สาวแทบช็อก เมียใหม่อดีตผัวปลอมลายเซ็น เบิกเงินนับล้านที่เก็บไว้ให้ลูกชาย

สาวแทบช็อก เมียใหม่อดีตผัวปลอมลายเซ็น เบิกเงินนับล้านที่เก็บไว้ให้ลูกชาย
Sanook! Regional

สนับสนุนเนื้อหา

สาวไทยทำงานอยู่เกาหลีโร่กลับบ้านมาเจอเรื่องช็อก บัญชีเงินเก็บไว้ให้ลูกชายถูกถอนหายไปเป็นล้าน ที่แท้ฝีมือเมียใหม่อดีตผัว ปลอมลายเซ็นเบิก ซัดธนาคารสะเพร่าไม่ตรวจเอกสาร ทั้งที่ใช้บัตรหมดอายุก่อเหตุ

เมื่อวานนี้ (3 ส.ค.) เจ้าหน้าที่ตำรวจศูนย์วิทยุ 191 จังหวัดลำปาง ได้รับแจ้งจากพลเมืองดีว่า มีเหตุคนร้ายนำสมุดธนาคารของผู้อื่นไปถอนเงินที่ธนาคารแห่งหนึ่ง ภายในห้างสรรพสินค้าเมืองลำปาง ขณะเดียวกันทางเจ้าหน้าที่ รปภ.ของห้างและของธนาคารได้จับตัวผู้ก่อเหตุเอาไว้ได้

ต่อมาทางเจ้าหน้าที่ตำรวจร้อยเวรงานป้องกันและปราบปราม (ร้อยเวร 20) จึงเดินทางไปตามไปสมทบ ก่อนจะพบผู้ก่อเหตุคือ น.ส.จารียา อายุ 32 ปี จึงได้ยึดสมุดบัญชีและเอกสารต่างๆ นำตัวไปทำการสอบสวนที่ สภ.เมืองลำปาง

ต่อมาได้มีผู้เสียหายที่เป็นเจ้าของบัญชีธนาคารดังกล่าว คือ น.ส.เปมิกา อายุ 31 ปี ได้เดินทางมาที่ สภ.เมืองลำปาง เพื่อแจ้งความกับ ร.ต.อ.หญิง นิติยา ขัดแก้ว รอง สว.(สอบสวน) สภ.เมืองลำปาง ให้ดำเนินคดีกับ น.ส.จารียา ผู้ก่อเหตุ

น.ส.เปมิกา เปิดเผยว่า ตนได้เลิกรากับอดีตสามีได้ 5 ปี มีลูกอายุ 8 ขวบที่อาศัยอยู่กับอดีตสามี พร้อมกับเปิดบัญชีธนาคารไว้ 2 บัญชี เป็นบัญชีของตนและบัญชีของลูกชาย โอนเงินเก็บไว้ในบัญชีทั้งสอง เพื่อเป็นทุนการศึกษาให้กับลูก ซึ่งจะฝากสมุดบัญชีไว้ที่อดีตสามี ไม่สามารถถอนเงินออกจากบัญชีได้

news01-1น.ส.เปมิกา ผู้เสียหายที่ถูกถอนเงินในบัญชีไปนับล้านบาท

หลังจากนั้นต่างคนก็ต่างไปมีครอบครัวใหม่ ตนแต่งงานใหม่และไปทำงานที่ประเทศเกาหลีใต้ได้ราวๆ ปีเศษ ระหว่างนั้นก็ได้โอนเงินเก็บเข้าบัญชีสะสมมาเรื่อยๆ โดยยอดเงินในบัญชีมีอยู่ราวๆ 1.2 ล้านบาท ส่วนอีกบัญชีมีอยู่ประมาณ 1.5 แสนบาท

กระทั่งประมาณกลางเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา ทราบข่าวว่าอดีตสามีได้ถูกจับกุมในคดียาเสพติด ตนจึงเป็นห่วงลูกชาย ตัดสินใจบินกลับจากประเทศเกาหลีใต้ เพื่อมารับลูกไปดูแล จากนั้นวันที่ 30 กรกฎาคมที่ผ่านมา จึงได้ไปกดเอทีเอ็ม เพื่อเช็คยอดเงินในบัญชีเงินเก็บของตน แต่ปรากฏว่าต้องตกใจ เพราะยอดเงินในบัญชีเหลือเพียง 280,000 บาทเท่านั้น

ต่อมาจึงได้ไปสอบถามกับทางธนาคารที่เปิดบัญชี เพื่อขอตรวจสอบเส้นทางการเงิน ก่อนจะพบว่ามีคนถอดเงินออกไป ย้อนหลังดูก็พบว่ามีการถอนเงินออกจากบัญชีหลายครั้ง ครั้งละ 5-6 หมื่นบาท ตนจึงได้ไปตรวจสอบยอดบัญชีของลูกชายอีกธนาคารด้วย ก็พบว่าเหลือเงินในบัญชีเพียง 5,000 บาทเท่านั้น เนื่องจากตอนนั้นยังไม่ทราบว่าใครเป็นคนถอนเงินออกไป ตนจึงได้ไปแจ้งความไว้เป็นหลักฐานไว้ก่อน

น.ส.เปมิกา เล่าต่อว่า ล่าสุดทางธนาคารสำนักงานใหญ่ได้โทรศัพท์มาแจ้งว่า เพิ่งมีคนไปถอนเงินในบัญชีออกไป ตนจึงรีบเดินทางไปที่ธนาคารทันที และพบว่าผู้ที่มาถอนเงินคือแฟนใหม่ของอดีตสามีนั่นเอง โดยทราบว่ามีการนำใบขับขี่รถยนต์ใบเก่าของตนที่หมดอายุไปแล้ว อีกทั้งยังปลอมลายเซ็นของตน เพื่อถอนเงินออกไป

ทั้งนี้ ตนก็ไม่ทราบเหตุผลว่าทำไมธนาคารถึงยินยอมให้ถอนเงินออกไปได้ โดยที่ไม่ตรวจสอบเอกสาร ทั้งที่บัตรหมดอายุและผู้ที่มาถอนเงินก็ไม่ใช่เจ้าของบัญชีด้วย เบื้องต้นเงินในบัญชีของตนได้สูยหายไปกว่า 1 ล้านบาท ในเรื่องนี้ตนได้มีการประสานงานกับทางทนายความ เพื่อจะดำเนินการต่อไปว่ามีข้อผิดพลาดอย่างไร ถึงมีการให้ถอนเงินในบัญชีออกไปหลายครั้ง และต้องมีคนรับผิดชอบในเรื่องนี้