เคราะห์ซ้ำคลื่นซัดบ้านพัง แม่ม่ายชีวิตสลด สามีตาย-ลูกสาวถูกรุมโทรมจนเสียสติ

เคราะห์ซ้ำคลื่นซัดบ้านพัง แม่ม่ายชีวิตสลด สามีตาย-ลูกสาวถูกรุมโทรมจนเสียสติ
Sanook! Regional

สนับสนุนเนื้อหา

สาวใหญ่เคราะห์ซ้ำกรรมซัด สามีตาย ลูกถูกข่มขืนจนเสียสติ บ้านยังมาเจอคลื่นซัดพังเสียหายทั้งหลังอีก แต่ก็ไม่ท้อ ยังคงสู้ชีวิตต่อไปจนกว่าสิ้นลมหายใจ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า (5 พ.ย.) เมื่อเวลา 12.00 น.น.ส.พรพณา ภิญโญศาสตร์ ปลัดเทศบาลตำบลหาดทรายรี อ.เมือง จ.ชุมพร พร้อมด้วย นายพรชัย อินทร์น้อย รองนายกเทศบาลตำบลหาดหาดทรายรี น.ส.วัลภา แก้วสวี พัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ จ.ชุมพร และกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ม.3 ต.หาดทรายรี อ.เมือง จ.ชุมพร ลงพื้นที่เพื่อตรวจสอบและช่วยเหลือ น.ส.จำเนียร อายุ 59 ปี ถูกลมพัดจนพังเสียหายทั้งหลัง และช่วยเหลือ น.ส.ธัญญะสุภางค์ หรือ น้องตูน อายุ 28 ปี ลูกสาวที่ป่วยด้วยโรคระบบประสาท

โดย น.ส.พรพณา ภิญโญศาสตร์ ปลัดเทศบาลตำบลหาดทรายรี เปิดเผยว่า เมื่อ 4 วันที่ผ่านมา จังหวัดชุมพร โดยเฉพาะพื้นที่ตำบลหาดทรายรี ได้เกิดฝนตกหนักและเกิดลมมรสุมในทะเล พัดกระหน่ำเข้าถล่มบ้านของ น.ส.จำเนียร ซึ่งปลูกอยู่บริเวณริมชายทะเลได้รับความเสียหายทั้งหลัง

แต่เนื่องจากบ้านของ น.ส.จำเนียร ไม่มีหลักฐานเอกสารสิทธิใดๆ ทางเทศบาลฯจึงไม่สามารถที่จะช่วยเหลือได้ จึงได้ประสานทางสำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ จ.ชุมพร เข้าทำการช่วยเหลือเยียวยาตามพระบรมราโชวาทของรัชกาลที่ 9 ที่ให้ไว้ว่าคนไทยต้องไม่ทิ้งกัน

น.ส.พรพณา ยังกล่าวว่า สำหรับ น.ส.จำเนียร เดิมที่เป็นคนชาวจังหวัดฉะเชิงเทรา และได้มามีสามีเป็นชาวประมง อยู่ใน ม.3 ต.หาดทรายรี และมีลูกด้วยกัน 1 คน เป็นหญิง น.ส.ธัญญะสุภางค์  หรือ น้องตูน ซึ่งขณะนั้น น้องตูน เป็นปกติเหมือนอื่นทั่วไป

แต่หลังจากเกิดลูกสาวได้ไม่กี่ปี ผู้เป็นสามีได้เสียชีวิตลง ปล่อย น.ส.จำเนียร เลี้ยงดูลูกสาวตามลำพัง โดยยึดอาชีพรับจ้างนวดไปทั่วตามหมู่บ้าน  จนกระทั่งลูกสาวโตเป็นสาว และได้ขอออกไปทำงานที่จังหวัดภูเก็ตเพื่อช่วยกันหาเงินมาสร้างบ้าน ที่ทรุดโทรมทุกวัน  

ปลัดเทศบาลตำบลหาดทรายรี กล่าวต่อว่า หลังจากทำงานที่ จ.ภูเก็ต ได้ไม่นาน ก็เกิดเหตุเลวร้ายขึ้น น้องตูน ถูกรุมโทรม และมารู้ว่าติดเชื้อร้ายมา ทำให้น้องตูน เครียด คิดมาก พยายามจะฆ่าตัวตายมาหลายครั้ง แต่ไม่สำเร็จ

จนขณะนี้ น้องตูน กลายเป็นผู้ป่วยทางระบบประสาท ต้องน.ส.จำเนียร ผู้เป็นแม่ ต้องไปรับกลับมา และต้องพาไป รพ.ประสาท เลี้ยงดูตามมีตามเกิดโดยอาศัยบ้านหลังดังกล่าว ซุกหัวนอน และยึดอาชีพรับจ้างนวด เพื่อนำเงินมาดูแล รักษาน้องตูน

ด้าน น.ส.วัลภา แก้วสวี พัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ จ.ชุมพร กล่าวว่า หลังจากที่สอบประวัติครอบครัว น.ส.จำเนียร แล้ว ในเบื้องต้นอันดับแรกคือช่วยเหลือเป็นเงินสงเคราะห์ครอบครัวยากจนจำนวน 2,000 บาท เพื่อเยียวยาเบื้องต้นไปก่อน

ต่อไปคือให้ น.ส.จำเนียร พา น้องตูน ไปขึ้นทะเบียนเพื่อรับเบี้ยยังชีพผู้พิการ โดยจะได้รับเงินรายเดือนๆละ 800 บาท ส่วนเงินซ่อมแซมบ้านผู้พิการ จำนวน 20,000 บาท ก็จะดำเนินการช่วยเหลือได้แต่ต้องทุกอย่างเข้าระบบก่อน

โดยทางเทศบาลจะเป็นเจ้าภาพในการจัดสรรหาที่สาธารณะที่ไม่ขัดต่อชุมชนและกฎหมาย เพื่อปลูกสร้างบ้านถาวรแต่ไม่มีสิทธิครอบครองให้ได้อยู่อาศัย นอกจากนี้ น.ส.จำเนียร ผู้เป็นแม่ ก็สามารถจะกู้เงินผู้ดูแลคนพิการเพื่อประกอบอาชีพได้อีกด้วย 

ในขณะที่ น.ส.จำเนียร กล่าวด้วยความดีใจว่า ตนเองรู้สึกดีใจเป็นอย่างมาก ที่หน่วยงานของรัฐ ทุกภาคส่วนได้ให้ความสำคัญกับคนจน อย่างไม่ทิ้งกัน ทั้งนี้ก็อยากจะบอกกับคนอื่นๆ ที่ตกทุกข์ได้ยากเช่นตนเอง จึงอย่าท้อกับชะตาชีวิต เพียงเราต้องสู้ด้วยตัวเองไปก่อน เดี๋ยวคนอื่นก็จะช่วยเราที่หลัง ขอให้ใจเย็น ทุกอย่างก็จะดีไปเอง

ติดตามSanook! News

ข่าวด่วน เกาะกระแสข่าวดัง บน Facebook คลิกที่นี่ และร่วมเป็นแฟนเพจเราบน Facebook.. ได้ที่นี่เลย!!