"นครพนม" น้ำโขงทะลุ 11 เมตร ประกาศภัยพิบัติแล้ว 8 อำเภอ

"นครพนม" น้ำโขงทะลุ 11 เมตร ประกาศภัยพิบัติแล้ว 8 อำเภอ
INN News

สนับสนุนเนื้อหา

น้ำโขง ที่ จ.นครพนม ใกล้จุดวิกฤต ล่าสุดอยู่ที่ระดับ 11 เมตร ทะลักท่วมพื้นที่การเกษตร อาคารด่านจุดผ่อนปรนริมน้ำโขง เร่งอพยพสิ่งของ จังหวัดประกาศเป็นพื้นที่ภัยพิบัติแล้ว 8 อำเภอ

(29 ก.ค. 61) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่ จ.นครพนม ระดับน้ำโขงเริ่มวิกฤตหลังมีฝนตกหนักต่อเนื่อง ในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา ทำให้ระดับน้ำโขงเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว ล่าสุดอยู่ที่ระดับ 11 เมตร ห่างจากจุดวิกฤต ประมาณ 2 เมตร คือที่ระดับประมาณ 13 เมตร ส่งผลให้ลำแม่น้ำโขงสูง จนบางจุดล้นตลิ่งเข้าท่วมพื้นที่การเกษตร และถนนริมแม่น้ำโขง เช่นเดียวกันกับพื้นที่ ต.บ้านกลาง อ.เมือง จ.นครพนม ได้รับผลกระทบหนัก ระดับน้ำโขงเพิ่มอย่างรวดเร็วจนล้นตลิ่ง ท่วมอาคารด่านจุดผ่อนปรนไทยลาว บ้านหนาด ต.บ้านกลาง อ.เมือง จ.นครพนม ต้องขนย้ายสิ่งของวัสดุสำนักงานออกจากพื้นที่ รวมถึงมีการตัดระบบไฟฟ้า และย้ายระบบเครื่องปรับอากาศ ป้องกันความเสียหาย เพราะระดับน้ำโขงสูงต่อเนื่อง

ขณะเดียวกันผลกระทบจากน้ำโขงเพิ่มระดับรวดเร็วจนล้นตลิ่ง ทำให้ลำน้ำสาขาสายหลักต่างๆ อาทิ ลำน้ำก่ำ ลำน้ำสงคราม ที่รับน้ำจากพื้นที่หลายอำเภอ ก่อนไหลลงแม่น้ำโขง เริ่มไหลระบายช้า เกิดปัญหาเอ่อล้นท่วมขังพื้นที่การเกษตรแล้วหลาย 1,000 ไร่ ซึ่งหากระดับน้ำโขงเพิ่มขึ้นถึงจุดวิกฤตที่ประมาณ 13 เมตร จะส่งผลกระทบหนัก

เบื้องต้น ทาง จ.นครพนม ได้ประกาศพื้นที่ประสบภัยพิบัติให้การช่วยเหลือเร่งด่วนแล้ว จำนวน 8 อำเภอ ประกอบด้วย อ.ท่าอุเทน อ.โพนสวรรค์ อ.ธาตุพนม อ.เรณูนคร อ.ปลาปาก อ.เมืองนครพนม อ.บ้านแพง และ อ.นาแก ซึ่งอยู่ระหว่างการตรวจสอบความเสียหาย พร้อมประกาศเตือนให้พื้นที่เสี่ยงติดกับแม่น้ำสายหลัก เฝ้าระวังการเกิดปัญหาน้ำท่วมฉับพลัน

ด้าน นายพงศ์พันธ์ คำมั่น อายุ 59 ปี ผู้ใหญ่บ้านหนาด หมู่ 2 ต.บ้านกลาง อ.เมือง จ.นครพนม เปิดเผยว่า ปีนี้ยอมรับว่า ระดับน้ำโขงเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว แค่สามวันเพิ่มขึ้น กว่า 1 เมตร ถือว่าน้ำมาเร็วกว่าทุกปีและเพิ่มระดับสูง ตอนนี้ล้นตลิ่ง ท่วมพื้นที่การเกษตรและถนนริมเขื่อนป้องกันตลิ่งแล้ว และยังมีแนวโน้มเพิ่มมากขึ้น ที่สำคัญมีอาคารสำนักงานด่านจุดผ่อนปรนชายแดนไทยลาว ที่ใช้เป็นจุดบริการข้ามแดน สร้างด้วยงบประมาณของ จ.นครพนม ถูกน้ำท่วม มีอุปกรณ์สำนักงานบางส่วนได้รับความเสียหาย ต้องเร่งขนย้ายสิ่งของออกจากอาคาร ตัดระบบไฟฟ้า รวมถึงต้องรื้อระบบแอร์ออกจากอาคาร ซึ่งอยากให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องหาทางแก้ไขระยะยาว เพราะหากปล่อยไว้ให้เกิดน้ำท่วมทุกปี คงได้รับความเสียหาย ไม่คุ้มค่าการใช้งาน โดยเฉพาะในปีนี้ถือว่าน่าเป็นห่วงเรื่องระดับน้ำโขงมาก

ติดตามSanook! News

ข่าวด่วน เกาะกระแสข่าวดัง บน Facebook คลิกที่นี่ และร่วมเป็นแฟนเพจเราบน Facebook.. ได้ที่นี่เลย!!