คำสารภาพทมิฬ รวบ2มือฆ่า5ศพ คุ้ยเบื้องหลัง คำสั่งตาย

คอลัมน์ สดจากสนามข่าว
ธานี ทวีเกิด ศิริพงษ์ แก้วบัวดี วิศวัสต์ วอนญฤทธิ์ เรื่อง/ภาพ
แล้วในที่สุดตำรวจก็กระชากหน้ากากมือฆ่า 5 ศพ ครอบครัวเศรษฐีเจ้าของโรงงานเฟอร์นิเจอร์เอาไว้ได้สำเร็จ
คนร้ายลงมืออย่างโหดเหี้ยม!!
ตำรวจได้ตัวฆาตกร 2 คน คือ นายปริทรรศ หรือ "กี" นุ่มน้อย อายุ 52 ปี กับนายวันชัย หรือ "แดง" อ้นปันส์ อายุ 58 ปี ถูกจับหลังทีมสืบตามแกะรอยจากโทรศัพท์มือถือของเหยื่อ ที่คนร้ายนำไปเร่ขายให้เซียนพระคนดัง ย่านตลิ่งชัน หลังจากนั้นจึงตามขยายผลจับกุมคนทั้งสอง
ในชั้นนี้นายปริทรรศยอมรับสารภาพว่าร่วมกับนายวันชัยที่ชักชวนมาปล้น แต่ก็ไม่รู้ว่านายวันชัยเป็นอะไรถึงได้โหดร้ายฆ่ายกครัวแบบนี้ ขณะที่ตัวนายวันชัยเองยังยืนกรานปฏิเสธว่าไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องอะไร และยังไม่ยอมให้ปากคำใดๆ
คดีนี้ยิ่งขยายผลลงลึกก็ยิ่งมีข้อสงสัย ซึ่งบางทีคนร้ายอาจไม่ประสงค์ต่อทรัพย์เพียงอย่างเดียวก็เป็นได้
การสังหารครั้งนี้อาจมีเบื้องหลังคำสั่งตาย เพราะเหยื่อก็มีศัตรูทางธุรกิจอยู่เนืองๆ
ใครเป็นผู้ชักใยตำรวจกำลังขยายผลอยู่!!?
ย้อน ไปดูเหตุการณ์ครั้งนี้เกิดขึ้นหลังจากที่มีญาติไปพบศพนายธนายศ ปทุมวาสนา อายุ 52 ปี เจ้าของโรงงานเฟอร์นิเจอร์และนักธุรกิจจัดสรรที่ดิน พร้อมคนในครอบครัว คือ นางกนกกาญจน์ โพธิ์ทอง อายุ 48 ปี ภรรยา น.ส.ศศิมา หรือเกรท ปทุมวาสนา อายุ 17 ปี นายธนวัฒน์ หรือกอล์ฟ ปทุมวาสนา อายุ 15 ปี ลูกสาวกับลูกชาย และนางสำรอง บัวแก้ว อายุ 47 ปี สาวใช้ ถูกฆ่าหมกคฤหาสน์หรู ย่านลาดพร้าว ศพโผล่ฟ้องเมื่อวันที่ 11 เมษายน ที่ผ่านมา

เป็นคดีฆ่าสยองขวัญกลางกรุง!!
