โฟกัสผิดจุด “หวาย ปัญญาริสา” โพสต์คลิปขี่หลังช้าง แต่ถูกหน้าอกแย่งซีน

โฟกัสผิดจุด “หวาย ปัญญาริสา” โพสต์คลิปขี่หลังช้าง แต่ถูกหน้าอกแย่งซีน

ตั้งใจจะโพสต์คลิปขี่หลังช้างขณะกำลังพาไปอาบน้ำ แต่งานนี้ก็ทำเอาคอมเมนต์ถล่มขึ้นมาเยอะเหมือนกัน เพราะหลายคนต่างเห็นตรงกันว่าจุดที่ถูกโฟกัสมากที่สุดคงจะหนีไม่พ้นหน้าอกหน้าใจของนักร้องสาว หวาย ปัญญริสา เธียรประสิทธิ์  หรือ "หวาย กามิกาเซ่" ที่ดูจะทะลักล้นออกมาจากชุดบิกีนีตัวจิ๋ว

โดยล่าสุด “หวาย ปัญญริสา” ก็ได้ออกมาชี้แจงถึงเรื่องราวดังกล่าว ซึ่งเจ้าตัวได้เผยให้ฟังว่า พอจะเห็นคอมเมนต์ในอินสตาแกรมบ้างแล้ว แต่เจตนาจริงๆ คือต้องการโพสต์ช่วงเวลาที่กำลังมีความสุข และอยากขอบคุณทุกคำอวยพรที่ให้มาในวันคล้ายวันเกิดเท่านั้น แต่หากทำให้หลายคนโฟกัสผิดจุดก็ต้องขอโทษ จากนี้คงต้องระวังเรื่องการแต่งตัวให้มากขึ้น พร้อมยืนยันไม่ได้ไปอัพไซซ์หน้าอกให้ใหญ่ขึ้นอย่างที่หลายคนเขาใจแน่นอน

ถามถึงรูปที่เราไปเที่ยวแล้วขี่ช้าง หลายคนไม่ได้โฟกัสที่ช้างเลย ไปโฟกัสที่หน้าอกแทน ?
“จริงเหรอ คือที่เราลงไปเพราะเราไปว่ายน้ำกับช้างมา เราก็ขอบคุณเพราะเป็นวันเกิดเรา ก็ขอบคุณทุกคนที่อวยพรด้วย ไม่ได้คิดมากอะไรว่าทุกคนจะมาดูหน้าอก มันก็กลายมาเป็นแบบนั้นขึ้นมาในคอมเมนต์ แต่ก็ช่างเถอะ ปล่อยไป”

ตกใจไหมพอได้เห็นคนคอมเมนต์เรื่องหน้าอกเราเยอะ ?
“ตอนแรกตกใจค่ะ เพราะไม่ได้โฟกัสหรือซีเรียสอะไรขนาดนั้นนะ เราก็กลับมาดูรูปจริงจังอีกรอบหลังจากที่ได้อ่านคอมเมนต์ ก็เลยซูมดูเองเลย ก็เข้าใจแหละเพราะเราก็ใส่บิกีนีสีเนื้อด้วย หนูก็เลยไม่ได้อยากให้ซีเรียสอะไรมาก”

ใจเราจริงๆ คืออยากให้โฟกัสช้างมากกว่า ?
“ใช่ค่ะ เอาแบบนี้ดีกว่า หนูอยากให้ทุกคนดูแล้วเห็นว่าหนูมีความสุข หนูแฮปปี้ของหนูอยู่ ไม่อยากให้ทุกคนมาตีความเยอะเกิน”

ได้ตอบคอมเมนต์ไปบ้างไหม ?
“ไม่ตอบค่ะ คือก่อนหน้านี้หนูเคยพยายามที่จะตอบทุกคอมเมนต์ แต่หนูกลับรู้สึกว่าพอหนูทำแบบนั้นคนก็ยิ่งจะต้องการคำตอบจากหนูมากขึ้น เลยขอปล่อยวางดีกว่า ถ้ามีพี่ๆ มาถามหนูก็ค่อยบอก”

