สุดผวา "นุ๊ก สุทธิดา" เล่านาทีระทึกโจรขึ้นบ้าน เกือบต้องเผชิญหน้ากัน

สุดผวา "นุ๊ก สุทธิดา" เล่านาทีระทึกโจรขึ้นบ้าน เกือบต้องเผชิญหน้ากัน

สุดผวา "นุ๊ก สุทธิดา" เล่านาทีระทึกโจรขึ้นบ้าน เกือบต้องเผชิญหน้ากัน
แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook

เป็นเรื่องสุดช็อกมากสำหรับคุณแม่ลูก 3  "นุ๊ก สุทธิดา เกษมสันต์ ณ อยุธยา" หลังกลับจากทำงานและกำลังเปิดประตูเข้าบ้านพร้อมกับสามีและลูกๆ พบประตูบ้านถูกงัด ภายในบ้านถูกรื้อค้นข้าวของกระจุยกระจาย และเมื่อตรวจสอบพบว่ากระเป๋าแบรนด์เนมหรูหลายใบในตู้โชว์หายไป เจ้าตัวได้แจ้งตำรวจให้เข้ามาตรวจสอบทันที เหตุการณ์เกิดขึ้นเมื่อวานนี้ (27 พ.ค.)   

ที่เกิดเหตุเป็นบ้านพักย่านลาดพร้าว 126 ลักษณะบ้านเป็นทาวน์โฮม 3 ชั้น เป็นบ้านที่ นุ๊ก สามีและลูกพักอาศัยอยู่ในปัจจุบัน ทั้งนี้ จากการตรวจสอบพบกระเป๋าแบรนด์เนมในตู้โชว์หายไป 4-5 ใบ รวมถึงเงินสดก็ถูกคนร้ายขโมยไปเช่นกัน มูลค่ารวมกว่าล้านบาท นอกจากนี้ รายงานระบุว่าเจ้าตัวยังคงผวากับเหตุการณ์ดังกล่าวเพราะกลัวว่าคนร้ายจะย้อนกลับมาอีกครั้ง   

โดยล่าสุดเมื่อเวลา 13.00 น. วันนี้ (28 พ.ค.) "นุ๊ก สุทธิดา" ก็ได้เชิญสื่อมวลชน ร่วมฟังการแถลงข่าวเปิดใจถึงเหตุการณ์ดังกล่าว โดยเธอเผยว่า ถึงแม้เหตุการณ์ครั้งนี้จะทำให้เจ้าตัวต้องสูญเสียของมีค่าไปบ้าง แต่ในด้านของความรู้สึกอีกมุมเธอกลับมองว่าเป็นการโชคดี ที่ทำให้รู้ว่าอะไรที่เป็นสิ่งสำคัญสำหรับชีวิตที่สุด ส่วนทางด้านความคืบหน้าในการสืบหาตัวคนร้าย ยังคงอยู่ในขั้นตอนการตรวจสอบของเจ้าหน้าที่ตำรวจ 

“วันนั้นหลังจากที่นุ๊กทำงานเสร็จและกลับบ้าน จำได้ว่าตอนนั้นนุ๊กถึงบ้านประมาณ 4 ทุ่มนิดๆ แต่ปรากฏว่าพอถึงบ้าน ภาพที่เห็นตอนแรกเลยก็คือไฟเปิดหมด ก็เลยงงว่าใครอยู่ในบ้าน เพราะปกติคุณแม่ท่านจะไปๆ มาๆ ที่บ้านหลังนี้ตลอด แต่บังเอิญช่วงนี้ท่านไปต่างประเทศพอดี ตอนนั้นพยายามคิดในแง่ดีว่าใครลืมปิดไฟก่อนออกจากบ้านหรือเปล่า แต่ปรากฏว่าพอเดินเข้าไปในบ้านตกใจมากเพราะประตูมันเปิดอยู่  ตอนนั้นคือรีบคว้าลูกคนที่สองและบอกให้เขาวิ่งเลย เพราะเราไม่รู้ว่าจังหวะนั้นเราจะสวนกับใครหรืออะไรไหม จำได้เลยว่าเรารีบวิ่งขึ้นรถและก็ตะโกนบอกสามีซึ่งเขาขับรถมาอีกคันว่า ขึ้นรถให้หมดเพราะมีโจรอยู่ในบ้าน หลังจากนั้นก็เริ่มโทรหา 191 เจ้าหน้าที่เขาก็บอกให้เราใจเย็นๆ และค่อยๆ อธิบายเหตุการณ์ให้เขาฟัง ยอมรับเลยว่าตอนนั้นตื่นเต้นจริงๆ ทั้งๆ ที่พยายามตั้งสติแล้ว”๊

