“ตูน บอดี้สแลม” อยากมีครอบครัว บอกข่าวดีเตรียมขอ “ก้อย รัชวิน” แต่งงาน

“ตูน บอดี้สแลม” อยากมีครอบครัว บอกข่าวดีเตรียมขอ “ก้อย รัชวิน” แต่งงาน

หลังจากประสบความสำเร็จจากการระดมทุนในโครงการเก้าคนละเก้า จนสามารถนำเงินที่ได้จากการบริจาคไปช่วยสมทบให้กับ 11 โรงพยาบาลทั่วประเทศแล้ว แฟนคลับหลายคนก็ต่างอดลุ้นไม่ได้ว่าเมื่อไหร่ ตูน-อาทิวราห์ คงมาลัย หรือ ตูน บอดี้สแลม จะมีข่าวดีขอแฟนสาว ก้อย-รัชวิน วงศ์วิริยะ ให้ได้ชื่นใจอีกข่าวสักที

ล่าสุด ตูน บอดี้สแลม ได้ออกมาเผยให้ฟังในงานแถลงข่าวเปิดตัวภาพยนตร์ ที่จะส่งต่อแรงบันดาลใจ ให้คนไทยร่วม ก้าว ต่อไปด้วยกัน 2,215 เชื่อ บ้า กล้า ก้าว โดยเจ้าตัวได้ยอมรับว่าการมีครอบครัวเป็นเรื่องสำคัญ ซึ่งก็มีคิดๆ ไว้ แต่ขอให้ทำอัลบั้มที่กำลังมีตอนนี้ให้เสร็จก่อน ส่วนจะมีเซอร์ไพรส์ขอแต่งงานหรือเปล่านั้นขออุบไว้ก่อน

วันนี้ได้มาเห็นตัวเองในจอใหญ่ๆ เป็นอย่างไรบ้าง ?
“คือเราก็รู้นะว่าตลอดเส้นทางจะมีกล้องของทีมงานตามถ่ายมาตลอดไม่ว่าเราจะทำอะไรก็แล้วแต่ แต่เราก็ใช้ชีวิตปกติ ปล่อยให้เขาได้ทำงานของเขาไป ส่วนงานตรงหน้าของเราคือการวิ่งการสื่อสารข้อมูลเกี่ยวกับโรงพยาบาลตลอดทาง 55 วัน พอได้มาเห็นตัวเองวันนี้ก็รู้สึกแปลกนิดหนึ่ง ปกติเห็นตัวเองมาตลอดในเอ็มวีอะไรแบบนั้น แต่วันนี้มันแค่แปลกเพราะว่ามันอยู่ในหนัง แล้วมันก็ไม่ได้ถูกออกแบบ ฉากบางฉากก็คืออยู่ในรถบ้านที่มีที่นอน เสื้อผ้าบางทีก็ไม่ได้ใส่ คือเราก็ใช้ชีวิตจริงๆในช่วงเวลาสองเดือนนั้น สิ่งที่ได้เห็นในภาพยนตร์มันคือเรื่องจริงครับ”

มีรู้สึกเขินบ้างไหม ?
“เขินครับ ผมจะเป็นคนเขิน คือตอนแรกผมบอกผู้กำกับเอาไว้ว่าทำหนังอย่าโฟกัสที่ผมเยอะเลย เพราะทุกคนเห็นผมมาตลอดอยู่แล้ว ความตั้งใจแรกคืออยากให้บันทึกเรื่องราวที่มันเกิดขึ้นระหว่างทางวิ่ง ซึ่งมันมีมากกว่าตัวเราเอง มีคนไทยทุกคนออกมาช่วยกัน มีในมิติของคุณหมอคุณพยาบาลที่ออกมาร่วมด้วยช่วยกันอะไรต่างๆ ตอนแรกเราอยากให้มันเป็นอย่างนั้นมากๆ สุดท้ายเพราะมันออกมาเป็นแบบนี้ถามว่าตรงใจไหม ผมมองที่ปลายทางของมันมากกว่า คือเวลาดูจบผมพอใจมากที่สุดที่มันจะเกิดแรงบันดาลใจทำให้ใครหลายคนออกไปทำอะไรดีๆ”

