"ซันนี่" เผยชีวิตบ้านเคยล้มละลาย ไม่มีเงินจ่ายค่าไฟ ผันตัวเองเล่นดนตรีตามผับ

"ซันนี่" เผยชีวิตบ้านเคยล้มละลาย ไม่มีเงินจ่ายค่าไฟ ผันตัวเองเล่นดนตรีตามผับ
S! News

สนับสนุนเนื้อหา

พระเอกหนุ่มลูกครึ่งไทย-ฝรั่งเศส ขวัญใจสาวแท้สาวเทียม "ซันนี่ สุวรรณเมธานนท์" ด้วยความที่เขาเป็นคนอารมณ์ดีตลอดจนการพูดจาที่มีเสน่ห์จึงทำให้สาวๆ อยากเข้าไปค้นหาตัวตนว่าจะเหมือนกับบทบาทในภาพยนตร์ที่เขาเคยรับหรือไม่ อาทิ เพื่อนสนิท, ฟรีแลนซ์, มิสเตอร์เฮิร์ท มือวางอันดับเจ็บ หรือจะเป็นเรื่องล่าสุด น้อง...พี่ที่รัก ที่แสดงคู่กับ ญาญ่า อุรัสยา ที่จะเข้าวันที่ 10 พฤษภาคมนี้  

ล่าสุด "ซันนี่ สุวรรณเมธานนท์" ได้มานั่งเปิดใจใน "รายการคุยแซ่บ Show" ออกอากาศทางช่อง one กับเรื่องราวชีวิตของตัวเองในช่วงวัยรุ่นและตอนเป็นนักดนตรีตามผับ พร้อมกับเผยว่าครอบครัวเคยล้มละลายมาก่อน แต่ความรักของทุกคนในบ้านทำให้เดินผ่านจุดวิกฤตมาได้  

"ผมเข้าวงการมาประมาณ 14 ปีแล้ว แต่มาแจ้งเกิดจากเรื่องเพื่อนสนิทครับ ตอนเด็กๆ ไม่เคยฝันจะเป็นนักแสดงเลย ออกแนวเพ้อฝันอยากมีพลังวิเศษมากกว่า (หัวเราะ)

"ตอนเด็กผมเป็นคนไม่ชอบเรียนหนังสือ แต่ผมเป็นคนเรียนเข้าใจนะ มีความรับผิดชอบต่อการเรียนดีนะครับ แต่พี่สาวผมเรียนเก่งอยู่เหมือนกัน คือผมคิดอยู่เสมอว่าเราไม่ขยันเลยก็ได้ แต่เราต้องไม่เกเรทำตัวไม่ดี คือเหมือนเป็นหลักสากลให้กับตัวเองว่าจะยังไงก็ตามแต่ เราต้องเรียนให้จบ ผมแค่ชอบอยากเล่นเฉยๆ ไม่ได้ไปทำอะไรไม่ดีครับ" 

"ในบรรดาพี่น้องผมเป็นลูกคนเล็ก ถามว่าเอาแต่ใจตัวเองไม่หรอกครับ แต่เหมือนกับว่าเราจะโชคดีตรงที่พี่ๆ เขาทำให้หมดเท่านั้นเอง" 

"เรื่องความชอบว่าอยากจะเป็นอะไร ถึงวันนี้ยังไม่รู้เลยว่าตัวเองชอบอะไร อยากทำอาชีพอะไร รู้แค่ว่าการเป็นนักแสดงผมมีความสุขมากที่ได้ครับ

ทั้งนี้ ซันนี่ ได้เผยเรื่องราวครอบครัวว่าเคยล้มละลายเพราะเจอคนเอาเปรียบในเรื่องธุรกิจ

"ตอนเด็กๆ บ้านล้มละลายครับ พอทำธุรกิจและมีคนเอาเปรียบ ฝั่งครอบครัวเราโดน ตอนนั้นผมน่าจะเรียนประมาณ ม.5 นะครับ คือที่บ้านไม่ได้บอกอะไร แค่เรารู้ว่าจะไม่มีเงินเรียน ไม่มีตังจ่ายค่าไฟ เพราะกลับมาบ้านเจอบ้านมืดหมดเลย เลยไปถามแม่ว่าไฟดับเหรอ เลยรู้ว่าบ้านเราไม่มีเงินจ่ายค่าไฟ บ้านต้องย้ายออกไปเช่าเขาแทน ทุกคนต้องหางานทำ ไม่มีเงินค่าเทอมก็เคยผ่านมาแล้ว"

"เพราะทุกคนต้องทำงาน  ผมเลยเล่นดนตรีตามมผับเพราะต้องหาเงินนั่นแหละครับ แต่โชคดีที่ได้เจอกับวงดีๆ ด้วย มีความสุขได้เล่นดนตรีแถมได้เงินเยอะด้วย เราไม่ต้องไปขอเงินแม่แล้ว ทำอยู่ประมาณ 3 ปีครับ" 

"งานหน้ากล้องชิ้นแรกของผมเป็นงานโฆษณา ตามด้วยมิวสิกวิดีโอของบิ๊กแอส จากนั้นครูเงาะก็มาชวนให้ไปเป็นนักแสดง ตอนนั้นคือกลัวโดนหลอก เลยปฏิเสธไป แต่เขาก็โทรมาอีกรอบจนได้เข้ามาเล่นเรื่องเพื่อนสนิท ถึงวันนี้ 13 ปีแล้วที่ผมเล่นหนัง ส่วนใหญ่จะเป็นหนังคอมเมดี้ เพราะส่วนใหญ่คนไทยเป็นคนอารมณ์ดีครับ

"เรื่องความรักตอนนี้ผมโสดครับ ผมอาจจะชินกับการอยู่คนเดียวได้นะ ผมมองว่าหากเราชอบกันและกันเราก็มาดูแลกันเท่านั้นเอง ผมไม่มีสไตล์เลยครับ"