เจาะชีวิตรัก “เยลหลี" กว่าจะได้แต่งกับ "วิลลี่" จนมีลูกคนแรก ทุกอย่างไม่ง่ายดั่งใจหวัง

เจาะชีวิตรัก “เยลหลี" กว่าจะได้แต่งกับ "วิลลี่" จนมีลูกคนแรก ทุกอย่างไม่ง่ายดั่งใจหวัง

ถ้าพูดถึงยุคแรกเริ่มของวงการนางแบบไทย คงไม่มีใครไม่รู้จัก “เยอราดีน แมคอินทอช” หรือ “เยลหลี” อดีตนางแบบแถวหน้าผู้โด่งดัง ที่ปัจจุบันผันตัวออกจากวงการนางแบบและวงการบันเทิง ไปเป็นคุณแม่เต็มตัว พร้อมใช้ชีวิตคู่กับ “วิลลี่ แมคอินทอช” มีลูกชายวัย 7 ขวบ อย่าง “น้องวิน ธาดาฤทธิ์ แมคอินทอช” มาเติมเต็ม

การเป็นนางแบบตัวท็อป แน่นอนว่าต้องเป็นคนที่มีความมั่นใจในตัวเองระดับหนึ่ง ถึงจะพรีเซนต์เสื้อผ้าให้ออกมาดูดี แต่สำหรับ “เยลหลี” เธอบอกกับเราว่า ตัวตนที่เห็นบนแคทวอล์คเมื่อหลายปีก่อน คือด้านที่ตรงข้ามกับชีวิตจริงของเธอ 

“เป็นคนขี้อายมาก ตั้งแต่เด็กๆ พ่อแม่ให้เข้าวงการ เพราะเราขี้อาย เราเป็นคนที่เพื่อนน้อยมาก ไม่ค่อยคุย เพราะคุยไม่ทันเขา ถ้าใครพูดเล่นหรือล้อเลียน เราไม่ค่อยทันใคร เวลาเดินแบบถ้าหน้าสดจะเดินไม่ได้เลย ถ้าแต่งหน้าเยอะๆ จะมีความรู้สึกว่าเราเป็นคนอื่น เป็นเยลหลีที่เป็นนางแบบ จะเดินได้ ถ้าไม่มีเครื่องสำอางเราจะขี้อายมาก”

การเริ่มต้นบทสนทนาด้วยการบอกถึงตัวตน ทำให้เราเปลี่ยนมุมมองที่มีต่อเธอไปโดยปริยาย จากที่เคยมองว่าเธอคือผู้หญิงที่เข้าถึงยาก กลับกลายเป็นว่าเธอคือคนน่ารัก เข้าถึงง่าย นอกจากตัวตนของเธอที่เราอยากรู้จักแล้ว เรื่องความรักเป็นอีกเรื่องหนึ่งที่สำคัญ และคนทั้งประเทศอยากรู้

กว่าชีวิตครอบครัวจะสุขสมบูรณ์ “เยลหลี” ต้องผ่านอุปสรรคมากมาย เนื่องจากผู้ชายที่เธอคบหา คือพระเอกขวัญใจมหาชน  “วิลลี่ แมคอินทอช” ชายหนุ่มผู้โด่งดัง ด้วยหน้าตาที่หล่อเหลา ฝีมือการแสดงดีเยี่ยม ทำให้มีแฟนคลับมหาศาล ที่พร้อมเชียร์ให้สมหวังกับนางเอกคู่ขวัญอย่าง “หมิว ลลิตา” ความลำบากจึงตกมาอยู่ที่แฟนตัวจริงอย่าง “เยลหลี” เธอตอบเราอย่างอารมณ์ดีถึงกระแสที่หลายคนมองว่าเธอไม่เหมาะสมกับพระเอกคนดังว่า

“เราคิดว่าแต่ละอย่างต้องมีอุปสรรค ถ้าเรารักใครสักคน เราจะต้องดูว่าคนข้างๆ เรารักเราไหม ส่วนคำพูดจากคนอื่น  ถ้าเราคิดมากกับตรงนั้น ก็ไม่มีความสุขแล้ว เราไม่ควรคิดอะไร สำคัญที่สุดคือวิลลี่ กับเยลหลี สองคน สมัยนั้นเขาไม่ให้พูดเลยว่ามีแฟน เราเป็นคู่แรกๆ (หัวเราะ) คู่แรกก็โดนกระหน่ำเลย เข้าตลาดไม่ได้เลย แม่ค้าไล่ ไม่ยอมขายของให้ เพราะเขาอินกับละครมาก เราเข้าใจ เราอยู่วงการมานาน เราต้องรอไปก่อน เหนื่อยเหมือนกันนะ พอกลับมาเจอวิลลี่เราก็บ่นว่า ฉันซื้อของไม่ได้เลยนะ (หัวเราะ) แต่มีบางวันที่วิลลี่ไปซื้อของ แม่ค้าก็บอกว่าจะไปฟ้อง หมิว ลลิตา เพราะตอนนั้นคู่ วิลลี่ หมิว ดังมาก แต่เราก็เข้าใจ เพราะสมัยนั้นคู่นี้เป็นคู่ที่ดังมาก ไม่มีใครไม่รู้จัก และคนคิดว่าเขาเป็นแฟนกัน”

