สตรีญี่ปุ่นทูตวัฒนธรรม เผยความหมายที่ซ่อนเร้นในพิธีชงชา

สตรีญี่ปุ่นทูตวัฒนธรรม เผยความหมายที่ซ่อนเร้นในพิธีชงชา

แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook
การชงชาถือเป็นศิลปะสูงสุดชาวญี่ปุ่น เนื่องในโอกาสฉลองความสัมพันธ์อันดีครบ 120 ปี ระหว่าง ไทย-ญี่ปุ่น ฟูมิโกะ บุย ทูตวัฒนธรรมญี่ปุ่นประจำประเทศไทย อาจารย์พิเศษสอนภาษาญี่ปุ่น คณะอักษร ศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และเลขาธิการสมาคม พิธีชงชาของอุระเซนเคะตันโกไก (สชอต) ในประเทศ ไทย จึงเผยแพร่วัฒนธรรมเก่าแก่พิธีชงชา เซนและชาโด วิถีแห่งชา ให้ชาวไทยได้รู้จัก ณ พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ เจ้าสามพระยา จ.พระนครศรีอยุธยา ในวันนั้น คุณฟูมิโกะ บุย ซึ่งพำนักในเมืองไทยกว่า 30 ปี นำถ้วยเบญจรงค์ และชามสังคโลก ซึ่งสะสมมาเป็นเวลานาน ร่วมในพิธีชงชา ด้วยธรรม เนียมปฏิบัติว่าภาชนะสำหรับชงชา ต้องมีความสะอาดและสร้างความประทับใจระหว่างเจ้าของบ้านและแขกผู้มาเยือน

กล่าวว่า จุดเริ่มของพิธีชงชาเกิดขึ้นเมื่อศตวรรษที่ 16 นักบวชชาวญี่ปุ่นชื่อ ไอไซ (ผู้ก่อตั้งลัทธิเซน) นำเมล็ดชากลับมาปลูกที่ญี่ปุ่นหลังจากเดินทางไปศึกษาพระพุทธศาสนาที่ประเทศจีน พร้อมเผยแพร่ให้พระสงฆ์รู้ถึงวิธีบดชาให้ละเอียดเป็นผงนำมาดื่มขณะปฏิบัติธรรม ต่อมาได้รับความนิยมขยายไปในหมู่ขุนนางชั้นสูง ซามูไร และพ่อค้าที่ร่ำรวย เพราะการดื่มชาช่คเช่นลดคอเลสเตอรอล และโรคมะเร็ง ทำให้ร่างกายแข็งแรง จิตใจเบิกบาน ต่อมามีผู้คิดค้นพิธีชงชา เซน ริกคิว โดยบัญญัติหลักของพิธีชงชาไว้ 4 ประการ คือ วา เค เซ และ จาคุ หมายถึงความกลมกลืน ความเคารพนับถือ ความ บริสุทธิ์ และความสงบ ทูตวัฒนธรรมญี่ปุ่นประจำประเทศไทย กล่าวถึงกรรมวิธีชงชาว่า พิธีชงชาใช้ห้องขนาด 9x9 ฟุต และประตูทางเข้าสูง 2 ฟุต ปูด้วยเสื่อตาตามิ ดังนั้นเมื่อทุกคนเข้าห้องจึงต้องก้มหัวแสดงถึงความอ่อนน้อมถ่อมตน ไม่ว่าเป็นใครเมื่อเข้าห้องนี้ทุกคนถือว่าเท่าเทียมกัน ภายในห้องเขียนข้อความ ต้นไพน์จะเขียวตลอดปี หมายถึง ความดีไม่ว่าอยู่ที่ไหนก็ยังเป็นความดีตลอดกาล ในขั้นตอนของการชงชานั้นต้องใช้ความ นิ่งสุขุมเพื่อให้จิตใจบริสุทธิ์ สงบเหมือนกับการนั่งสมาธิ มีธรรมชาติเป็นสื่อ การมีน้ำใจ เอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ ก่อนชงชาต้องล้างถ้วยอีกครั้งด้วยน้ำร้อนและเช็ดถ้วยให้แห้ง จากนั้นตักผงชาเขียว 2 ช้อนใส่ถ้วย ใช้กระบวยตักน้ำร้อนใส่ถ้วยเพียงครึ่งเดียว อีกครึ่ง คืนกลับไปในกาน้ำร้อน สื่อถึงการคืนสู่ธรรมชาติ จากนั้นใช้ที่คนชาทำด้วยไม้ไผ่ คนอย่างแรงจนเกิดเป็น ฟอง ฟองจะช่วยลดความขมของชา ้นจึงเสิร์ฟให้แขก ทั้งนี้คุณฟูมิโกะ บอกว่า เมื่อได้รับถ้วยชามาแล้ว แขกต้องโค้งเพื่อเป็นการขอบคุณ ยกถ้วยชาด้วยมือขวาแล้วนำมาวางบนฝ่ามือซ้ายและยกขึ้นเล็กน้อย เพื่อเป็นการแสดงการขอบคุณ หมุนถ้วยชาตามเข็มนาฬิกา 2 รอบ เพื่อแสดงว่าคุณจะไม่ดื่มชาทางด้านหน้าของถ้วย ชา

เมื่อดื่มชาเสร็จแล้วใช้นิ้วเช็ดขอบถ้วยชาที่มีรอยเปื้อนของชาออกให้หมด แล้วเช็ดนิ้วมือบนกระดาษ ที่รองขนม (ขนมหวานทานกับชา มีซากุระและโอฮิกาชิ) หมุนถ้วยชาทวนเข็มนาฬิกา เพื่อให้ด้านหน้าของถ้วยหันเข้าหาตัว วางถ้วยชาด้วยมือขวาลงบนพื้น และชื่นชมความงามของถ้วยชา แล้วจึงยกถ้วยชาวางบนมือซ้ายและหมุนถ้วยชาตามเข็มนาฬิกา 2 ครั้ง แล้วคืนถ้วยชากลับไปให้เจ้าของ เป็นอันเสร็จสิ้น พิธีชงชานี้สามารถจัดได้ทุกฤดูกาลทุกโอกาส ช่วยให้เกิดความสงบทางด้านจิตใจ รู้จัก เอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ อีกทั้งชาเขียวยังมีรสชาติสดชื่น เสมือนการได้ดื่มยาดี คุณฟูมิโกะกล่าว.

แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook
กำลังโหลดข้อมูล