คนมองว่าเราโชว์เยอะเกินไปไหม ?
“ส่วนตัวของหนู หนูมองว่าไม่ คือหนูยอมรับแต่แรกแล้วว่าหนูไปทำหน้าอกมา อีกอย่างเราก็ใส่บิกีนีเหมือนคนอื่น แต่ไซซ์อาจจะใหญ่เกินไปคนเลยมองว่าไม่เหมาะสมกับเรา แต่เราก็อยากอธิบายให้ทุกคนฟังว่าเราทำมาก็จริง แต่เราก็อยากมีสิทธิ์จะใส่บิกีนีเหมือนทุกคน และไม่ค่อยอยากให้มีคนมาว่าหรือวิจารณ์แบบนั้นเหมือนกัน ถ้าสมมุติว่าโพสต์รูปคู่ช้างนั้นทำให้คนคิดมาก หนูก็ต้องขอโทษด้วยนะ แต่ไม่ได้ตั้งใจจริงๆ เรายอมขอโทษเพราะมันเป็นบิกีนีสีเนื้อด้วย”

ไปทำมาเพิ่มหรือเปล่า เพราะดูขนาดใหญ่กว่าเดิมเยอะ ?
“ไม่ค่ะ ไม่เอาแล้ว อันนี้ก็หนักมากแล้ว (หัวเราะ) ไซซ์ยังเท่าเดิมค่ะ”

จากนี้เราต้องระวังในการใส่ชุดว่ายน้ำมากขึ้นไหม ?
“สัญญาว่าจะระวังมากขึ้น หากจะลงอะไรก็จะพิจารณามากขึ้นค่ะ แต่ก็อยากให้ทุกคนเข้าใจหนูและลองคิดในแง่ของหนูเหมือนกัน เวลาหนูลงอะไรหนูก็จะคิดเสมอว่าตอนนั้นหนูมีความสุขจริงๆ ไม่อยากให้ตีความกันเยอะนะคะ”

แสดงว่าเราก็แอบเครียดเหมือนกัน ที่คนมาวิจารณ์เยอะ ?
“ไม่ได้เครียดนะ แต่ก็แอบมีน้อยใจบ้าง เพราะตอนนั้นไม่ได้คิดจริงๆ คือเราน้อยใจตรงที่ว่าบางคนเขาคิดไปเลยว่าเราอยากโชว์ หรือตั้งใจที่จะลงเพื่อต้องการอะไรกลับมา แต่มันไม่ใช่แบบนั้นเลย”

คนชอบตีความไปแล้วว่า เราชอบโชว์ รู้สึกยังไงบ้าง ?
“มันไม่ใช่เลยจริงๆ คือเราทำอะไรหรือใส่อะไรไปเพราะเราชอบ เรามีความรู้สึกดีตอนเราใส่ รู้สึกสวย ไม่ได้ใส่แล้วให้ทุกคนมองว่าเรานมใหญ่”

เวลาแต่งตัวเราก็คิดหนักเหมือนกันใช่ไหม ?
“ไม่ถึงกับคิดหนัก แต่ก็เหมือนว่าอาจจะมีระแวงบ้าง จนบางครั้งบางคราวก็อาจจะดูไม่เป็นตัวเอง เราต้องเข้าใจว่าตัวเราเองคนก็จับตามอง หนูก็เลยพยายามที่จะโตขึ้นและเข้าใจในมุมนี้”

w1

เห็นล่าสุดมิโน่เพิ่งพาไปเจอคุณแม่ ?
“ใช่ค่ะ ก็ไปเจอมา จริงๆ เคยเจอกันแล้วค่ะแต่แค่ไม่ได้ลงรูป ครั้งนี้ก็ไม่ได้นัดคุยเป็นการเป็นงานอะไรหรอกค่ะ แค่นัดทานข้าวเฉยๆ ไม่มีคุยเรื่องอะไรที่ซีเรียส”

เรียกว่าไปฝากเนื้อฝากตัวไว้ก่อน ?
“ไม่รู้สิ (หัวเราะ)”

คนเลยมองว่าเขาพาเราไปเปิดตัวอย่างเป็นทางการ ?
“จริงเหรอ อาจจะเป็นรูปแรกที่ลง คนเลยถามเยอะหน่อย ยังไม่มีข่าวดีค่ะ แต่ก็อยากนะ แต่ก็ยัง (ยิ้ม)”

