ผอ.กิ๊กเด็ก ม.2 ยังเก็บตัวเงียบ ตั้งชุดสืบสวนจ่อดำเนินคดีข้อหาพรากผู้เยาว์

ผอ.กิ๊กเด็ก ม.2 ยังเก็บตัวเงียบ ตั้งชุดสืบสวนจ่อดำเนินคดีข้อหาพรากผู้เยาว์
Stringer

สนับสนุนเนื้อหา

ตำรวจภูธรภาค 3 ตั้งชุดสอบสวน ผอ.โรงเรียนมีสัมพันธ์กับเด็ก ม.2 จ่อดำเนินคดีอาญาฐานพรากผู้เยาว์ ขณะที่ตัว ผอ. และเด็กหญิง ม.2 ยังคงเก็บตัวเงียบ

(24 ม.ค.) ความคืบหน้ากรณีผู้อำนวยการโรงเรียนแห่งหนึ่งในอำเภอบัวใหญ่ จังหวัดนครราชสีมา ถูกตั้งกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริงกรณีถูกร้องเรียนมีพฤติกรรมในเชิงชู้สาวกับเด็กนักเรียนหญิงชั้น ม.2 ของโรงเรียน โดยมีหลักฐานข้อความสนทนาแชทไลน์ เรียกกันและกันว่า ที่รัก และเมียจ๋า

กระทั่งสำนักงานเขตพื้นที่การประถมศึกษานครราชสีมา เขต 6 มีคำสั่งย้ายด่วนให้ ผอ.โรงเรียนไปช่วยราชการที่สำนักงานเขตพื้นที่ฯ โดยให้มีผลทันทีตั้งแต่วานนี้  (23 ม.ค.) พร้อมตั้งกรรมการสืบสวนข้อเท็จจริง โดยให้รายงานผลภายใน 7 วัน ซึ่งหากพบผิดจริงมีโทษทางวินัยร้ายแรงถึงขั้นไล่ออก และมีความผิดทางอาญาฐานพรากผู้เยาว์เด็กหญิงอายุไม่เกิน 15 ปี ตามข่าวที่เสนอไปแล้วนั้น

ล่าสุด บ่ายวันนี้ (24 ม.ค.) คณะกรรมการสืบสวนข้อเท็จจริงที่ทางสำนักงานเขตพื้นที่การประถมศึกษานครราชสีมา เขต 6 ตั้งขึ้น ได้ลงพื้นที่สอบปากคำคณะครูและเพื่อนนักเรียนของเด็กหญิงที่ตกเป็นข่าวกับ ผอ.โรงเรียนเพื่อหาพยานหลักฐานเพิ่มเติม ขณะที่ตัว ผอ.โรงเรียนและเด็กหญิงชั้น ม.2 วัย 14 ปี ยังคงเก็บตัวเงียบไม่ยอมไปโรงเรียน โดยอ้างว่าลาป่วย

นายสนอง สุดสะอาด ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การประถมศึกษานครราชสีมา เขต 6 เปิดเผยถึงเรื่องข่าวที่เกิดขึ้นว่า เรื่องที่เกิดขึ้นคณะกรรมการจะเร่งดำเนินการสอบสวนข้อเท็จจริงให้ทราบผลภายใน 7 วัน หรือภายในสัปดาห์หน้า โดยเรื่องนี้เป็นการกระทำกับเด็กที่มีอายุไม่เกิน 15 ปี ซึ่งหากพบว่ามีความผิดจริง คณะกรรมการก็จะส่งเรื่องไปให้ทางศึกษาธิการจังหวัดนครราชสีมาแต่งตั้งคณะกรรมการสอบสวนวินัยร้ายแรงกับ ผอ.โรงเรียนรายนี้ต่อไป

โดยหากผิดจริงก็มีโทษถึงขั้นไล่ออกจากราชการ และไม่มีสิทธิ์ได้รับเงินบำเหน็จบำนาญ

ส่วนเรื่องที่ ผอ.โรงเรียนรายนี้ เคยมีพฤติกรรมไม่เหมาะสมกับเด็กหญิง ชั้น ป.6 จากโรงเรียนเก่าครั้งนั้นเป็นเพียงการลวนลาม ไม่ถึงขั้นมีความสัมพันธ์เป็นชู้สาว จึงไม่ได้มีการลงโทษถึงขั้นไล่ออก ประกอบกับทางฝ่ายผู้ปกครองนักเรียนยอมความกันได้

ซึ่งทางสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา ประถมศึกษานครราชสีมา เขต 6 ก็ได้มีการตั้งคณะกรรมการสอบสวน และลงโทษทางวินัยด้วยการลดขั้นเงินเดือน 5 เปอร์เซ็นต์ เป็นเวลา 2 เดือน ก่อนที่จะมีคำสั่งย้ายออกจากโรงเรียนเก่า มาอยู่ที่โรงเรียนในปัจจุบันนี้

ด้าน พันตำรวจเอกคารม บุญสด ผู้กำกับการ สถานีตำรวจภูธรบัวใหญ่ เปิดเผยว่า เรื่องที่เกิดขึ้นทาง พลตำรวจโท ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์ ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 3 ได้สั่งการให้ตั้งชุดสืบสวนขึ้นมาเพื่อสืบสวนหาข้อเท็จจริงเรื่องดังกล่าว และรายงานผลให้ทราบภายใน 3 วัน

ซึ่งหากพบว่า ผอ.โรงเรียนมีการกระทำผิดจริงตามที่มีเรื่องร้องเรียนก็ให้ดำเนินคดีในข้อหาพรากผู้เยาว์เด็กหญิงไม่เกิน 15 ปี โดยคดีที่เป็นความผิดกับเด็กนี้ เจ้าหน้าที่ตำรวจสามารถดำเนินคดีได้เลยโดยไม่ต้องมีผู้ร้องทุกข์