“พอคุยกับ 191 เสร็จ เหมือนสติเราก็เริ่มกลับมา ก็เลยตัดสินใจกับสามีว่าจะช่วยกันบีบแตรเพื่อให้โจรเขารู้ตัวและออกจากบ้านเราไป ซึ่งตอนนั้นจำได้เลยว่าได้ยินเสียงเขากระโดดข้ามกำแพง และพอตำรวจมาถึงนุ๊กก็เป็นคนพาตำรวจเข้าไปตรวจเช็คในแต่ละห้องเพื่อดูว่าไม่มีใครซ่อนอยู่ไหม จากนั้นก็เริ่มตรวจสอบทรัพย์สินต่างๆ ว่ามีอะไรสูญหายบ้าง โดยห้องที่ถูกรื้อค้นมากที่สุดคือห้องของคุณแม่ เราก็เลยไม่สามารถรู้ได้ว่าทรัพย์สินอะไรของท่านบ้างที่สูญหายไป เพราะอย่างที่บอกท่านไปต่างประเทศ ส่วนทางด้านทรัพย์สินที่เป็นของนุ๊ก โชคดีตรงที่อยู่ห้องของนุ๊กอยู่ชั้น 3 มันก็เลยคล้ายๆ กับว่าห้องเราเพิ่งจะเริ่มโดนค้นหรือหยิบฉวยของไปได้ไม่เท่าไหร่ เพราะเรากลับมาเจอก่อน”

ทำไมตอนนั้นเราถึงมั่นใจว่าขโมยเขายังอยู่ในบ้าน ?
“ก็คือเหมือนจังหวะที่เขากำลังวิ่งหนีลงมา แสงจากไฟฉายของเขามันส่องวิบวับให้เห็น รวมถึงบริเวณชั้น 3 ของบ้าน ก็เพิ่งจะถูกรื้อค้นด้วย ก็เลยค่อนข้างคิดว่าจังหวะนั้นเขาน่าจะยังอยู่ในบ้านเรา ถามว่าเขามากันกี่คน คือ…คิดว่าก็น่าจะเป็นคนเดียวนะคะ เพราะเราไม่ได้เห็นแสงจากไฟฉายเยอะขนาดนั้น บวกกับเสียงวิ่งก็เป็นเสียงสั้นๆ แต่ก็ไม่แน่ใจเหมือนกันว่าทางที่เขากระโดดออกไปเป็นทางไหน เพราะมันมืดมากและเสียงกระโดดมันก็ดังแค่ครั้งเดียว ซึ่งตอนนี้ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจเขาก็ยังตรวจสอบอยู่จากหลักฐานต่างๆ ทั้งบริเวณกำแพง และรอยเท้ารอบบ้าน แต่บังเอิญว่าช่วงนี้ฝนตกเราก็เลยไม่รู้ว่ามันจะถูกชะล้างออกไปหรือเปล่า”

สภาพห้องและข้าวของเครื่องใช้ถูกรื้อค้น หลังเหตุการณ์ขโมยขึ้นบ้าน นุ๊ก สุทธิดา

ทรัพย์สินที่เป็นของเรามีอะไรบ้างที่สูญหายไป ?
“อย่างที่บอกด้วยความที่เขาเพิ่งเริ่มค้น บวกกับนุ๊กเองก็อาจจะจัดข้าวของเป็นระเบียบกว่าคุณแม่ ดังนั้นโจรเขาก็เลยไม่ต้องเยอะ คือสามารถหยิบไปได้เลย ซึ่งพวกที่หายส่วนใหญ่ก็เป็นกระเป๋าแบรนด์เนม แต่แอบโชคดีนะคะว่าสิ่งที่เขาเอาไปไม่ใช่สิ่งที่เราใช้ เพราะเราไม่ค่อยถืออยู่แล้ว ส่วนเรื่องมูลค่าจริงๆ ก็ไม่เท่าไหร่นะคะประมาณหลักแสนได้ แต่ของคุณแม่เราก็ไม่รู้ว่าอะไรสูญหายบ้าง และอีกอย่างคือโชคดีที่บ้านเรามีตู้เซฟ ซึ่งเป็นตู้เซฟขนาดใหญ่มากไซส์พอๆ กับตู้เย็น เขาก็เลยขนไปไม่ได้”