การลงมือครั้งนี้คนร้ายได้ทรัพย์สินของผู้ตาย อาทิ โทรศัพท์มือถือ พระเครื่อง และคอมพิวเตอร์โน้ตบุ๊ก รวมทั้งรถโตโยต้า อัลพาร์ด สีขาว ทะเบียน ชฌ 8535 กทม. ที่ขับไปจอดทิ้งไว้ในพื้นที่ จ.สมุทรสงคราม แล้วหลบหนี
คดีนี้เป็นคดีใหญ่ที่ตำรวจให้ความสนใจ เนื่องจากคนร้ายลงมืออย่างโหดเหี้ยม ซึ่งนอกจากตำรวจท้องที่ภายใต้การนำของพล.ต.ต.วิมล เปาอินทร์ ผบก.น.4 พ.ต.อ.อาณัติ เกล็ดมณี รอง ผบก.น.4 พ.ต.อ.บุญส่ง นามกรณ์ ผกก.สน.ลาดพร้าว ที่ทำหน้าที่แกะรอยคนร้ายแล้ว ผู้การวิมล ยังประสาน พล.ต.ต.พงศ์พัฒน์ ฉายาพันธุ์ ผบก.ป. ให้ช่วยจัดชุดคลี่คลายคดีร่วมด้วยอีกแรง
ผู้การพงศ์พัฒน์จึงมอบหมายให้ พ.ต.อ.พรศักดิ์ สุรสิทธิ์ ผกก.1 บก.ป. พ.ต.ท.ธีรเดช ธรรมสุธีร์ รอง ผกก.ช่วยราชการ บก.ป. พ.ต.ท.ณัฐกร ประภายนต์ รอง ผกก.1 บก.ป. พ.ต.ต.สุทธิเวท บุญยรัตกลิน พ.ต.ต.ธีรพัฒน์ ธารีไทย สว.กก.บก.ป. ร.ต.อ.ศานุวงษ์ คงคาอินทร์ สว.กก.1 บก.ป. ผนึกกำลังตามล่าคนร้าย
การแกะรอยจึงเริ่มขึ้น
ตำรวจ หาข่าวจากวงการพระเครื่องก่อนอันดับแรก เนื่องจากมีพระเครื่องหายไปด้วย จึงขอความร่วมมือไปยังเซียนพระในเครือข่ายให้ช่วยกันเป็นหูเป็นตา
หลังจากนั้นไม่นานโชคก็เข้าข้าง เมื่อตำรวจได้รับการติดต่อจากนายแฉล้ม ปานนาค อายุ 51 ปี เซียนพระย่านตลิ่งชัน ให้ข้อมูลว่าเมื่อวันที่ 6 เม.ย.ที่ผ่านมา ได้รับจำนำโทรศัพท์มือถือจากนายแดง หรือ "จ่าแดง" ฉายาในวงการพระเครื่อง นำโทรศัพท์มือถือมาจำนำในราคา 1,300 บาท แล้วไม่ยอมมาไถ่คืน
ตำรวจจึงนำมาตรวจสอบก็พบว่าเป็นโทรศัพท์ของกลุ่มผู้ตายจริงๆ
นายแฉล้มเล่าว่า ในวันนั้น "จ่าแดง" มากับเพื่อนอีกคนชื่อ "กี" อาชีพขับแท็กซี่ ที่กำลังร้อนเงินจึงเอาโทรศัพท์เครื่องนี้มาจำนำแลกเงิน ทีมสืบจึงพลิกดูประวัติพบว่านายแดงเคยต้องคดีปล้นทรัพย์ ส่วนนายกีเคยต้องคดีฆ่าผู้อื่น

ตำรวจจึงรวบรวมหลักฐานออกหมายจับ
วันที่ 18 เม.ย. เจ้าหน้าที่ตามรวบตัวทั้งคู่เอาไว้ได้ จึงนำตัวมาสอบ ในชั้นนี้นายปริทรรศ ให้การรับสารภาพ แต่นายวันชัยยังปฏิเสธ นายปริทรรศเล่าว่า มีอาชีพขับรถแท็กซี่ และได้รู้จักกับนายวันชัยตอนขับรถอยู่ด้วยกัน ก่อนเกิดเหตุราว 2 อาทิตย์นายวันชัยได้ชักชวนตนให้มาทำงานด้วย โดยบอกว่าให้มาช่วยทำงานง่ายๆ เพียงแค่เข้าในบ้านแล้วจับเจ้าของบ้านมัดแล้วเอาทรัพย์สินเท่านั้น
ไม่รู้ว่าจะฆ่ากันขนาดนี้!!
