พิสูจน์ตัวเอง "แจ็ค ธนพล" ขอบคุณครอบครัว "จ๊ะ อาร์สยาม" เปิดใจรับมากขึ้น

พิสูจน์ตัวเอง "แจ็ค ธนพล" ขอบคุณครอบครัว "จ๊ะ อาร์สยาม" เปิดใจรับมากขึ้น
S! News

สนับสนุนเนื้อหา

กลับมาคุยกันรอบนี้แม้ว่าจะไม่หวือวาแต่ว่าแฮปปี้มากขึ้น สำหรับคู่ของ แจ๊ค-ธนพล และ จ๊ะ อาร์สยาม ที่ล่าสุดเจ้าตัวเผยว่ารู้สึกแฮปปี้มากขึ้นหลังครอบครัวของฝ่ายหญิงเปิดกว้างยอมรับ ส่วนเรื่องแหวนที่ให้ จ๊ะ นั้นเป็นการให้เป็นของขวัญ ไม่อยากให้คิดว่าตีตราจอง 

กลับมาคุยอีกครั้ง?

"ครับ ก็ดีครับ มันก็คุยกับครอบครัวเริ่มโอเคขึ้น ทุกอย่างมันดี" 

ปรับจูนเข้าหากันใหม่?

"มันเหมือนให้เวลากับทั้งคู่ ให้เวลาคือเราเรียนรู้กันทาพักหนึ่ง และหยุดพักไปพักหนึ่ง ด้วยเหตุผลอะไรที่ละเอียดอ่อน ไม่ต้องไปพูดถึงดีกว่านะครับ ก็คุยกัน ถามสารทุกข์สุขดิบ ไปมาหาสู้ก็ดีขึ้นครับ ก็ได้เจอกันบ่อยขึ้นตอนเขาทำบ้าน ปลูกต้นไม้ ทำอะไรที่เกี่ยวกับบ้าน เราก็ไปช่วยดูบ้าง"

เราต้องใช้ความกล้ามากขนาดไหน?

"มันก็ต้องกล้านะ ถ้าไม่กล้ามันไม่ได้ พิสูจน์ตัวเองพี่ทำตลอดอยู่แล้ว ไม่ได้ ต้องพิสูจน์อะไรมากมาย เราทำเริ่มต้นมาแบบไหน เราก็พยายามรักษาอะไรที่เราทำแล้วมันโอเคแล้วมันดี เราก็ทำให้มันนานที่สุด"

ครอบครัวเขาอาจจะมีบ้างส่วนที่ไม่เข้าใจในตัวเรา?

"อันนั้นต้องให้เวลา เหมือนที่เคยบอกว่าเวลาที่เราพูด เราเป็นคนทำ เราพูดอะไรก็ได้ก่อนที่เราจะทำ เดี๋ยวเราจะทำนู่น ทำนี่ ต้องยอมรับว่าคนที่รู้จักเรา บางทีเขาก็ดูแค่ภาพ รู้จักแค่ข่าว ก็ไม่ได้รู้จักตัวเราจริงๆ เขาก็อาจจะคิดว่าเราเป็นแบบนั้น แบบนี้ก็ได้ เพราะฉะนั้นถ้าเราไม่ใช้เวลา และไม่ทำให้เห็นเขาก็ไม่รู้อยู่ดี ถ้าเราลองคิดว่าถ้าสมมติเป็นลูกเรา เราก็เป็นห่วง ถ้าคบกับคนที่มีข่าวเยอะๆ”

ตอนนี้ก็เอาชนะใจพ่อแม่เขาไปอีกขั้นหนึ่งแล้ว?

"(หัวเราะ)"

กลับมาครั้งนี้ได้คุยได้เปิดใจกันขนาดไหน ถึงได้จูนติดกันอีกรอบกับทางครอบครัวเขา?

"คือเขาเริ่มมองเห็นมากขึ้นมั้ง ไม่เหมือนกับที่เขาพูดกันนะ ประมาณนั้นนะ"

มีการสัญญาอะไรกับคุณพ่อ คุณแม่เขาไหม?

