปริศนาเอาไว้ด้วยว่าไม่รู้ใครทำและใครแจก

พากลับมาปัจจุบัน เสียงรัฐบาลยังดูเหมือนว่าจะแตกไปสองฝ่ายว่าปฏิทินทักษิณ-ยิ่งลักษณ์ ปี 2562 ที่โผล่ออกมามันผิดหรือถูก เหมาะสมหรือไม่เหมาะสม เพราะแม้รัฐบาลจะบอกว่าอาจไม่มีความผิด หากเกิดการทำขึ้นจากความรักความชอบในตัวบุคคล แต่พรรคการเมืองจะทำแจกไม่ได้ ซึ่งเป็นคำพูดจากบิ๊กป้อม-พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ และรมว.กลาโหม และตำรวจที่รับผิดชอบดูแลความมั่นคงอย่าง พล.ต.อ.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล รอง ผบ.ตร. ที่ก็บอกว่านายกฯ ไม่ได้กำชับอะไรให้ดูแลเป็นพิเศษ แต่ภาพที่ปรากฏคือทหารบุกเข้าตรวจสอบ ค้น และยึดปฏิทินที่ว่านี้เอาไว้ เพราะเหตุผลด้านความมั่นคงตามที่กล่าวมาแล้วข้างต้น

เรื่องนี้ยังคงต้องติดตาม เพราะแน่นอนมันมีผลทางการเมืองอย่างแน่นอน

ติดตามSanook! News

ข่าวด่วน เกาะกระแสข่าวดัง บน Facebook คลิกที่นี่ และร่วมเป็นแฟนเพจเราบน Facebook.. ได้ที่นี่เลย!!