บุกค้นโรงงานเครือ "เมจิกสกิน" สมุทรสาคร พบไม่มีใบอนุญาต

บุกค้นโรงงานเครือ "เมจิกสกิน" สมุทรสาคร พบไม่มีใบอนุญาต
INN News

สนับสนุนเนื้อหา

ตำรวจเปิดปฏิบัติการทลายเครือข่าย เมจิกสกิน พบโรงงานย่านกระทุ่มแบน ไม่มีใบอนุญาต ยึดของกลางไว้ตรวจสอบแล้ว ขณะเตรียมเรียก 7 ดาราล็อตแรกเข้าให้ปากคำ

พล.ต.อ.วิระชัย ทรงเมตตา รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา นำหมายค้นเข้าตรวจค้น โรงงาน POS cosmetics (Thailand) รับผลิตเครื่องสำอางเวชสำอาง ครบวงจร เครือข่ายบริษัทเมจิกสกิน ที่ ต.สวนหลวง อ.กระทุ่มแบน จ.สมุทรสาคร ซึ่งเป็นโรงงาน 1 ใน 5 โรงงานที่ผลิตสินค้าในเครือเมจิกสกิน ซึ่งจดทะเบียนในชื่อของนายกสิทธิ์ วรชิงตัน หรือ หญิงย้วย หนึ่งในผู้ต้องหาที่เป็นผู้ดูแลโรงเรียนสอนรวยเกี่ยวข้องกับบริษัทเมจิกสกิน

พล.ต.อ.วิระชัย เปิดเผยว่า โรงงานนี้ไม่มีใบอนุญาตการจัดตั้งโรงงาน และ พบว่าพื้นที่ตั้งที่ขออนุญาตจดประกอบกิจการเป็นที่รกร้าง รวมถึง การใช้อุปกรณ์การผลิตไม่ตรงกับภาพที่ใช้โฆษณา ซึ่งถือเป็นการหลอกลวงประชาชนเข้าข่ายเป็นการฉ้อโกงประชาชน โดยหลังจากนี้จะนำของกลางที่พบในโรงงานทั้งหมด ไปตรวจสอบว่ามีสารเคมีที่เป็นอันตรายหรือไม่

ขณะเดียวกันเบื้องต้นการจดทะเบียนโรงงานแห่งนี้จดในชื่อของ นายกสิทธิ์ วรชิงตัน หรือ หญิงย้วย ซึ่งได้มีการเปลี่ยนชื่อผู้ถือกรรมสิทธิ์ เป็นนายอภิวัฒน์ พงษ์พัฒนานุกูล เป็นผู้ครอบครองแล้ว โดยถือว่ามีความผิดเข้าข่ายฐานฉ้อโกงประชาชน ฐานประกอบกิจการที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพ ประกอบกิจการโดยไม่มีใบอนุญาต ประกอบกิจการผลิตเครื่องสำอางโดยไม่มีการจดแจ้ง

ส่วนผู้เสียหายขณะนี้มีประมาณ 200 กว่ารายที่เข้าร้องทุกข์กับตำรวจกองปราบปรามแล้ว และเจ้าหน้าที่ได้ยึดทรัพย์ของผู้กระทำผิดไว้ 19 ล้าน เพื่อจะนำมาเยียวยาให้กับผู้เสียหายหลังศาลมีพิพากษา และฝากไปถึงผู้เสียหายให้ไปแจ้งความกับเจ้าหน้าที่ตำรวจเพื่อรับเงินเยียวยาคืน โดยหากไม่แจ้งความในระหว่างนี้หลังจากนั้นก็จะต้องไปร้องฟ้องค่าเสียหายเอง

ส่วนกรณีดารา นักแสดง เน็ตไอดอล ที่รับรีวิวสินค้า กว่า 56 คน ภายในสัปดาห์นี้เตรียมประกาศรายชื่อผู้ที่ต้องเข้าให้ปากคำกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ โดยจะพิจารณาใน 3 ข้อหา คือ การโฆษณาต้องไม่ใช้ข้อความที่ไม่เป็นธรรมต่อผู้บริโภค มีโทษจำคุกไม่เกิน 3 ปี ปรับไม่เกิน 3 แสนบาท ผู้ใดที่โฆษณาคุณประโยชน์ คุณภาพ ของอาหารอันเป็นเท็จมีโทษจำคุก 3 ปี ปรับไม่เกิน 3 หมื่นบาท และ ข้อหาโฆษณาคุณประโยชน์ คุณภาพ หรือสรรพคุณเพื่อประโยชน์ทางการค้าโดยไม่ได้รับอนุญาต ปรับ 5,000 บาท

นายสมชาย ปรีชาทวีกิจ เลขาธิการฯคณะกรรมการอาหารและยา ยืนยันว่าที่ผ่านมาอย.ไม่ได้ปล่อยปละละเลย หรือ นิ่งนอนใจ ได้มีการประสานงานกับเจ้าหน้าที่ตำรวจมาโดยตลอด ส่วนตามกฎหมายเครื่องสำอางหากขอจดแจ้งและการตรวจสอบไม่พบสารอันตรายในผลิตภัณฑ์ อย.ก็จะรับจดแจ้งและติดตามในภายหลัง แต่ยอมรับว่า ช่วงหลังมานี้มีผลิตภัณฑ์ที่ขอจดแจ้งเพิ่มมากขึ้น แต่ไม่ได้นิ่งนอนใจเพราะหากตรวจสอบเจอก็จะดำเนินการตามกฎหมาย ส่วนที่ตั้งโรงงานไม่ตรงกับที่ที่มีการจดทะเบียน ขณะนี้ทางอย.เตรียมออกเป็นกฎกระทรวงเพื่อบังคับใช้อย่างเข้มงวดแล้ว

เรื่องล่าสุดของหมวด อาชญากรรม

ดูหมวด อาชญากรรม ทั้งหมด