สาวกร่ำไห้ระงม ศาลฎีกาจำคุก50ปีภาวนาพุทโธ ข้อหาข่มขืนเด็กหญิง แม่ชีอีก7รายรู้เห็นโดน3-31ปี
คดีนี้พนักงานอัยการฝ่ายคดีอาญา 8 เป็นโจทก์ฟ้อง นายจำลองกับพวก ซึ่งเป็นแม่ชีอีก 7 คน ประกอบด้วย น.ส.สมจิตร รักสีขาว อายุ 36 ปี น.ส.ช่อผา สกุลวนาการ อายุ 35 ปี น.ส.อนงค์ วงศ์ใจประเสริฐ อายุ 41 ปี น.ส.จินตนา ดารานโรดม อายุ 32 ปี น.ส.สุภาพ นาวรัตน์ อายุ 38 ปี นางศรีเพ็ญ มีกลอนเพราะ อายุ 40 ปี และ น.ส.ขนิษฐา มีกลอนเพราะ อายุ 35 ปี จำเลยที่ 1-8 สรุปว่าระหว่างเดือนสิงหาคม 2531- มกราคม 2538 จำเลยที่ 1 ขณะบวชเป็นพระภิกษุเป็นเจ้าอาวาสวัดสามพราน จ.นครปฐม มีนามฉายาว่า พระมหาจำลอง กิตติปัญโญ หรือพระภาวนาพุทโธ เป็นประธานมูลนิธิหลวงพ่อพุทโธภาวนา รับอุปการะเลี้ยงดูเด็กหญิงชาวเขายากจนและอยู่ในถิ่นทุรกันดารจาก จ.แม่ฮ่องสอน และ จ.เชียงใหม่ รวม 20 คน ไว้ใกล้กุฏิ ส่วนจำเลยที่ 2-8 เป็นแม่ชีอยู่ในวัดสามพรานและเป็นลูกศิษย์ของจำเลยที่ 1 ได้ร่วมกันเป็นธุระจัดหาเด็กหญิงชาวเขาดังกล่ว ซึ่งมีอายุ 13 ปี แต่ไม่เกิน 15 ปี รวม 9 คน มาให้จำเลยที่ 1 กระทำอนาจารและข่มขืนจำเลยทั้งหมดให้การปฏิเสธ
คดีนี้ศาลชั้นต้นพิพากษาเมื่อวันที่ 21 มิถุนายน 2547 เห็นว่าทั้งหมดกระทำผิดตามฟ้องจริง พิพากษาลงโทษจำคุกจำเลยที่ 1 หลายกระทงรวมจำคุก 160 ปี แต่ตามกฎหมายกำหนดให้จำคุกจำเลยไว้ได้ไม่เกิน 50 ปี จึงให้จำคุกจำเลยที่ 1 ไว้ 50 ปี ลงโทษจำคุกจำเลยที่ 2 เป็นเวลา 31 ปี, จำเลยที่ 3 จำคุก 28 ปี, จำเลยที่ 4 จำคุก 10 ปี, จำเลยที่ 5 จำคุก 3 ปี, จำเลยที่ 6 จำคุก 4 ปี, จำเลยที่ 7 จำคุก 10 ปี ส่วนจำเลยที่ 8 พิพากษายกฟ้อง ต่อมาจำเลยที่ 1-4 และ 6-7 ยื่นอุทธรณ์คดีขอให้ศาลยกฟ้อง ส่วนจำเลยที่ 5 กับ 8 ไม่ได้ยื่นอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยที่ 1 และ 3 ยืนฎีกา
ศาลฎีกาตรวจสำนวนประชุมปรึกษาหารืออย่างละเอียดรอบคอบแล้ว เห็นว่า พยานโจทก์ที่เป็นผู้เสียหายเบิกความสอดคล้องกันทั้ง 9 ปาก ว่าจำเลยที่ 2-8 ซึ่งเป็นแม่ชี พาผู้เสียหายรายละ 1 คน เข้าไปที่กุฏิของจำเลยที่ 1 ทางห้องน้ำ อ้างว่าต้องไปทำความสะอาดห้องบันทึกเทป จากนั้นได้ให้ผู้เสียหายไหว้พระพุทธรูป แล้วให้ผู้เสียหายมากราบที่ตัก และให้ช่วยบีบนวดที่ขา พาไปกระทำชำเราบนที่นอน มีจำเลยที่ 2-8 ช่วยสนับสนุน เมื่อสำเร็จความใคร่แล้วก็ให้ผู้เสียหายกินยาคุมกำเนิด แล้วพาไปล้างอวัยวะเพศ หากคนใดไม่ยินยอมจะถูกลงโทษด้วยการเดินจงกลมกลางแดดบนพื้นดินที่มีกรวดหินแหลมคม
ที่จำเลยที่ 1 อ้างว่าเป็นพระมีชื่อเสียงด้านบำเพ็ญภาวนา และนำเด็กชาวเขาที่นับถือศาสนาอื่นมาเป็นชาวพุทธ สร้างความไม่พอใจแก่ศาสนาอื่น จึงร่วมกันกลั่นแกล้งปั้นเรื่อง นอกจากนี้ห้องที่เกิดเหตุไม่ตรงกับบันทึกแผนที่ของเด็ก และอวัยวะเพศของตนก็ผิดปกติไม่อาจร่วมเพศได้ ส่วนอวัยวะเพศผู้เสียหายก็ไม่มีร่องรอยถูกชำเรานั้น ไม่มีน้ำหนักหักล้างพยานโจทก์ได้ ข้ออ้างจำเลยฟังไม่ขึ้น ที่ศาลล่างทั้งสองศาลพิพากษามานั้น ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย พิพากษายืน
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า การฟังคำพิพากษามีสาวกที่เลื่อมใสอดีตพระภาวนาพุทโธ หรือนายจำลอง ซึ่งอยู่ในชุดนักโทษ โกนศีรษะโล้น ต่างนั่งพนมมือร้องไห้ ขณะที่เจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์นำตัวไปควบคุม
สำหรับ น.ช.จำลอง ถูกจำคุกอยู่ที่เรือนจำกลางบางขวาง จ.นนทบุรี มาแล้ว 8 ปี ยังเหลือโทษอีก 42 ปี และระหว่างที่อยู่ในเรือนจำกลางบางขวางนอกจากจะทำหน้าที่ช่วยสอนธรรมให้ผู้ต้องขังรายอื่นแล้ว ยังบรรยายธรรมะให้บรรดาญาติพี่น้องที่ยังเลื่อมใสศรัทธากว่า 500 คน ที่มาเยี่ยมทุกวันอังคารและวันพฤหัสบดี ฟังที่ห้องเยี่ยมญาติ ครั้งละเกือบ 1 ชั่วโมง นอกจากนี้จะมีบรรดาญาติธรรมฝากเงินให้ น.ช.จำลอง ขณะเข้าเยี่ยมไม่ต่ำกว่า 60 ราย รวมจำนวนเงินขั้นต่ำตกประมาณวันละ 7,000 บาท และตั้งแต่ถูกคุมขังมาเป็นเวลา 8 ปี นายจำลองมีเงินในบัญชีเงินฝากส่วนตัวที่ญาติโยมบริจาคถึง 14 ล้านบาท ถือว่าเป็นนักโทษที่มีเงินฝากในบัญชีมากที่สุดในเรือนจำบางขวาง
ดาวน์โหลดสนุกแอปฟรี


