ผอ.สำนักศิลปากรที่ 3 อยุธยาฯ ยังไม่ยืนยันกระดูกที่พบฝังหม้อดิน ใช้ของพระอริยะมุนีหรือไม่

กรมประชาสัมพันธ์

สนับสนุนเนื้อหา

ผู้อำนวยการสำนักศิลปากรที่ 3 พระนครศรีอยุธยา ไม่ยืนยันว่ากระดูกบรรจุหม้อดิน ที่ถูกฝังอยู่ริมรั้ววัดธรรมาราม จ.พระนครศรีอยุธยา จะใช่ของพระอริยะมุนีมหาเถระหรือไม่ เนื่องจากการตรวจพิสูจน์ค่อนข้างยาก ขณะที่กระดูกทั้งหมดถูกนำไปเก็บรักษาแล้ว วันนี้ (12 พ.ค.52) เวลา 10.45 น. นายอเนก สีหามาตย์ ผู้อำนวยการสำนักศิลปากรที่ 3 พระนครศรีอยุธยา เปิดเผยว่า จากการขุดพบหม้อดินบรรจุกระดูกริมรั้วพระอุโบสถ วัดธรรมาราม อ.พระนครศรีอยุธยา จ.พระนครศรีอยุธยา เมื่อวานนี้ ยังพิสูจน์ไม่ได้ว่ากระดูกที่พบบรรจุหม้อดิน จะเป็นของพระอริยมุนีมหาเถระหรือไม่ เนื่องจากเป็นโครงกระดูกสมัยเก่า และการจะใช้ดีเอ็นเอมาตรวจพิสูจน์ ค่อนข้างที่จะทำลำบากเพราะไม่เหมือนกับการตรวจพิสูจน์ซากศพเหยื่อเหตุสึนามิ แต่จากข้อสันนิษฐานเบื้องต้น เชื่อว่าไม่น่าจะไช่กระดูกของพระอริยะมุนีมหาเถระ เนื่องจากพระอริยะมุนีมหาเถระเป็นที่เคารพสักการะของคนทั่วไป และการมรณภาพในครั้งนั้นคนใกล้ชิดน่าจะนำกระดูกของพระอริยะมุณีไปบรรจุอยู่ที่เจดีย์ หรือใต้ฐานพระประธานมากกว่า อย่างไรก็ตามคาดว่าเบื้องต้น กระดูกที่พบครั้งนี้น่าจะเป็นของพระสงฆ์ หรือโยมอุถากวัดธรรมาราม ที่มีมาตั้งแต่สมัยอดีต เพราะสมัยโบราณการบรรจุกระดูกฝังริมรั้วพระอุโบสถในลักษณะดังกล่าว จะต้องเป็นผู้ที่มีความเกี่ยวข้องและมีความสำคัญกับวัดเท่านั้น สำหรับประวัติศาสตร์ของวัดธรรมาราม พบว่าสร้างมาตั้งแต่สมัยกรุงศรีอยุธยาเป็นราชธานี อายุไม่ต่ำกว่า 500-600 ปี เมื่อในอดีตหากกองทัพทหารพม่ายกทัพมาล้อมกรุงศรีอยุธยา และทหารพม่าจะมาตั้งค่ายที่วัดนี้ทุกครั้ง เพื่อควบคุมเส้นทางคมนาคม ทางแม่น้ำเจ้าพระยา และที่ตั้งของวัดยังอยู่ฝั่งตรงข้ามกับพระราชวังโบราณของกรุงศรีอยุธยา ถือเป็นจุดยุทธศาสตร์ที่สำคัญแห่งหนึ่งที่ทหารพม่าเชื่อว่าหากตั้งทัพจุดนี้จะได้เปรียบ สำหรับวัดแห่งนี้มีความสำคัญต่อพุทธศาสนามาก เพราะสมัยกรุงศรีอยุธยาในแผ่นดินสมเด็จพระบรมโกศ (พ.ศ.2276- พ.ศ.2301) พระพุทธศาสนาในประเทศศรีลังกาเกิดล่มสลายและได้ติดต่อมากรุงศรีอยุธยา เพื่อขอพระสงฆ์ไปฟื้นฟูพระพุทธศาสนาในประเทศศรีลังกาจนสำเร็จ และเกิดเป็นพุทธศาสนาลัทธิสยามวงศ์ในประเทศศรีลังกาในปัจจุบัน โดยมีพระราชาคณะ ที่เดินทางไปเผยแพร่ศาสนาที่ประเทศศรีลังกา คือ 1. พระอุบาลีมหาเถระ ซึ่งมรณภาพ ณ ประเทศศรีลังกา และ 2. พระอริยมุนีมหาเถระ ซึ่งกลับมามรณภาพ ที่วัดธรรมาราม