ชีวิตแบบรองเท้า

ชีวิตแบบรองเท้า

แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook
คมชัดลึก : ผมเป็นเด็กบ้านนอกที่มีโอกาสได้มาเรียนหนังสือในเมืองหลวงกรุงเทพมหานคร หนึ่งในบรรดาเครื่องแบบที่ถูกบังคับให้ใช้ก็คือ รองเท้าผ้าใบสีดำสนิท เป็นรองเท้าผ้าใบที่ต้องใส่สลับกันกับรองเท้าหนังสีดำแบบผูกเชือก เป็นรองเท้าผ้าใบที่สามารถใช้งานได้หลากหลายวัตถุประสงค์ ใส่ไปเรียนก็ได้ใส่เล่นกีฬาทุกชนิดก็ดี ยี่ห้อยอดนิยมของเด็กในยุคสี่สิบปีที่แล้วคือ นันยาง ตราช้างดาว ไม่ว่าจะเล่นฟุตบอล, เล่นบาสเกตบอล, วิ่งแข่ง หรือแม้แต่ใส่ไปเที่ยวในวันหยุด รองเท้า ผ้าใบคู่เดียวใส่กันจนเปื่อยขาด หรือจะบอกว่าใส่กันจนเหม็นทั้งเท้าและ รองเท้า ก็ว่าได้ โลกยุคใหม่สมัยนี้มี รองเท้า ผ้าใบออกวางจำหน่ายมากมาย ร้านค้าสมัยใหม่บางแห่งถึงขนาดเปิดจำหน่ายเฉพาะ รองเท้า ผ้าใบเพียงอย่างเดียว มียี่ห้อระดับโลกที่วัยรุ่นรู้จักและต้องการหามาไว้ในครอบครองนับสิบๆ ยี่ห้อ ทั้งลวดลายและสีสันที่ถูกตาต้องใจเป็นอย่างยิ่ง นอกเหนือไปจากรูปทรงที่ออกแบบจนแทบจะไม่เชื่อว่า รองเท้า เพียงแค่หนึ่งคู่จะมีแบบที่หลากหลายได้ถึงขนาดนี้ รองเท้า ผ้าใบยุคนี้สมัยนี้สร้างกรับรู้ให้เกิดในใจผู้คนได้ว่า ถ้าต้องการออกกำลังกายด้วยการวิ่งบนถนนทั่วไปต้องใช้ รองเท้า ที่มีพื้นแบบนี้ หากต้องการวิ่งบนเครื่องออกกำลังแบบสายพานก็ต้องหันมาใช้ รองเท้า ผ้าใบแบบนี้ หรือถ้าต้องการสวมไปเตะฟุตบอลในร่มที่พื้นสนามเป็นไม้ ก็ต้องใช้ รองเท้า ที่มีพื้นต่างไปจากการเล่นฟุตบอลบนพื้นคอนกรีต เรียกว่ามีการออกแบบและผลิตรวมทั้งสร้างความรับรู้ให้คนทั่วไปรู้สึกได้ว่า รองเท้า แต่ละคู่มีคุณสมบัติและความเหมาะสมที่ต่างกรรมต่างวาระกัน คนปัจจุบันนี้จึงมี รองเท้า ผ้าใบกันเต็มตู้ วัยรุ่นบางคนมี รองเท้า ผ้าใบเอาไว้พร้อมใช้งานตามวาระต่างๆ มากกว่าห้าหกคู่ โดยที่แต่ละคู่มีราคาสูงเกินกว่าคู่ละหนึ่งพันบาท วิธีการทางการตลาดของผู้จำหน่าย รองเท้า สมัยนี้ ทำให้ผู้บริโภคเกิดความกลัวขึ้นมาว่า หากใช้ รองเท้า ผิดประเภทผิดวัตถุประสงค์ต่างไปจากที่ผู้ผลิตแจ้งเอาไว้ ความเสียหายที่นอกเหนือจากเชยล้าสมัยแล้ว ยังจะส่งผลให้เกิดอาการบาดเจ็บทางกล้ามเนื้อหรือร่างกายได้อีกด้วย แต่ละคนจึงต้องเลือก รองเท้า ให้ถูกประเภท จนเกิดเป็นการบริโภคที่ก่อให้เกิดความฟุ่มเฟือยทางเศรษฐกิจ ทั้งนี้ หากได้ลองฉุกใจยั้งคิดให้เหมาะสมกับสถานการณ์จะพบว่า ถ้าสามารถดำรงตนเฉกเช่นกับการใช้ รองเท้า นันยางของคนในยุคผม คือใช้ทรัพยากรหรือสิ่งของเท่าที่มีให้เกิดความคุ้มค่าคุ้มทุนที่จ่ายออกไปมากที่สุด นอกจากจะเป็นการประหยัดค่าใช้จ่ายในชีวิตประจำวันแล้ว ยังทำหน้าที่อันทันสมัยในการช่วยลดภาวะโลกร้อนลงได้อีกทางหนึ่งด้วย ยกเว้นแต่ใครที่มีฐานะทางเศรษฐกิจที่ไม่เดือดร้อน กับการที่จะควักกระเป๋าจ่ายค่า รองเท้า ผ้าใบราคาแพงหลายๆ คู่ ก็เชิญช่วยกันจับจ่ายเพื่อให้เกิดการสร้างงานสร้างรายได้กันต่อไป หรือเท่ากับว่าเป็นการกระจายรายได้ออกไปให้ทั่วถึงกันอีกทางหนึ่งครับ พัฒนเดช อาสาสรรพกิจ

ข่าวที่เกี่ยวข้อง พี่น้องอังกฤษวัย10-11ขวบจี้ชิงทรัพย์เด็ก9-11ปี นักแสดงแห่ขายของ เปิดตลาดนัด ช่อง3 รมต.มหาดไทยอินเดียโดนนักขว้างรองเท้าใส่อีก ย้อนเวลาไปยุคโฟร์ตี้กับ หลุยส์ วิตตอง ซุบซิบเอเชีย

แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook
กำลังโหลดข้อมูล