ช่วงที่โดนกล้องตามถ่ายตลอดมีรู้สึกอึดอัดบ้างไหม ?
“มีบางช่วงที่เรารู้สึกอยากจะเข้าห้องน้ำ ปวดอึมากอะไรอย่างเนี้ย คือตอนแรกไม่ชิน แต่ตอนหลังก็โอเคแล้ว เรียกว่าใช้ชีวิตปกติ ค่อยๆ ปรับสภาพตัวเองเพราะว่าน้องคนที่ตามถ่ายก็ค่อนข้างที่จะเจอกันมาก่อนนานแล้วและทำความคุ้นเคยกันมาสักพักแล้ว สิ่งที่ได้เห็นในหนังก็เป็นตัวเองที่สุดละครับ”

เรียกว่าเป็นพระเอกของเรื่อง ?
“(หัวเราะ) เขินดีครับ จริงๆ ไม่ใช่พระเอกหรอกครับ แค่เราเป็นคนที่ทำอยู่ตรงนั้นก็ถูกโฟกัสเท่านั้นเอง”

ได้มีส่วนในการช่วยคัดเลือกว่าภาพตรงไหนจะเอาใส่ในหนังบ้าง ?
“ไม่เลยครับ อย่างที่บอกว่าเราไม่มีความถนัดทางด้านการเล่าเรื่องแบบหนัง จีดีเอชต่างหากที่เป็นคนที่ทำงานอยู่ด้านนี้โดยเฉพาะ แล้วก็ทำหนังหลายๆ เรื่องซึ่งสร้างแรงบันดาลใจดีๆ เสียงหัวเราะ และน้ำตามาโดยตลอด เราก็คิดว่าจะปล่อยให้พี่ๆ เขาทำงานที่เขาทำได้ดีมากอยู่แล้วอย่างเต็มที่ เราขอเป็นคนแค่สื่อสารเรื่องราวผ่านการวิ่งไปดีกว่า”

เชื่อว่าจะเป็นแรงบันดาลใจให้กับคนที่ได้ดูไหม ?
“ไม่มากก็น้อย ผมหวังว่าอยากจะให้มันเป็นแรงบันดาลใจดีๆ กับใครหลายๆ คนที่ได้ดู”

อย่าง ก้อย รัชวิน ได้มาอยู่ในหนังด้วยหรือเปล่า ?
“ก็แน่นอนครับ”

แล้วเขาว่าอย่างไรบ้าง ?
“เขาก็ตื่นเต้นนะครับ ตื่นเต้นที่มันจะออกมาเป็นบันทึกเรื่องราว แล้วก็ตื่นเต้นที่ทุกคนจะได้ดูมันแบบฟรีๆ ด้วย”

มีความโรแมนติกอยู่ในหนังเรื่องนี้ด้วยหรือเปล่า ?
“ไม่มีนะเท่าที่ดู (ยิ้ม) ไม่รู้เขาจะตัดอะไรเข้าไปเพิ่มหรือเปล่า (หัวเราะ)”

เรียกว่าเราเป็นพระเอก แล้วก้อยเป็นนางเอก ?
“ไม่ๆ จริงๆ หนังเรื่องนี้คนที่เป็นพระเอกน่าจะเป็นคนไทยทุกคนมากกว่า”

โปรเจกต์ ก้าวคนละก้าว จะมีแผนเพิ่มเติมอย่างไรไหม ?
“ก็จริงๆ แล้วในโปรเจกต์หนังเรื่อง 2215 ที่เรากำลังจะฉายในเดือนกันยายนนี้ เราจะมีกิจกรรมไปตลอดประมาณ 6 เดือน 6 เดือนเราจะพาหนังเรื่องนี้ไปที่ต่างๆ แล้วก็จะมีกิจกรรมล้อไปกับหนังเรื่องนี้ อาจจะไปจัดวิ่ง ลองRUN ตามที่ต่างๆ ตามจังหวัดต่างๆ แล้วก็มาชมภาพยนตร์ ร่วมกันบริจาคด้วย เราจะทำตลอด 6 เดือนนี้ คิดว่าน่าจะไปสิ้นสุดโครงการที่เดือนกุมภาพันธ์ แล้วก็จะสรุปยอดของกิจกรรม”

