เปิดใจรปภ. เกือบตาย "ต้มงูเห่า" กินทั้งตัว อ้างขายได้ราคาไม่ดีเลยกินเอง

เปิดใจรปภ. เกือบตาย "ต้มงูเห่า" กินทั้งตัว อ้างขายได้ราคาไม่ดีเลยกินเอง

เปิดใจรปภ. เกือบตาย "ต้มงูเห่า" กินทั้งตัว อ้างขายได้ราคาไม่ดีเลยกินเอง
แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook

จากกรณีศูนย์ อปพร.เขตสายไหม ได้รับแจ้งเหตุ เมื่อเวลา 22.45 น. วันที่ 7 มิ.ย. 61 ว่า พบผู้ป่วยชาย 1 ราย มีอาการเวียนศีรษะ มึนงง แต่ยังสามารถตอบคำถามได้ โดยสาเหตุเบื้องต้นพบว่า เกิดจากการกินอาหารเป็นพิษ จากการต้มงูเห่า โดยที่เกิดเหตุที่ซอยเพิ่มสิน 37 แขวงสายไหม เขตสายไหม เจ้าหน้าที่จึงนำตัวส่งโรงพยาบาล

ทีมข่าวได้พูดคุยกับ นายวสุวัฒน์ เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยในหมู่บ้าน ย่านสายไหม เปิดเผยว่า ตนได้รับแจ้งจากลูกบ้านว่า มีงูในหมู่บ้านเมื่อวันที่ 7 มิ.ย. จึงเข้าไปจับ พบว่าเป็นงูเห่าขนาดความยาวประมาณ 1.5 เมตร โดยปกติจะนำไปขายได้ราคาตัวละประมาณ 200-300 บาท แต่วันเกิดเหตุ ถูกกดราคาเหลือตัวละ 100 บาท ตนจึงไม่อยากขาย เพราะรู้สึกว่าจับมาด้วยความยากลำบาก โดยนำงูเห่ากลับห้องมา เพื่อประกอบอาหารกินเอง

ซึ่งส่วนตัวเคยกินงูชนิดอื่น เช่น งูสิง แต่ไม่เคยกินงูเห่ามาก่อน และไม่รู้วิธีประกอบอาหารจากงูเห่า โดยใช้วิธีการ ต้มน้ำ และใส่งูเห่าที่ตีหัว ปาดคอแล้ว ลงไปต้มทั้งตัว พร้อมใส่เกลือและผงปรุงรสลงไปให้ซึมเข้าเนื้อ ซึ่งตนคิดว่าเมื่อเนื้องูเปื่อย จะทำการลอกหนัง ตัดหัว ควักไส้ ตามวิธีการ แต่ขณะกำลังต้มอยู่นั้น ก็ได้กลิ่นหอมน้ำซุป จึงลองใช้ช้อนจิ้มที่เนื้อ พบว่าเนื้องูสุกแล้ว แต่ยังไม่เปื่อย จึงใช้ช้อนตักน้ำซุปมาชิมประมาณ 2 ช้อน

หลังจากนั้นก็นั่งรอเนื้องูเปื่อย ไม่ถึง 5 นาที มีอาการแน่นหน้าอก หายใจไม่ออก ตาพร่ามัว รู้สึกถึงความผิดปกติ จึงโทรศัพท์ไปแจ้งหัวหน้างานว่าขอลางาน 1 วัน เพราะคาดว่าไม่น่าจะไปทำงานได้ แต่หัวหน้ามาหาที่ห้อง พบว่าตนต้มงูกิน จึงโทรศัพท์เรียกรถพยาบาลให้มารับตัว โดยตนไม่ทราบว่าเกิดอะไรขึ้น เพราะมีอาการมึนงง ซึ่งก่อนเกิดเหตุก็ได้กินเหล้าขาวไป ประมาณ 2 ขวด เครื่องดื่มชูกำลัง 2 ขวด แต่คิดว่าไม่น่าจะเป็นเพราะฤทธิ์แอลกอฮอล์ เพราะปกติก็กินอยู่เป็นประจำ ไม่เคยมีอาการลักษณะนี้

ทั้งนี้แพทย์ได้ตรวจเลือด พบว่าไม่มีพิษงูในกระแสเลือด และได้ให้น้ำเกลือ โดยนอนพักฟื้น 1 คืน แล้วออกจากโรงพยาบาลเมื่อวานที่ผ่านมา (8 มิ.ย.) ซึ่งแพทย์ระบุว่า จะต้องไปตรวจอีกครั้งวันที่ 10 มิ.ย.นี้ ส่วนอาการตอนนี้ ก็หายเป็นปกติแล้ว แต่หลังจากนี้ก็ไม่กล้ากินงูเห่าอีกต่อไป

นายภาคภูมิ เดชหัสดิน นักเทคนิกการแพทย์ แอดมินเพจหมอแล็บแพนด้า กล่าวว่า กรณีเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย กินน้ำต้มงูเห่าเป็นตัว และมีอาการวูบ แล้วรู้สึกมึนงงนั้น ตนมองแล้วว่าเป็นเรื่องอันตรายมาก เพราะพิษบางชนิดก็ไม่สามารถถูกทำลายด้วยความร้อนได้ เพราะฉะนั้นการนำงู หรือคางคก หรือสัตว์มีพิษไปกิน จะต้องทำการศึกษาให้ละเอียดก่อน โดยการนำสัตว์มีพิษมากิน โดยไม่ได้ผ่านกรรมวิธีที่ถูกต้องก็อาจจะเป็นอันตรายถึงชีวิตได้

ทั้งนี้ ขอฝากสำหรับบุคลที่จะนำสัตว์มีพิษไปประกอบอาหารนั้น อยากให้หลีกเลี่ยง แต่ถ้าอยากกินจริง ๆ ต้องศึกษาดี ๆ เพราะการนำสัตว์มีพิษมาประกอบอาหารไม่ใช่เรื่องง่าย

แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook
กำลังโหลดข้อมูล