ครูพี่เลี้ยงขอโทษทั้งน้ำตา ไม่ตั้งใจหยิกบิดหูเด็ก แค่ตักเตือนแต่เล็บยาวไป

ครูพี่เลี้ยงขอโทษทั้งน้ำตา ไม่ตั้งใจหยิกบิดหูเด็ก แค่ตักเตือนแต่เล็บยาวไป
Sanook! Regional

สนับสนุนเนื้อหา

ครูพี่เลี้ยงเข้าพบตำรวจ ไหว้ขอโทษทั้งน้ำตา ไม่ได้เจตนาหยิกบิดหูลูกศิษย์ เป็นแค่การอบรมตักเตือน แต่เล็บยาวจึงไปโดนหูเด็กเลือดออก

จากกรณีคุณแม่ยังสาวของ น้องเอม (นามสมมติ) อายุ 5 ขวบ เด็กนักเรียนชั้นอนุบาล 3 โรงเรียนแห่งหนึ่งในเมืองพัทยา จ.ชลบุรี ได้เข้าร้องทุกข์กับ ร.ต.ท.กนกนันท์ สุขศรี รอง สว.สอบสวน สภ.เมืองพัทยา หลังถูกครูพี่เลี้ยงบิดหูข้างซ้ายได้รับบาดเจ็บเป็นแผล

หลังจากที่มีข่าวออกไปว่าทางโรงเรียนยังคงนิ่งเฉยกับกรณีดังกล่าว ส่วนคุณครูพี่เลี้ยงก็ยังไปทำงานตามปกติ ล่าสุด นางสาวสกุลตรา ครูพี่เลี้ยงได้เดินทางเข้าพบ ร.ต.ท.กนกนันท์ สุขศรี รอง สว.สอบสวน สภ.เมืองพัทยา เจ้าของคดี โดยมี รอง ผอ.โรงเรียน เข้าร่วมด้วย

นางสาวสกุลตรา เล่าให้ฟังทั้งน้ำตาว่า ตนไม่ได้มีเจตนาจะทำร้ายน้องแต่อย่างใด เพียงแต่บางช่วงอาจจะมีอารมณ์ที่ว่ากล่าวตักเตือนและห้ามปรามน้องบ้าง บางครั้งน้องก็ไม่เชื่อฟัง ประกอบกับต้องพยายามทำให้เด็กๆ ทุกคนอยู่ในความสงบ จึงพลาดพลั้งทำน้องได้รับบาดเจ็บ แต่ยืนยันว่าไม่ได้บิดหูหรือหยิกน้องแต่อย่างใด

>> โรงเรียนยังทำเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น ดราม่าครูพี่เลี้ยงบิดหูเด็กเจ็บเป็นแผล

ส่วนที่เกิดบาดแผลขึ้นที่หลังใบหู น่าจะมาจากเล็บของตนยาว หลังจากเกิดเหตุตนก็พาน้องไปทำแผลที่ห้องพยาบาล อีกทั้งแจ้งบอกกับครูหัวหน้าแล้ว ตนไม่ได้หลบหนีไปไหน เพียงแต่ช่วงเย็นวันนั้นตนต้องเข้าเวรประจำรถตูรับส่งนักเรียน ครูหัวหน้าก็แนะนำให้ไปคุยกับผู้ปกครองเอง แต่ไม่ทราบว่าอีกฝ่ายได้เข้าแจ้งความแล้ว

ขณะที่ รอง ผอ.โรงเรียนอรุโณทัย เปิดเผยว่า นางสาวสกุลตรา เพิ่งเข้าทำงานเป็นครูพี่เลี้ยงได้ประมาณ 4 เดือน ส่วนปัญหาที่เกิดขึ้นนั้นทางโรงเรียนมีแนวทางแก้ไข และมีกระบวนการสอบสวนหากพบว่า มีความผิดก็จะมีบทลงโทษตั้งแต่สถานเบาไปยังสถานหนัก

ส่วนตัวนักเรียนนั้นทางโรงเรียนมีการดูแลค่ารักษาพยาบาล ซึ่งเกี่ยวกับเรื่องดังกล่าวทางโรงเรียนมีการประชุมครูตลอดในการดูแลเด็กนักเรียน ซึ่งเหตุการณ์ดังกล่าวทางโรงเรียนก็ต้องขอโทษผู้ปกครองเช่นกัน

ทางด้านพ่อของเด็กหญิง เปิดเผยว่า ในเบื้องต้นตนเองไม่ได้ติดใจอะไรมาก แต่เมื่อลูกสาวมาบอกว่าโดนคุณครูบิดหูจนเป็นแผลก็เลยคิดว่าครูทำเกินกว่าเหตุ และครูที่ทำร้ายลูกสาวไม่มาพูดคุยกล่าวขอโทษหรือพูดคุยเกี่ยวกับเหตุการณ์เลย ตนจึงให้แม่ของเด็กเข้าแจ้งความ

เรื่องของคดีก็ปล่อยให้เป็นไปตามกระบวนการของกฏหมาย ซึ่งตนเองอยากให้ครั้งนี้เป็นบทเรียนของครู ที่ไม่อยากให้เกิดเหตุการณ์แบบนี้ ซึ่งลูกตนก่อนหน้านี้โดนครูตีมาตนเองก็ไม่เคยสนใจ แต่ครั้งนี้ตนเองดูแล้วมันเกินไป

ร.ต.ท.กนกนันท์ สุขศรี รอง สว.สอบสวน สภ.เมืองพัทยา เปิดเผยว่า ด้านคดีต้องรอดูผลตรวจของแพทย์ รพ.ว่าใช้เวลารักษานานหรือไม่ หากไปนานไม่เกิน 1 อาทิตย์ ก็คงเป็นคดีระหุโทษ สามารถเปรียบเทียบปรับได้ที่ สภ.เมืองพัทยาได้เลย หากใช้เวลารักษานานก็ต้องส่งฟ้องศาลเพื่อดำเนินคดี