ฟังอีกมุม ผู้พันในคลิปดัง ขอโทษสังคม โมโหขาดสติเพราะถูกให้ของลับ
คำที่ถูกค้นบ่อย
    Sanook//s.isanook.com/sr/0/images/logo-new-sanook.png60060
    //s.isanook.com/ns/0/ud/1216/6083554/13.jpgฟังอีกมุม ผู้พันในคลิปดัง ขอโทษสังคม โมโหขาดสติเพราะถูกให้ของลับ

    ฟังอีกมุม ผู้พันในคลิปดัง ขอโทษสังคม โมโหขาดสติเพราะถูกให้ของลับ

    2018-04-16T20:48:15+07:00
    แชร์เรื่องนี้

    จากกรณีที่มีผู้ใช้เฟซบุ๊กรายหนึ่ง นำคลิปภาพเหตุการณ์ ทะเลาะมีปากเสียงกันอย่างดุเดือดกับกลุ่มครอบครัวหนึ่ง บริเวณริมถนนสายเอเชีย อ.เมืองนครสวรรค์ ในเรื่องการถูกปาดหน้าและไม่พอใจที่ถูกให้ของลับ

    จนกระทั่งมีชายวัยกลางคนในกลุ่มของครอบครัว พูดจาอวดอ้างกับฝ่ายที่ถ่ายคลิป ซึ่งเป็นผู้หญิง 2 ราย ว่าตนเองคือผู้พัน และท้าให้ไปแจ้งความกับตำรวจ (อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง : แชร์ว่อน ชายขับกระบะอ้างเป็นผู้พัน ปะทะเดือด 2 สาวขี่จยย.)

    ล่าสุด ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันนี้ (16 เม.ย.) ที่ สภ.เมืองนครสวรรค์ ซึ่งทราบว่า พ.ต.ท.บุญเชิด จันทร์มณี รอง ผกก. (สอบสวน) ได้มีการนัดเชิญตัวผู้ที่ปรากฏอยู่ในคลิปและผู้ถ่ายคลิปมาสอบปากคำ

    เบื้องต้น ทราบชื่อผู้ถ่ายคลิป คือ น.ส.ปทุมวรรณ หรือ อายุ 31 ปี และอีกฝ่าย คือ พ.ต.สิรภพ แต่การนัดหมายปรากฏว่า มี พ.ต.สิรภพ มาเข้าพบเพื่อให้ปากคำเพียงรายเดียวเท่านั้น เนื่องจาก น.ส.ปทุมวรรณ ผู้ถ่ายคลิป ได้บอกกับตำรวจว่าติดธุระอยู่ที่ต่างจังหวัด ไม่สามารถเดินทางมาให้ปากคำได้

    จากการสอบถามเรื่องที่เกิดขึ้นกับ พ.ต.สิรภพ ได้รับการเปิดเผยว่า เมื่อวานเวลา 11.00 น. ได้ขับรถกระบะพาภรรยาและบุตรสาวอีก2คน เดินทางไปซื้อของที่ห้างสรรพสินค้าชื่อดังแห่งหนึ่งในตัวเมืองนครสวรรค์

    โดยในขณะกำลังขับรถลงสะพานเดชาติวงศ์ ปรากฏว่ารถข้างหน้ามีการชะลอตัว เพราะติดไฟแดงสี่แยก จึงทำให้ตัดสินใจเปลี่ยนเลนไปทางซ้าย แล้วก็ถูกรถจักรยานยนต์ของคู่กรณีตามหลังมาบีบแตรใส่ พร้อมขี่มาประกบให้ของลับ อี

    กทั้งยังมีการท้าทายให้ขับตามไป ตนรู้สึกโมโห จึงได้ขับไล่ตามไป จนกระทั่ง จอดรถแล้วไปมีปากเสียงทะเลาะกันอย่างดุเดือดตามที่ปรากฏอยู่ในคลิปดังกล่าว

    ตนยอมรับว่า รู้สึกโมโหมาก ที่ถูกคู่กรณีให้ของลับ และระหว่างที่จอดรถลงมาทะเลาะกัน ฝ่ายของคู่กรณีก็ใช้วาจายั่วยุอยู่ตลอด พร้อมกับมาถามว่าเป็นใคร จึงทำให้ตนตัดสินใจบอกว่าเป็นผู้พัน โดยหวังให้อีกฝ่ายเกรงใจ จะได้หยุดทะเลาะกันเพียงเท่านั้น

    แต่สุดท้าย ตนก็รู้สึกผิด ที่ไม่ยอมระงับอารมณ์ หากไม่สนใจกับการถูกยั่วยุ เรื่องก็คงไม่เกิดขึ้นเช่นนี้ ตนจึงฝากขอโทษสังคมกับพฤติกรรมที่ดูไม่เหมาะสม รวมถึงฝากขอโทษคู่กรณีที่ใช้กิริยาวาจาไม่สุภาพด้วย

    ด้าน พ.ต.ท.บุญเชิด เปิดเผยว่า เกี่ยวกับเรื่องที่เกิดขึ้น ทางเจ้าหน้าที่ได้แจ้งข้อกล่าวหา ฐานทะเลาะวิวาทกันในที่สาธารณะกับทั้ง 2 ฝ่าย มีโทษปรับรายละ 500 บาท ส่

    วนการที่ น.ส.ปทุมวรรณ ยังไม่มาพบพนักงานสอบสวนตามนัด อ้างว่าติดธุระอยู่ต่างจังหวัดนั้น ทางเจ้าหน้าที่จะมีการนำหมายเรียกส่งไปถึงบ้าน เพื่อเชิญมาสอบปากคำก่อนแจ้งข้อกล่าวหาต่อไป