"ไม่ได้สัญญาอะไรเลย แต่ก็รับปากว่าจะดูแลน้องให้ดี เพราะว่าพ่อแม่เขาอยู่ต่างจังหวัด เขาก็เป็นห่วง คือเราก็คอยดูอยู่แล้ว อยู่คนละที่ คนละบ้าน แต่เราก็คุยกัน ดูว่าเขาตื่นมาทำอะไร กินอะไรหรือยัง"

จ๊ะบอกว่ากลับมาครั้งนี้คุยกัน คบกันปกติ แต่ไม่ถ่ายรูป ไม่ออกตัวแรง พ่อแม่เสพข่าว เราโอเคไหม?

"ก็โอเคนะ ก็รู้สึกเป็นส่วนตัวมากขึ้น รู้สึกดีกว่าเดิมไหม คือพี่เป็นคนไม่ค่อยอัพโซเชียลอะไรอยู่แล้ว เลยไม่ค่อยมีรูปมีอะไรหรอก เราไม่ต้องทำอะไร เพราะเราไม่ค่อยทำอะไรพวกนี้อยู่แล้ว"

ถามถึงเรื่องแหวน?

"ก็เป็นของขวัญเฉยๆ" 

ไม่ใช่การจองไว้ก่อน?

"ให้เป็นของขวัญครับ ไม่อยากให้คิดว่าเป็นการจองไว้หรืออะไร ไม่อยากให้รู้สึกผูกมัดขนาดนั้น มันดูซีเรียสครับ"

ยังไม่ได้วางแผนเรื่องการแต่งงาน?

"คือยังไม่ได้คุยขนาดนั้นครับ แต่ว่าวันนี้มันดี เราก็รู้สึกดีขึ้น รู้สึกดีขึ้นเลยมากๆ ครับ"

เราเองพร้อมทุกอย่าง?

"โห…อายุป่านนี้แล้วครับ"

รอเขาอย่างเดียวใช่ไหม?

"ก็ให้เขาพร้อมดีกว่า" 

ได้เกริ่นกับเขาบ้างหรือยัง?

"เกริ่นมานานแล้ว แต่อย่างที่บอกไม่ได้เร่งรัดเขา ต้องอย่างนั้นอย่างนี้ เราไม่ชอบการบังคับแล้วรู้สึกกดดัน ส่วนตัวพี่นะ เราก็ไม่อยากทำแบบนั้นกับใคร แล้วก็รู้สึกว่าไม่ควรทำด้วย มันก็ควรจะให้เขาพร้อมจริงๆ ให้เขามีความสุข"

เรารอเขาได้?

"ไม่เป็นไรครับ (อีกสิบปีรอได้ไหม?) โห...จะตายก่อนไหม ก็ไม่เป็นไรหรอก"

เราเคยคุกเข่าขอเขาแล้ว?

"ก็ไม่ได้คุกเข่าหรอก มีการคุยกัน แต่ว่าคุยกันเหมือนกันว่าเดี๋ยวรอเวลา"

เขารอพิสูจน์อะไรเราบางอย่างหรือเปล่า?

"ก็ไม่แน่ครับ เขาอาจจะดูว่าจะทนได้สักกี่น้ำ"

ถามถึงเรื่องที่เขาโดนโกงล่าสุดพอจะทราบเรื่องไหม?

"ไม่ค่อยทราบรายละเอียด ว่าเป็นธุรกิจหรืออะไร คืออันนี้พี่ไม่ค่อยรู้เรื่องเท่าไหร่ เพราะเป็นคนที่เราไม่รู้จักด้วย เราบอกเขาให้ใจเย็นๆ ค่อยๆ เคลียร์ พยายามอย่าใจร้อน ก็บอกว่าให้ค่อยๆคิดนะ เพราะเขาเป็นคนใจร้อน”

อย่างจำนวนเงินค่อนข้างเยอะ เขาดูเครียดไหม?

"ไม่เห็นเครียดอะไรเลย ยังลั้นลาอยู่เลย เมื่อกี้ยังไลฟ์สดกินข้าวอยู่เลย คือมันอาจจะเป็นอารมณ์ตอนนั้น เพราะเขาเด็กไง พอเวลาผ่านไปก็เย็น ก็ไม่มีอะไร ก็ไม่เห็นเขาจะซีเรียสขนาดนั้นเลย ยังซื้อนาฬิกาอยู่เลย ถ้าเขามีความสุขก็โอเค"

 

ติดตามSanook! News

ข่าวด่วน เกาะกระแสข่าวดัง บน Facebook คลิกที่นี่ และร่วมเป็นแฟนเพจเราบน Facebook.. ได้ที่นี่เลย!!