3 หนุ่มรุมทำร้ายคนขับแท็กซี่รุ่นพ่อ มอบตัวแล้ว อ้างทำเพราะอารมณ์ชั่ววูบ

3 หนุ่มรุมทำร้ายคนขับแท็กซี่รุ่นพ่อ มอบตัวแล้ว อ้างทำเพราะอารมณ์ชั่ววูบ

3 หนุ่มรุมทำร้ายคนขับแท็กซี่รุ่นพ่อ มอบตัวแล้ว อ้างทำเพราะอารมณ์ชั่ววูบ เกี่ยวกับ ทำร้ายแท็กซี่

77kaoded

สนับสนุนเนื้อหา

3 หนุ่มรุมทำร้ายคนขับแท็กซี่รุ่นพ่อตัดสินใจเข้ามอบตัวแล้ว อ้างทำไปเพราะอารมณ์ชั่ววูบ ผู้ได้รับบาดเจ็บยินดีที่จะให้อภัยไม่ถือโทษ พร้อมตักเตือนให้จะทำอะไรขอให้ใจเย็น ๆ

จากกรณีเมื่อช่วงเช้ามืดของวันที่ 11 มีนาคม 2561 ได้มีกลุ่มวัยรุ่นจำนวน 3 คนได้ใช้ก้อนหินปาใส่กระจกหลังรถแท็กซี่ สีเขียวเหลือง ยี่ห้อ นิสสัน ทะเบียน มช 1804 กทม. ได้รับความเสียหาย กระจกหลังแตกทั้งบาน และรุมทำร้ายร่างกาย นายปรีดา แสนสุข อายุ 62 ปี คนขับรถแท็กซี่คันดังกล่าวจนได้รับบาดเจ็บ

หลังเกิดเหตุ พ.ต.อ.เดโช โสสุวรรณากุล ผกก. สภ.สำโรงเหนือ สมุทรปราการ เจ้าของพื้นที่ได้สั่งการณ์ให้เจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนเร่งติดตามตัวผู้ก่อเหตุมาดำเนินคดีให้ได้โดยเร็วจนกระทั่งทราบว่ากลุ่มผู้ก่อเหตุเป็นกลุ่มของนายธนิต อายุ 33 ปี นายศิลาวัฒน์ อายุ 34 ปี และนายนราเศรษฐ์ อายุ 32 ปี จึงได้เร่งติดตามจับกุมและทำการกดดันญาติผู้ก่อเหตุเหตุทั้งหมดให้พามามอบตัว

จนกระทั่งเวลา 17.30 น.ของวันนี้ที่ 17 มีนาคม 2561 ผู้ก่อเหตุทั้ง 3 ได้เดินทางเข้ามอบตัวกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.สำโรงเหนือ สมุทรปราการ เพื่อรับทราบข้อกล่าวหา พร้อมสำนึกผิดในการกระทำของตนเอง ที่ทำไปด้วยอารมณ์โมโหชั่ววูบ และอยากขอโทษผู้บาดเจ็บ ร.ต.อ.จตุพร บุญประสงค์ รองสารวัตรสอบสวน สภ.สำโรงเหนือ สมุทรปราการ ร้อยเวรเจ้าของคดี จึงได้ติดต่อนายปรีดา แสนสุข อายุ 62 ปี ผู้บาดเจ็บ มาที่โรงพักเพื่อร่วมรับฟังการสอบสวน

จากการสอบสวน นายศิลาวัฒน์ หนึ่งในผู้ก่อเหตุ ได้ให้การว่า ก่อนเกิดเหตุตนทั้งหมดได้ขับขี่รถจักรยานยนต์และนั่งซ้อนท้ายกันมา ทางด้านกลางถนน ซึ่งก็เป็นจังหวะที่แท็กซี่ของผู้บาดเจ็บอยู่เลนซ้าย ได้บีบแตร และกระพริบไฟสูงใส่พวกตน ก่อนที่จะเร่งเครื่องแซงพวกตนขึ้นไป ให้ตนและพรรคพวกไม่พอใจที่ถูกบีบแตรใส่ จึงได้พากันขี่รถจักรยานยนต์ไล่ตามรถแท็กซี่ผู้บาดเจ็บไป ก่อนที่จะล้วงเอาเงินเหรียญที่อยู่ในกระเป๋ากางเกงออกมาและปาใส่กระจกหลังของรถแท็กซี่ของผู้บาดเจ็บจนแตกทั้งบาน เพื่อต้องการให้ผู้บาดเจ็บหยุดรถ พอผู้บาดเจ็บหยุดรถจึงกรูกันลงไปรุมทำร้าย จนผู้บาดเจ็บหมอบอยู่ข้างรถจึงพากันขี่รถจักรยานยนต์หลบหนีออกมา จนกระทั่งมาทราบว่าผู้บาดเจ็บที่พวกตนรุมทำร้ายเป็นชายสูงอายุ จึงสำนึกผิดประกอบกับทนแรงกดดันของเจ้าหน้าที่ตำรวจไม่ไหวจึงได้ติดต่อขอเข้ามอบตัวเพื่อรับทราบข้อกล่าวหา พร้อมทั้งนำพวงมาลัยมากราบขอโทษนายปรีชา