กว่าจะผ่านไปได้กับกระแสต่อต้าน ทั้งคู่ใช้เวลาหลายปีทีเดียว แต่นั่นไม่ใช่ปัญหา  หลังจากคบหากัน 11 ปี ทั้งคู่จึงเข้าพิธีวิวาห์  ปัจจุบันเธอมีความสุขกับชีวิตครอบครัว และไม่ได้ปกปิดว่าชีวิตต้องดีเสมอ เพราะเธอได้บอกอย่างตรงไปตรงมาว่า มีทั้งความสุข มีทั้งความเศร้า แต่นั่นคือชีวิต  เมื่อทั้งคู่มีพยานรักอย่าง “น้องวิน” ก็เกิดกระแสตามมาหลายด้าน โดยเฉพาะเรื่องการเลี้ยงดู ที่มีคนมองว่า “เยลหลี” คือคุณแม่ที่หวงลูกมาก

“แน่นอน เยลหลีว่าแม่ทุกคนต้องหวงลูกอยู่แล้ว หวงมาก แต่ก็ปล่อยบ้าง ถ้าวินอยู่กับวิลลี่ก็จะปล่อยเลย เพราะวิลลี่จะชอบพาทำอะไรที่เราไม่อยากรู้ เราต้องปิดตา (หัวเราะ) ทั้งคู่ซนมาก เขาจะเล่นกันแบบผู้ชาย เราจะไม่ไปด้วย แต่เยลหลีพยายามทำให้ดีที่สุด แต่เรารู้ว่าเขาจะต้องคิดเอง เลือกเอง ตอนนี้จะดูว่าห่วง เราห่วงเรื่องสุขภาพ บางครั้งเราก็ตามใจลูกบ้าง แต่เราก็เป็นคนที่ดุที่สุดในครอบครัวด้วย”

เป็นที่รู้กันดีว่า กว่าจะมี “น้องวิน” เข้ามาในชีวิต ทั้งคู่ต้องใช้วิธีทำกิฟต์หมดค่าใช้จ่ายไปกว่า 10 ล้านบาท เมื่อถามว่ามีแพลนจะมีลูกคนที่ 2 เพื่อให้ “น้องวิน” ได้มีเพื่อนเล่นหรือเปล่า “เยลหลี” ตอบอย่างไม่ลังเลว่า 

“คงไม่มีแน่นอน น้องวินก็ไม่ได้เหงานะ คือเยลหลีถามเพื่อนๆ หลายๆ คนที่เขามีลูกคนเดียว เขาก็บอกว่ามันก็โอเค อีกอย่างกว่าจะมีลูกคนหนึ่งได้ก็ยากมาก แต่วินก็ไม่ได้อยู่คนเดียว เพราะมีหลานๆ เยอะมาก (ลูกแหม่ม คัทลียา) เราคือครอบครัวเดียวกัน เขาก็ไม่เหงา”

การมีลูกยากของ “เยลหลี” เป็นอีกหนึ่งสาเหตุที่ทำให้เธอตัดสินใจให้ลูกเรียนในประเทศไทย แม้ว่าเครือญาติอย่างครอบครัวของ “แหม่ม คัทลียา” จะนิยมส่งลูกไปเรียนเมืองนอกก็ตาม

“อนาคตลูก เราไม่วางค่ะ แล้วแต่เขา แต่ถ้าเรื่องส่งลูกไปเรียนต่อเมืองนอก ยังไม่มีค่ะ อันนี้ขอให้อยู่ใกล้ๆ แม่ดีกว่า เพราะกว่าจะมีทุกคนก็รู้ว่าลำบากขนาดไหน คงให้อยู่ใกล้ๆ เพราะมีคนเดียว แต่ถ้าในอนาคตเขาอยากไปเรียนเมืองนอก ก็ต้องแล้วแต่เขา วิลลี่กับเยลหลีก็คุยกันแล้วว่าให้เรียนตรงนี้ เพราะเรากว่าจะมีเขาลำบากมาก”