จะมีจัดที่ต่างประเทศไหม ?
“น่าจะมีแต่เฉพาะในประเทศครับ”

เห็นว่าโครงการนี้จะจัดทำเพื่อบริจาคให้โรงพยาบาลศิริราช ?
“ก็จริงๆ แล้ว เราก็ตั้งใจว่าเราจะให้ทุกคนได้ชมฟรี เราไม่อยากคิดสตางค์ว่า 150-200 ให้คนได้ทำบุญหรือหักค่าใช้จ่ายแบบนั้น อยากให้ทุกคนได้ดูกันแบบฟรีๆ เหมือนที่ทุกคนออกมาให้เราฟรีๆตลอด 55 วันที่ผ่านมา มาให้ใจ ส่งข้าวส่งน้ำ ให้เงินบริจาคหรืออะไรก็ตาม หนังเรื่องนี้จะเป็นเหมือนคำขอบคุณของพวกเราโครงการก้าวคนละก้าว ให้คนไทยได้ดูฟรีๆ สุดแล้วแต่ว่าออกมาแล้วคุณอยากจะบริจาคให้กับทางศิริราช เพื่อสร้างตึกนวมินทรบพิตร 84 พรรษา ซึ่งต้องการงบประมาณอีกเป็นพันล้าน เพื่อที่จะสำเร็จ ก็แล้วแต่คุณเลยว่าคุณอยากจะบริจาคเท่าไหร่”

แสดงว่าก็ไม่ได้ตั้งเป้าเรื่องจำนวนตัวเลขใช่ไหม ?
“ก็อยากให้สมความปรารถนาของคุณหมอที่ศิริราช ตอนนี้ต้องการอีกประมาณพันล้าน ถึงจะซื้อเครื่องไม้เครื่องมือที่ทันสมัยเข้าไปได้ครบ รวมถึงเครื่องไม้เครื่องมือที่ดีที่สุดด้วยเพื่อรักษาคนให้ดีที่สุดครับ ผมคิดว่าถ้ามีเป้า ผมก็อยากเป็นพระเอกพันล้าน (ยิ้ม)”

จะร่วมบริจาคได้อย่างไร ?
“เรามีช่องทางรับบริจาคหลายๆ ช่องทางนะครับ sms ก็มี 10 บาทเหมือนเดิม คือเราอยากได้จำนวนคนที่เข้ามาและบริจาคได้ง่ายๆ และคิดดูว่า 70 ล้าน 10 บาทเหมือนเดิมเราได้ 700 แล้ว ฝากพี่ๆสื่อช่วยกระจายตรงนี้ด้วย 10 บาทเหมือนเดิม และเรามีคิวอาร์โค้ดสำหรับใครที่มีนวัตรกรรมมือถือที่จะสแกนแอพพลิเคชั่น ก็สแกนได้ง่ายๆ บริจาคได้ง่ายๆตามจำนวนที่ทุกคนอยากจะบริจาค มีหลายช่องทางนะครับ ลองดูในเพจของก้าวคนละก้าว”

ถามถึงเส้นเสียงของเราตอนนี้เป็นอย่างไรบ้าง ?
“ก็กลับมาทัวร์ได้แล้วตั้งแต่ต้นเดือน ก็ร้องเพลงไปแล้ว 4-5 วันสุขภาพเส้นเสียงก็อยู่ในเกณฑ์ที่ดี”

การรันตรีได้ 100 เปอร์เซ็นต์ไหม ?
“ประมาณ 90 ครับ แต่คุณหมอบอกว่าเราอายุเยอะแล้วก็ประมาณนี้แหละ ก็โอเค (หัวเราะ)”

เราต้องเซฟตัวเองขนาดไหน ?
“ก็หมอบอกว่าให้ค่อยๆใช่ ไปก่อนอย่าเพิ่งหักโหมครับ”