" ปริทรรศ" เล่านาทีสังหารว่า วันเกิดเหตุลงมือตอน 2 ทุ่ม นายวันชัยซึ่งน่าจะรู้จักกับคนใช้ เป็นคนลงไปเรียกให้คนใช้เปิดประตูบ้าน บอกว่าจะมาหาเฮีย พอเข้าไปได้นายวันชัยก็ใช้ปืนจี้จับสาวใช้มัดไว้ในห้องนอนหลังบ้าน หลังจากนั้นจึงเดินขึ้นบันไดไปเคาะห้องของลูกชายและลูกสาวเจ้าของบ้าน ช่วยกันจับมัดมือมัดเท้า โดยนายวันชัยยิงลูกสาวเจ้าของบ้านด้วย แต่อ้างว่าปืนลั่นใส่ หลังจากนั้นจึงพากันไปห้องพระ ช่วยกันขนเอาพระเครื่อง 2 ถุงใหญ่ แต่ตอนหลังไม่ได้เอาไป จากนั้นนายวันชัยได้พาไปสำรวจห้องอื่นๆ แต่น่าสังเกตว่านายวันชัยเลือกที่จะหยิบคอมพิวเตอร์โน้ตบุ๊ก และบอกว่าข้างในมีข้อมูลอยู่ โดยหยิบเอาโน้ตบุ๊กไป 3 ตัว โทรศัพท์มือถือ 4 เครื่อง คอมพิวเตอร์ 1 ตัว และเงินสดอีก 20,000 บาท
จนกระทั่งเวลาผ่านไปประมาณ 1 ชั่วโมง เจ้าของบ้านและภรรยากลับมา จึงช่วยกันดักฆ่า โดยนายวันชัยยิงใส่เฮียเจ้าของบ้าน 1 นัด ส่วนภรรยาตนเป็นคนจับมัด ก่อนที่จะเอาทรัพย์สินทั้งหมดใส่รถตู้อัลพาร์ดขับหนีไป
"ปริทรรศ" บอกงานนี้นายวันชัยแบ่งเงินให้ 1 หมื่นหลังเสร็จงาน
"ผมรู้สึกเหมือนถูกวันชัยหลอกใช้ เพราะพฤติกรรมของวันชัยเหมือนต้องการจะฆ่าคนทั้งบ้าน และค้นหาของบางอย่างมากกว่าการเข้ามาเอาทรัพย์สินเงินทองตามที่บอกไว้"
นอกจากคำให้การในคดี ในตอนท้ายนายปริทรรศยังคุยโวว่าตนเองนั้นไม่ธรรมดา เป็นเพื่อนร่วมรุ่นกับนักร้องอมตะ "เบิร์ด-ธงไชย แมคอินไตย์" สมัยเรียนที่พณิชยการธนบุรี
แต่สมัยเรียนมีนิสัยเกเรไปยิงคนตาย ชีวิตเลยเป็นแบบนี้!!?
คดี นี้ตำรวจกำลังขยายผลในเชิงลึก เนื่องจากมั่นใจว่าจะต้องมีเบื้องหน้าเบื้องหลัง เพราะจากคำให้การของนายปริทรรศสอดคล้องกับรูปเหตุการณ์ จึงเป็นไปได้ว่านายวันชัยอาจจะรับงานมาจากใครบางคนที่ตั้งใจให้สังหารยกครัว เพื่อตัดปัญหาบางอย่าง
และที่สำคัญเจ้าหน้าที่สืบพบว่าครอบครัวผู้ตายก็ยังมีธุรกิจอื่นนอกเหนือจาก การทำเฟอร์นิเจอร์ โดยทำธุรกิจเงินกู้และซื้อ-ขายโฉนดที่ดินอีกหลายแห่ง
แต่ละเรื่องล้วนนำพาความตายมาได้ทั้งนั้น
อะไรคือปมสังหารไม่นานได้รู้กัน!!?
ดาวน์โหลดสนุกแอปฟรี