“แจ็ค หม่า” ให้ - ได้ อะไรจากไทย? ถึงต้องเข้าพบ “บิ๊กตู่”
Sanook//s.isanook.com/sr/0/images/logo-new-sanook.png60060
//s.isanook.com/ns/0/ud/1233/6167414/tn1.jpg“แจ็ค หม่า” ให้ - ได้ อะไรจากไทย? ถึงต้องเข้าพบ “บิ๊กตู่”

“แจ็ค หม่า” ให้ - ได้ อะไรจากไทย? ถึงต้องเข้าพบ “บิ๊กตู่”

แชร์เรื่องนี้
google ตั้ง Sanook เป็นข่าวโปรดบน Google

เมื่อ นายแจ็ค หม่า (Mr. Jack Ma) ประธานกรรมการบริหารบริษัทอาลีบาบาและคณะผู้บริหาร เดินทางมาเยือนประเทศไทย และเข้าพบ นายกรัฐมนตรี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา และหัวหน้า คสช. แล้วยังเข้าพบ นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี เพื่อหาทางร่วมมือระหว่างรัฐบาลไทย และ Alibaba Group  เพื่อประกาศแผนการลงทุนในพื้นที่ระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก หรือ EEC

หลังจากพูดคุยกับนายกรัฐมนตรีและรองนายกรัฐมนตรีไปเล็กๆ น้อยๆ พอหอมปากหอมคอแล้ว ก็มีการลงนามกับกระทรวงอุตสาหกรรม และกระทรวงท่องเที่ยว ส่วนจะลงทุนกันเรื่องอะไร อย่างไรบ้างนั้น มาฟังรัฐมนตรีแต่ละกระทรวงเล่าให้ฟังแบบ Sanook! Sanook! กันดีกว่า  

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงท่องเที่ยวและกีฬา นายวีระศํกดิ์ โควสุรัตน์ อธิบายที่กระทรวงท่องเที่ยว เรื่องการลงนามกับอาลีบาบาอย่างสนุกสนานว่า

ทางอาลีบาบา จะมอบชุดข้อมูลของประชาชนชุดหนึ่ง ที่เหมาะสมกับการท่องเที่ยวเมืองรองของประเทศไทยมาให้ แล้วทางไทย ก็มีหน้าที่ทำข้อมูล ทำรีวิวท่องเที่ยว ไปนำเสนอต่ออาลีบาบา เพื่อให้ได้ทำงานร่วมกัน

2ทำเนียบรัฐบาลนายแจ็ค หม่า และ พล.อ.ประยุทธ์

รัฐมนตรีวีระศักดิ์ ยังย้ำว่า "ไทยไม่ได้ต้องการข้อมูลทั้งหมดที่ทางอาลีบาบามี ไทยต้องการแค่กลุ่มนักท่องเที่ยวจีนที่มีคุณภาพเท่านั้น  จึงขอยืนยันว่าไทยต้องการนักท่องเที่ยวที่มีมาตรฐานให้กระจายตัวออกไปท่องเที่ยวเมืองรอง ไม่ใช่ติดอยู่แต่เมืองดังๆ อย่างเช่น กรุงเทพ เชียงใหม่ หรือ ภูเก็ต"

ขณะที่นายอุตตม สาวนายน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม เล่าให้ฟังว่า การร่วมมือกันในครั้งนี้เกิดจากการที่นายแจ็ค หม่า แสดงเจตนาที่จะสนับสนุนไทย เพราะเห็นว่าประเทศไทยกำลังจะปรับปรุงเศรษฐกิจ ไปสู่ยุคดิจิตอล ในส่วนของกระทรวงอุตสาหกรรมก็ต้องการความร่วมมือในการพัฒนาผู้ประกอบการไทย ทั้ง SME และ Start up หรือผู้ประกอบการรายใหม่นั้นเอง

3

ตรงนี้เองอาลีบาบาจะส่งผู้เชี่ยวชาญมาลงพื้นที่ทำงานคู่กับกระทรวงอุตสาหกรรม เข้าไปตามสำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัด นำความรู้พื้นฐานที่เกี่ยวกับเทคโนโลยีเข้าไปสอนประชาชนให้สามารถใช้เป็นและให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด ขณะที่เรื่องเกษตรกร ก็จะมีการทำแอปพลิเคชั่นส่งทุเรียนไทยถึงมือผู้บริโภคในจีนได้โดยตรง และอาลีบาบายังจะเข้ามาช่วยในเรื่องค้าขายข้าวอีกด้วย

ส่วนเรื่อง Smart Digital นั้น อาลีบาบา เตรียมตั้งศูนย์ใหญ่ที่จังหวัดฉะเชิงเทราบนพื้นที่ 100 – 150 ไร่ อย่างไรก็ดีศูนย์นี้จะเป็นศูนย์รวมสินค้าทั่วประเทศ เพื่อให้ผู้ประกอบการรายย่อยมีโอกาสเอาของไปรวมแล้วทางอาลีบาบาก็ส่งตรงไปยังประเทศจีนได้อย่างรวดเร็วนั่นเอง