กรมป่าไม้บุกจับรีสอร์ทดังเขาค้อ คาดเป็นของดาราสาวรุ่นใหญ่ชื่อดัง

กรมป่าไม้บุกจับรีสอร์ทดังเขาค้อ คาดเป็นของดาราสาวรุ่นใหญ่ชื่อดัง
Sanook! Regional

สนับสนุนเนื้อหา

กรมป่าไม้บุกจับรีสอร์ทเขาค้อ จ.เพชรบูรณ์ คาดเป็นธุรกิจดาราสาวรุ่นใหญ่ชื่อดัง พบรีสอร์ทหรู 6 หลัง อาคารขนาดใหญ่ 2 หลังเชื่อมต่อกัน เปิดเป็นร้านอาหาร เนื้อที่กว่า 13 ไร่

(17 พ.ค.) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่ศูนย์อำนวยการประสานงานและแก้ไขปัญหาโครงการลุ่มน้ำเข็ก ต.สะเดาะพง อ.เขาค้อ จ.เพชรบูรณ์ นายอรรถพล เจริญชันษา รองอธิบดีกรมป่าไม้ และนายชีวะภาพ ชีวะธรรม หัวหน้าชุดพยัคฆ์ไพร ได้ลงพื้นที่ประชุมร่วมกับคณะทำงานฝ่ายปฏิบัติการเพื่อแก้ไขปัญหาการครอบครองการใช้ประโยชน์ที่ดินในพื้นที่ป่า ที่กองทัพภาค 3 ขอใช้ประโยชน์จากกรมป่าไม้ ในพื้นที่ อ.เขาค้อ

ซึ่งประกอบด้วย เจ้าหน้าที่ป่าไม้ ทหาร ตำรวจป่าไม้ และ ตำรวจ ตชด.31 สนธิกำลังจำนวนกว่า 100 นาย นำโดย พ.อ.พงษ์เพชร เกษสุภะ หัวหน้าชุดปฏิบัติการ ศูนย์ประสานการปฏิบัติที่ 4 กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร(กอ.รมน.) นายชิต อินทรนก ป่าไม้จังหวัดเพชรบูรณ์ ร.ต.เอกชัย ดอนกาวิน ผู้แทน ศอป.โครงการลุ่มน้ำเข็ก และหัวหน้าหน่วยป้องกันรักษาป่าในพื้นที่ จ.เพชรบูรณ์

หลังประชุมเสร็จ นายอรรถพล เจริญชันษา รองอธิบดีกรมป่าไม้ และ นายชีวะภาพ ชีวะธรรม หัวหน้าชุดพยัคฆ์ไพร พร้อมเจ้าหน้าที่คณะทำงานกว่า 30 นาย ได้ลงตรวจสอบพื้นที่และจับกุมรีสอร์ท “ในสายหมอก” ตั้งอยู่ในซอยดารา หมู่ที่ 1 บ้านกนกงาม ต.เขาค้อ คาดว่าเป็นรีสอร์ทของดาราสาวรุ่นใหญ่ในวงการบันเทิง

ตรวจสอบพบสิ่งปลูกสร้างเป็นรีสอร์ท จำนวน 6 หลัง อาคารขนาดใหญ่ 2 หลัง เชื่อมต่อกัน เปิดเป็นร้านอาหารมีเวทีดนตรี และแบ่งเป็นห้องพักอีกจำนวนหลายห้องในเนื้อที่จำนวนกว่า 13 ไร่ แต่ไม่พบตัวผู้กระทำความผิดและผู้ดูแล เจ้าหน้าที่จึงรังวัดตรวจสอบและทำการตรวจยึดไว้ และเตรียมออกหมายเรียกมารับทราบข้อกล่าวหาต่อไป เนื่องจากเป็นรีสอร์ท 1 ใน 135 แห่ง ที่บุกรุกป่า และไม่ได้อยู่ในแปลงที่ดิน รอส.

นายอรรถพล เจริญชันษา รองอธิบดีกรมป่าไม้ กล่าวว่า มาติดตามความคืบหน้าการบังคับใช้กฎหมายที่เขาค้อ เป็นที่ทราบกันดีเรามีคณะทำงานร่วมกันหลายฝ่ายแต่งตั้งโดยผู้ว่าราชการจังหวัด ประกอบไปด้วยหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งหมด

นอกจากนั้นก็จะมีคณะทำงานที่เกี่ยวข้องกับส่วนราชการต่างๆ ในด้านของสิ่งปลูกสร้างและในเรื่องของข้อกฎหมายก็จะเป็นการทำงานร่วมกันหลังจากที่มีการพูดคุยในคณะทำงานแล้ว และก็ได้มีการคัดกรองแยกแยะกลุ่มผู้ที่เข้ามายึดถือครอบครองพื้นที่ดังกล่าว ที่กองทัพภาคที่ 3 ขอใช้ประโยชน์

และในส่วนที่จัดที่ทำกินให้ราษฏรอาสาสมัคร ก็พบว่ามีอีกกลุ่มที่อยู่นอกเขตพื้นที่ รอส.และเมื่อสำรวจแล้วพบว่ามี 135 รีสอร์ท และลงความเห็นร่วมกันว่าอยู่ในหลักเกณฑ์ที่ต้องมีการบังคับใช้กฎหมาย ก็เลยเป็นที่มาที่ไปของการที่จะต้องมาดำเนินคดี

ซึ่งก่อนหน้านี้เราก็ได้มีการสร้างความเข้าใจ ชี้แจงมาตั้งแต่ต้นปี 2561 ที่ผ่านมาแล้วว่า ประชาชนที่ประกอบการอยู่ในพื้นที่ดังกล่าว มีการยึดถือครอบครองที่โดยมิชอบด้วยกฎหมาย ฉะนั้นก็ต้องเข้าสู่ขบวนการทางกฎหมาย และมีการทำความเข้าใจและชี้แจงให้ทราบถึงการปฎิบัติของเจ้าหน้าที่ ซึ่งทำลักษณะจากเบาไปหามาตรการที่เข้มแข็งขึ้นเรี่อยๆ

นอกจากการดำเนินคดีภายใต้พระราชบัญญัติป่าสงวนแห่งชาติพระราชบัญญัติป่าไม้แล้ว ก็จะดำเนินคดีในส่วนของกฎหมายอื่นๆที่เกี่ยวข้อง ไม่ว่าจะเป็นพระราชบัญญัติควมคุมอาคาร และพระราชบัญญัตที่เกี่ยวข้องกับฝ่ายปกครอง

ส่วนคำถามที่ว่ารีสอร์ทที่จับกุมเป็นของดาราจะมีปัญหาตามมาหรือไม่ นายอรรถพล กล่าวว่า คงไม่น่ามีปัญหาอะไร เพราะไม่ว่าจะประกอบอาชีพอะไร ภายใต้ความยุติธรรมที่เราให้เท่าเทียมกันหมด คงไม่มีผลอะไรเชื่อว่าทุกคนที่เป็นเจ้าของรีสอร์ททั้ง 135 ราย ก็คงไม่ใช่ผู้มีอิทธิพลหรือผู้ที่จะมากดดันเจ้าหน้าที่ได้

ติดตามSanook! News

ข่าวด่วน เกาะกระแสข่าวดัง บน Facebook คลิกที่นี่ และร่วมเป็นแฟนเพจเราบน Facebook.. ได้ที่นี่เลย!!