“ถ้าถามนุ๊กว่าตัวนุ๊กเองมีความรู้สึกยังไงบ้างกับเหตุการณ์นี้ จริงๆ นุ๊กมองว่ามันก็มีทั้งโชคดีและโชคร้ายนะคะ คือโชคร้ายเราอาจจะเสียของ แต่โชคดีมันก็มีมากกว่า เพราะของที่เขาเอาไปเราก็ไม่ค่อยได้ใช้ และตัวเราเองก็ได้รู้ด้วยว่าสิ่งไหนที่สำคัญกับชีวิตเรามากกว่าในเวลาที่เราตกใจ ซึ่งเหตุการณ์นี้สิ่งแรกที่นุ๊กทำตอนรู้ว่ามีโจรขึ้นบ้านคือนุ๊กคว้าลูกก่อน ดังนั้นต่อไปหลังจากนี้เราก็คงจะต้องจัดการชีวิตเรามากขึ้นและเรียงลำดับความสำคัญต่างๆ ให้มากขึ้น ง่ายๆ เลยก็คือ จริงๆ บ้านนุ๊กติดกล้องวงจรปิดนะคะ แต่บังเอิญว่ามันเสีย และเราก็นอนใจไม่ยอมเอาไปซ่อม มันก็เลยทำให้รู้ว่าอะไรที่เราควรให้ความสำคัญ คือตำรวจช่วยเราได้ก็จริง แต่เราเองก็ต้องดูแลตัวเองด้วยเหมือนกัน”

“นุ๊กขอบคุณเจ้าหน้าที่ตำรวจจาก สน. วังทองหลาง ด้วยนะคะ เพราะเหตุการณ์นี้ทำให้นุ๊กเปลี่ยนความคิดตัวเองไปเลย จากที่เมื่อก่อนนุ๊กรู้สึกไม่โอเคกับตำรวจ แต่ปรากฏว่าพอเรามีปัญหาตำรวจเขามอบความช่วยเหลือให้กับเราเต็มที่ ขนาดมันเป็นช่วงเวลาที่ดึกมากแล้ว รู้สึกอุ่นใจมากเลยค่ะ”

คิดว่าเป็นคนใกล้ตัวไหมเพราะเหมือนเขาจะรู้ว่าของอยู่ชั้นไหนและเหมือนจะรู้ว่าเวลาไหนเราไม่อยู่บ้าน ?
“ตำรวจเขาก็ถามนะคะว่าที่บ้านมีคนทำงานบ้านหรือเปล่า ซึ่งเราก็ได้ให้ข้อมูลกับตำรวจไปหมดแล้ว และล่าสุดก็เหมือนว่าเขาจะไปเจอกับกระเป๋าสตางค์ที่คาดว่าเป็นของคนร้ายตกอยู่ ซึ่งข้างในไม่มีบัตร ไม่มีหลักฐานอะไรเลย และตัวกระเป๋าก็เป็นกระเป๋าทรงสี่เหลี่ยมผืนผ้า มีเงินอยู่ในนั้น 200 บาท โดยตำรวจเขาก็ตั้งคำถามนะคะว่า ผู้ชายไม่น่าจะใช้กระเป๋าสตางค์ทรงนี้”

เราคิดว่าคนที่เข้ามาขโมยของเป็นคนใกล้ตัวไหม ?
“นุ๊กมองว่าไม่น่าจะไกลจากระแวกนั้นหรอกค่ะ  เพราะช่วงนี้มีเหตุการณ์ทำนองนี้ในระแวกนั้นบ่อย และตำรวจเองก็คาดว่าน่าจะอยู่แถวๆ นั้นด้วย อีกอย่างในคืนเดียวกันก็มีเพื่อนบ้านนุ๊กที่โดนด้วยเหมือนกัน ตอนนี้แต่ละบ้านก็เริ่มคุยกันและดูว่าบ้านหลังไหนมีกล้องวงจรปิดอีกจะได้เอามาแชร์กันค่ะ”

ลูกๆ เรารู้สึกยังไงบ้างกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในครั้งนี้ ?
“เด็กๆ กลัวค่ะ โดยเฉพาะคนที่ 2 เพราะเขาตกใจมาก ขนาดวันนั้นพอเราวิ่งเขามาหลบในรถแล้ว เขายังพูดไม่หยุดเลยว่า ‘หนูกลัว หนูกลัว’ ตอนนั้นเราก็ต้องคอยปลอบเขาตลอดให้เขารู้สึกสบายใจ จนกระทั่งตำรวจมาถึง”

“ฝากถึงโจรนะคะว่า ไม่ต้องมาค้นหรอกนะคะที่บ้าน ไม่มีอะไรแล้วค่ะ เพราะเราเองเงินมาสร้างยิมหมดแล้วค่ะ ถ้าหากอยากได้อะไรก็มายกที่ยิมไป (ยิ้ม)”

อัลบั้มภาพ 14 ภาพ

อัลบั้มภาพ 14 ภาพ ของ สุดผวา "นุ๊ก สุทธิดา" เล่านาทีระทึกโจรขึ้นบ้าน เกือบต้องเผชิญหน้ากัน

แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook
ตั้ง Sanook เป็นข่าวโปรดบน Google
กำลังโหลดข้อมูล