ปัจจุบัน “น้องวิน” เหมือนลูกไม้หล่นใต้ต้น ที่ซึมซับความกล้าแสดงออกจากคุณพ่อ ขณะเดียวกันก็ยังมีความขี้อายแบบคุณแม่  ซึ่งมาจากคำบอกเล่าของ “เยลหลี” ที่ยืนยันว่าตอนนี้ ลูกชายของเธอร้องเพลงเก่ง การแสดงใช้ได้ และที่สำคัญชอบต่อรอง แต่หากถามถึงผลงานโฆษณาที่ติดต่อมา “น้องวิน” มักจะตัดสินใจเองว่าไม่อยากทำ แม้แต่เวลาที่คุณแม่จะถ่ายรูปจากโทรศัพท์ ก็มักจะหันหน้าหนี

มาถึงตรงนี้ เรารับรู้ได้ด้วยใจว่า “เยลหลี” คือคนที่ทุ่มเทให้กับการดูแล “น้องวิน” มาก เช่นเดียวกับคุณแม่หลายๆ คน แล้วชีวิตคู่ที่ต้องมีความหวานแหววบ้างตามโอกาส เกิดขึ้นบ้างหรือเปล่ากับคู่ของเธอ นั่นคือสิ่งที่เราอยากรู้

“คือเราโฟกัสเรื่องลูกค่ะ วิลลี่เขารู้อยู่แล้ว เราอยู่ด้วยกันมานานมาก เราให้ความรักมานานมาก เราก็ยังรักเขาอยู่ แต่เราจะดูเรื่องลูกมากกว่า เขาเข้าใจ เขาทำงานหนักมาก กลับมาบ้านก็อยู่กับลูก ดูแลลูก ไม่ใช่ว่ามีลูกแล้วความรักเราจะหมด แต่เราอยากให้ความรักกับลูก ถ้าจะมีลูกคิดดีๆ เพราะเราต้องให้ความรักเขา ไม่ใช่เราสองคนแล้ว แต่เป็นสาม มันคือความเข้าใจ มันคือเพื่อน ความเข้าใจอยู่ตรงนั้น ไม่ใช่หมดความรักนะ”

เมื่อย้อนกลับมาสำรวจความคิดถึงที่มีให้วงการบันเทิง หรือวงการนางแบบ ที่ปัจจุบันมีนางแบบรุ่นเก่าหลายคนกลับมารับงานในรูปแบบต่างๆ สำหรับ “เยลหลี” ในฐานะที่ช่ำชองเรื่องบนแคทวอล์ค เธอใช้เวลาไม่นาน พร้อมกับตอบคำถามว่า

 “ช่วงแรกๆ ก็คิดถึง แต่ไม่ได้เยอะขนาดนั้น เพราะตอนนี้อายุ 50 แล้ว จะเดินแบบก็ไม่ใช่ ใจเรายังเป็นห่วงลูก เราก็เลยคิดว่า อยากจะอยู่บ้านดูแลลูกมากกว่า แต่ก็อยากทำงานด้วยนะ แต่เราต้องเลือกทางหนึ่ง เลยเลือกอยู่บ้าน เราทำงานตั้งแต่อายุ 13 เรียกว่าเต็มอิ่มกับงานในวงการก็ได้”

“ส่วนเพื่อนๆ ก็คิดถึงนะ แต่งานเดินแบบคงกลับไปทำไม่ได้แล้ว เพราะหุ่นเราไม่ได้แล้ว เคยมีช่วงที่น้ำหนักขึ้นเยอะที่สุดคือ 70 กิโลกรัม ตอนนี้ออกกำลังกายลดเหลือ 60 กิโลกรัม แต่ตอนเราเป็นนางแบบหนักแค่ 49-50 กิโลกรัม ส่วนเพื่อนๆ นางแบบรุ่นเดียวกันทุกวันนี้ก็ทำอย่างอื่นกันหมด แต่งานโฆษณาอาจจะได้นะ”

ฟังดูแล้วการใช้ชีวิตเป็นคุณแม่เต็มตัว ทำให้เธอดูมีความสุขไม่น้อยกับเส้นทางที่เธอเลือก สมกับที่เธอบอกเราว่าสิ่งที่สำคัญที่สุดในชีวิตตอนนี้คือ “ครอบครัว” หากแฟนคลับคิดถึงเธอ สามารถที่จะติดตามได้ผ่านอินสตาแกรมส่วนตัว gellymc เธอยังคงอัปเดตชีวิตคุณแม่ให้ดูอย่างต่อเนื่อง  หรืออาจจะไปอุดหนุนขนมที่ร้าน  ZAKUZAKU สยามเซ็นเตอร์ ธุรกิจตัวใหม่ของครอบครัว ที่เธออาจจะแวะเวียนไปดูงานบ้างในบางครั้ง

ติดตามSanook! News

ข่าวด่วน เกาะกระแสข่าวดัง บน Facebook คลิกที่นี่ และร่วมเป็นแฟนเพจเราบน Facebook.. ได้ที่นี่เลย!!