ด้าน นายปรีดา แสนสุข อายุ 62 ปี ผู้บาดเจ็บได้กล่าวว่า หากกลุ่มผู้ก่อเหตุยอมรับผิดและสำนึกในการกระทำของตนเอง ตนและครอบครัวก็ยินดีที่จะให้อภัยไม่ถือโทษต่อกัน แต่ในเรื่องคดีก็ว่ากันไปตามกฎหมาย ส่วนในเรื่องอื่น ๆ ตนและครอบครัวไม่ติดใจเอาความ เพราะตัวเค้าเองก็มีลูกเล็กอยู่ จะทำอะไรก็คิดให้มากหน่อย เราคนไทยด้วยกัน ก็อยากจะเตือนพวกเขาว่า ทำอะไรขอให้ใจเย็น ๆ เพราะว่าลูกก็ยังเล็กอยู่ และขอให้นึกถึงพ่อแม่ที่อยู่ข้างหลังท่านจะเดือดร้อนไปด้วย ใครจะอยากให้ลูกตัวเองติดคุก ในส่วนของตนและครอบครัวยินดีให้อภัย

ขณะที่นาวบังอร แสนสุข อายุ 55 ปี ภรรยานายปรีชา ผู้บาดเจ็บ ได้กล่าวว่า ตอนนี้ก็ยังตกใจไม่หายเพราะเห็นตอนที่ลุงโดนทำร้ายอยู่ข้างรถแล้วแต่ก็ทำอะไรไม่ถูกได้แต่ร้องขอความช่วยเหลือจากเพื่อนบ้าน แต่ในช่วงชุลมุน ไม่เห็นว่าใครทำร้ายเพราะแท็กซี่จอดขวางอยู่ อยากจะฝากเตือนสักหน่อย สำหรับวัยรุ่นในสมัยนี้จะทำอะไรก็ขอให้ใจเย็นๆ เพราะเกิดเหตุการณ์แบบนี้แล้วก็เสียไปทั้งหมดทั้งคนทำร้ายและคนเจ็บ ก็อยากจะให้ใจเย็นๆ

ด้าน พ.ต.อ.เดโช โสสุวรรณากุล ผกก.สภ.สำโรงเหนือ ได้กล่าวว่า หลังจากเกดเหตุทางเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนก็ได้พยายามติดตามตัวคนร้ายมาดำเนินคดีด้วยวิธีการต่างๆ จนกระทั่งรู้กลุ่มผู้ก่อเหตุเราจึงได้ทำการกดดันให้เข้ามามอบตัว ก็อยากจะฝากเตือนประชาชนทั่วไปว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในครั้งนี้เป็นอุทาหรณ์ ไม่ว่าจะเกิดการกระทบกระทั่งกันบนท้องถนนหรือว่าที่ใดก็ตามควรที่จะใช้สติในการที่จะปฎิบัติตัวต่อกัน และก็ขอให้มีน้ำใจต่อกัน เพราะถ้าเกิดว่าได้กระทำการบางอย่างไปแล้วด้วยอารมณ์ชั่ววูบ มันก็จะทำให้เกิดความเสียหายทั้งต่อตัวเองและต่อสังคม

เบื้องต้นเจ้าหน้าที่จึงได้แจ้งข้อกล่าวหากับผู้ก่อเหตุทั้งสามว่า ร่วมกันทำร้ายร่างกายผู้อื่นจนเป็นเหตุให้ได้รับอันตรายแก่กายหรือจิตใจ และทำให้เสียทรัพย์ ก่อนบันทึกทำประวัติผู้ก่อเหตุทั้งหมดเอาไว้และปล่อยตัวกลับไปรอการรวบรวมสำนวนการสอบสวนส่งฟ้องศาลเพื่อดำเนินการตามกฎหมายต่อไป

เรื่องล่าสุดของหมวด อาชญากรรม

ดูหมวด อาชญากรรม ทั้งหมด