ตะลึง "ลูกเต่าซูลคาต้า" เกิดมามีสองหัว-สองหาง เซียนหวยแห่ตีเลข

ตะลึง "ลูกเต่าซูลคาต้า" เกิดมามีสองหัว-สองหาง เซียนหวยแห่ตีเลข
Sanook! Regional

สนับสนุนเนื้อหา

(15 พ.ค.) ผู้สื่อข่าวได้รับแจ้งว่าที่บ้านเลขที่ 77/1 หมู่ที่ 3 ต.พรหมบุรี อ.พรหมบุรี จ.สิงห์บุรี ซึ่งเป็นบ้านของ นายเชษฐา อายุ 58 ปี อดีตกำนัน ตำบลพรหมบุรี  มีลูกเต่าที่เกิดมามีสองหัว ผู้สื่อข่าวจึงได้เดินทางไปตรวจสอบซึ่งเป็นร้านขายของชำ พบนายเชษฐา เจ้าของบ้านกำลังนั่งขายของที่หน้าร้านอยู่ เมื่อสอบถาม นายเชษฐา ถึงลูกเต่าประหลาด นายเชษฐาจึงไปหยิบเต่ามาให้ดูพบว่าเป็นเต่าพันธุ์ซูลคาต้า อายุได้ 10 วัน ตัวสีน้ำตาลสลับกับสีดำ ทั้งหมดคอกนี้มีอยู่ 14 ตัว อายุเท่ากันทั้งหมด ลำตัวยาวประมาณ 4 เซนติเมตร สูงประมาณ 1.5 เซนติเมตร  มีแขน ขา ครบ แต่มีอยู่ตัวหนึ่งที่ไม่เหมือนใคร เนื่องจากมีสองหัว สองหางชูคอขยับไปมาภายในตะกร้าที่ นายเชษฐา จัดวางไว้

นายเชษฐา เล่าให้ฟังว่าตนเองได้พ่อพันธุ์ แม่พันธุ์เต่าซูลคาต้า สายพันธุ์จากประเทศซูดาน มาได้ปีกว่า และลองเพาะพันธุ์ขายดู ก็พอขายได้ ตัวหนึ่งขายได้ประมาณหลักพันบาท แต่คนขายก็ไปขายเอากำไรอีกทีหนึ่ง พอมาถึงชุดนี้ตนเองสังเกตว่ามีอยู่ตัวหนึ่งที่เกิดมามีสองหัวและสองหาง แต่ก็มีลักษณะที่แข็งแรงดี ตนเองรู้สึกแปลกประหลาดพร้อมกับดีใจ และคิดว่าจะเก็บไว้ไม่ขาย เพราะรู้ว่าโอกาสที่เต่าจะเกิดมาเป็นแบบนี้นั้นยากมากอาจเกิดได้ 1 ในล้านก็ว่าได้ แต่ตนยังไม่ได้ตั้งชื่อเต่าตัวนี้ จะขายเฉพาะตัวที่มีอาการปกติ และพอเพื่อนบ้านในละแวกนี้ที่เป็นคอหวยทราบข่าวต่างก็เริ่มพากันมาดู ขอจับตัวเต่าและลูบไปมา บ้างก็เห็นเป็นเลขต่างๆ นานา แต่เลขที่เห็นแล้วพูดกันส่วนใหญ่คือ 168 และเริ่มจะมากันหลายคนจน นายเชษฐา ต้องเก็บเต่าไม่ให้ใครจับแล้วเนื่องจากเต่ายังเล็กเกรงว่าจะตายเสียก่อน ซึ่งชาวบ้านเชื่อเป็นสิ่งที่แปลกประหลาดไม่ค่อยพบเจอกันบ่อยนัก

สำหรับ เต่าซูลคาต้า  จัดเป็นเต่าบกที่มีความใหญ่เป็นอันดับ 3 ของโลก มีลักษณะกระดองที่แบนราบ เมื่อยังอยู่ในวัยเล็กลำตัวมีสีขาวไปจนถึงสีน้ำตาลเหลือง เมื่อเข้าสู่วัยรุ่นและวัยเต็มวัยสีของกระดองจะพัฒนาเป็นสีน้ำตาลและสีเหลือง ขาทั้งสี่ข้างแข็งแรง โดยเฉพาะขาคู่หน้ามีเกล็ดขนาดใหญ่เห็นได้ชัดเจน ขนาดเมื่อโตเต็มที่ยาวได้มากกว่า 36 นิ้ว น้ำหนักกว่า 100 กิโลกรัม มีอายุยาวกว่า 100 ปี เต่าซูลคาต้าเป็นเต่าบกอีกชนิดหนึ่งที่ในประเทศไทยนิยมเลี้ยงกันเป็นสัตว์เลี้ยง และสามารถเพาะขยายพันธุ์ในที่เลี้ยงได้แล้ว

ติดตามSanook! News

ข่าวด่วน เกาะกระแสข่าวดัง บน Facebook คลิกที่นี่ และร่วมเป็นแฟนเพจเราบน Facebook.. ได้ที่นี่เลย!!