แสดงว่าใจเราพร้อมที่จะแต่งงานแล้ว ?
“ไม่ใช่พร้อมแบบนั้น หมายถึงวันหนึ่งเราก็อยากแต่ง แต่อาจจะยังไม่ใช่เร็วๆ นี้ เพราะเราก็เพิ่ง 25 เอง”

คนคนนั้นต้องเป็นเขาด้วยใช่ไหม ?
“ถ้าเป็นเขาก็ดี (หัวเราะ) เราก็มั่นใจว่าต้องเป็นเขาในระดับหนึ่ง เพราะถือว่าคบกันนานสุดแล้ว”

ตอนนี้คบกันมากี่ปีแล้ว ?
“3 ปีแล้วค่ะ”

เคยคุยกันถึงเรื่องนี้บ้างไหม ?
“เขาก็เคยคุยกับหนูค่ะ แต่คุยเล่นๆ นะ ยังไม่ได้จริงจัง เขาเคยเกริ่นๆ ว่าที่ทำทุกอย่างวันนี้เพื่อที่จะมีอนาคตกับเรา เราก็ขอบคุณนะ (ยิ้ม) หนูก็รู้สึกดีใจค่ะ เขินมาก ตอนนี้พูดก็ยังเขินอยู่นิดหนึ่ง (หัวเราะ)”

แสดงว่าตัวเราก็มั่นใจในระดับหนึ่ง ?
“ก็มั่นใจนิดหนึ่ง แต่ก็ต้องรอว่าอนาคตเป็นยังไง อีกอย่างตอนนี้เราก็เพิ่งจะคบได้ 3 ปีเองค่ะ”

แต่ 3 ปีที่ผ่านมา ก็ดูหวานขึ้นเรื่อยๆ ?
“ไม่รู้สึกว่าคบกันมา 3 ปี แต่รู้สึกว่าเหมือนเพิ่งคุยกันค่ะ มันไม่ได้รู้สึกว่านานแต่ก็แฮปปี้มาก เพราะว่าไม่เบื่อ”

เรามองไว้ว่าอีกสักกี่ปีถึงจะแต่ง ?
“ไม่รู้สิ 27 มั้ง แต่อีก 2 ปีนิ ลืมเลยว่าตัวเอง 25 ไม่ๆ อาจจะนานกว่า 2 ปีนิดหนึ่ง”

ได้เจอครอบครัวเขาบ่อยไหม ?
“เจอค่ะ เวลาไปภูเก็ตก็เจอประจำ ครอบครัวเขาก็น่ารักมากจริงๆ ค่ะ คุณแม่เขาคล้ายกับคุณแม่หนูมาก เป็นคนที่เฟรนลี่มาก เวลาอยู่ด้วยก็มีความสุข แฮปปี้มาก”

สองครอบครัวเคยเจอกันไหม ?
“เคยค่ะ จะมีแค่คุณพ่อเขาที่พูดๆ ว่าอยากได้ลูกสาว ซึ่งหนูก็บอกว่ายังค่ะ ยังไม่ได้แต่งงานเลย (หัวเราะ)”

ตอนนี้ก็เป็นว่าที่ลูกสะใภ้ไปก่อนใช่ไหม ?
“ไม่หรอกมั้ง (ยิ้ม)”

คบกับคนนี้แล้วรู้สึกยังไงบ้าง ?
“ก็ดีนะคะ แฮปปี้มาก เหมือนเขาเทคแคร์ดูแลเราดี เป็นคนที่น่ารักมากจริงๆ”

ก่อนหน้านี้เราเคยคิดไหมว่าจะได้คบคนนี้นานถึงขนาดนี้ ?
“ไม่เคยจำกัดเวลาอยู่แล้วค่ะ แต่ก็ไม่คิดว่ามันจะมาไกลได้ขนาดนี้จริงๆ คือที่จริงหนูกับเขารู้จักกันมา 8 ปีแล้วค่ะ เป็นเพื่อนกันมานานแล้ว”

ติดตามSanook! News

ข่าวด่วน เกาะกระแสข่าวดัง บน Facebook คลิกที่นี่ และร่วมเป็นแฟนเพจเราบน Facebook.. ได้ที่นี่เลย!!