ต้องเปลี่ยนวิธีการร้องเพลงไหม ?
“ไม่ใช่เปลี่ยนวิธีการร้องเพลง แต่อาจจะกลับไปสู้วิธีการที่เราเคยร้องได้ คือพอช่วงที่เส้นเสียงเรามีปัญหา เราจะใช้วิธีการแบบผิดๆ เพื่อเลี่ยงการออกเสียงในจุดที่มีปัญหา ซึ่งพอเราเลี่ยงมากๆ มันเหมือนกล้ามเนื้อเรามันไปจำแบบผิดๆ เราต้องกลับมาจำในแบบที่ถูก ก่อนที่เส้นเสียงจะมีปัญหา“

ต้องกลับไปเรียนใหม่เลยไหม ?
“ใช่ครับ ก็ต้องกลับไปเรียนร้องเพลงใหม่ กลับไปฝึกออกเสียงให้ถูกต้อง”

เริ่มไปแคมปัสทัวร์ มันมีผลกระทบหรือมีปัญหาไหม ?
“ก็มีๆ อย่างที่ผมบอกวิธีการบางอันที่เราจำแบบผิดๆ ก็มีบางอันที่ยังติดอยู่ ต้องใช้เวลา”

แต่ในทุกครั้งที่เล่นคอนเสิร์ต ตูนก็ใส่เต็ม มันต้องมีการเซฟไหม ?
“ไม่อยากจะ เราจะใช้วิธีการ คือที่ผมคิดก็คือเราจะใช้วิธีการเล่นจำนวนให้น้อยลงมากกว่าที่เราจะไปผ่อนบนเวที นิสัยของผมเราไม่สามารถขึ้นเวทีแล้วไปเล่นแบบเซฟๆ หรือไปเล่นเบาๆ ได้หรืออะไร”

 IG: rachwinwongภาพน่ารักๆ ของ ตูน บอดี้สแลม และ ก้อย รัชวิน

ตลอดทางก็มีข่าวเชียร์ให้แต่งงาน ?
“จริงๆ อย่างที่ผมบอกอยู่เสมอว่าการมีครอบครัวเป็นความฝันของผม รอทุกอย่างลงตัวบอกแน่นอน ไม่มีปิด ระดับผมไม่มีปิดอะไรอยู่แล้ว”

จบอัลบั้มนี้ไหม ?
“ก็คิดว่าอย่างนั้นนะครับ คืออัลบั้มเต็มน่าจะประมาณปีหน้า อัลบั้มเราอัดไปได้ 90 เปอร์เซ็นต์ ใกล้เสร็จแล้ว ไม่เกินเดือนนี้น่าจะอัดเสร็จ 100 เปอร์เซ็นต์ ซึ่งก็จะปล่อยซิงเกิ้ลไปเรื่อยๆ อัลบั้มเต็มก็น่าจะวางประมาณปลายปีนี้หรือต้นปีหน้า ก็คิดว่าจะอายุ 40 ปีแล้ว ก็อยากจะมีครอบครัว”

มีเกริ่นๆ กับก้อยไว้บ้างหรือยัง ?
“ก็ถ้าลงตัวแล้วก็จะบอก เพราะเราไม่อยากจะบอกไปแล้วฟาวล์เนอะ มันไม่ดีกับทุกอย่างเนอะ คือเราอยากมีครอบครัว อยากมีเร็วๆ นี้”

จะมีโมเมนต์ขอแต่งงานไหม ?
“อ้าว ถ้าผมบอกตรงนี้มันก็ไม่เซอร์ไพรส์ดิ"

คือถ้าเป็นตูนจะเป็นฤกษ์สะดวกหรือต้องไปดูฤกษ์เป็นจริงเป็นจัง ?
“ผมไม่ชอบดูดวง ก็เอามาผสมกัน คือยังไม่มีแพลนขนาดนั้น”

ติดตามSanook! News

ข่าวด่วน เกาะกระแสข่าวดัง บน Facebook คลิกที่นี่ และร่วมเป็นแฟนเพจเราบน Facebook.. ได้ที่นี่เลย!!