จิกอำลาปีไก่ รวมเรื่องการเมืองส่งท้ายไว้จะได้ไม่ลืมกัน

จิกอำลาปีไก่ รวมเรื่องการเมืองส่งท้ายไว้จะได้ไม่ลืมกัน

1. อดีตนายกฯ ยิ่งลักษณ์ อ้าง น้ำในหูไม่เท่ากัน ก่อนล่องหน

25 ส.ค. 60 ผิดคาดไปตามๆ กันเมื่อนางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรีหญิงคนแรกของประเทศไทย ขอเลื่อนไม่มาฟังการอ่านคำพิพากษาคดีจำนำข้าว โดยอ้างว่ามีอาการป่วยน้ำในหูไม่เท่ากัน ศาลไม่เชื่อจึงออกหมายจับอดีตนายกฯ ยิ่งลักษณ์ ในทันที 

825431106gettyimagesอดีตนายกฯ ยิ่งลักษณ์ หน้าศาลฎีกา วันไต่สวนพยานฝ่ายจำเลยวันสุดท้าย 21 ก.ค. 60 

ด้านมวลชน แกนนำเสื้อแดง สมาชิกพรรคเพื่อไทย รวมถึงครอบครัวชินวัตร ที่มาให้กำลังใจอดีตนายกฯ มีอาการหน้าซีดไปตามๆ กัน และพร้อมใจพูดเป็นเสียงเดียวกันว่า ไม่รู้เลยว่าอดีตนายกฯยิ่งลักษณ์จะไม่มาฟังคำพิพากษา

ซึ่งวันนั้นเอง นายบุญทรง เตริยาภิรมย์ อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เดินคอตกเข้าคุก 42 ปี หลังศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองมีคำพิพากษาว่ามีความผิด คดีทุจริตในโครงการระบายข้าวแบบรัฐต่อรัฐ (จีทูจี) เรียกว่าชะตาชีวิตของนาย บุญทรง เป็นไปตามฉายาที่นักข่าวตั้งให้สมัยเป็นรัฐมนตรีเมื่อปี 55 ว่า บุญทรุด จริงๆ

ต่อมาในวันที่ 27 ก.ย. 60 ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ตัดสินว่าการไม่ระงับยับยั้งการระบายข้าวแบบ จีทูจี ทั้งที่ทำได้ถือเป็นการละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ จึงมีคำพิพากษาตัดสินจำคุกอดีตนายกฯยิ่งลักษณ์ 5 ปี ไม่รอลงอาญา  


(ภาพนี้เป็นภาพสุดท้ายที่อดีต นายกฯ ยิ่งลักษณ์ โพสต์ลงใน Instagram ส่วนตัวของเธอ)

ซึ่งจนวันนี้ก็ยังไม่มีใครเจอแม้แต่เงาของอดีตนายกฯ แต่สำนักข่าวต่างประเทศก็ตีข่าวว่าเธออยู่ที่ลอนดอน ประเทศอังกฤษ ทั้งยังกำลังดำเนินการขอลี้ภัยทางการเมือง และบอกอีกว่าเธอออกจากเมืองไทยตั้งแต่ก่อนวันที่ 25 ส.ค. แล้ว โดยเธอได้ไปพักอยู่ที่นครดูไบ สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ก่อนที่จะบินไปประเทศอังกฤษ 

2. หลานลุงตู่ลาออกจากรั้วแดงกำแพงเหลืองแล้ว

จริงๆ แล้วเรื่องนี้เป็นประเด็นมาตั้งแต่ปี 2559 เมื่อ นายปฏิพันธ์ จันทร์โอชา ลูกชาย พล.อ.ปรีชา จันทร์โอชา อดีตปลัดกระทรวงกลาโหม ซึ่งเป็นที่รู้กันว่าเขาคือน้องชายของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้า คสช. เข้ารับราชการในตำแหน่งรักษาราชการ นายทหารปฏิบัติการกิจการพลเรือนกองทัพภาคที่ 3 และมียศเป็นร้อยตรี ตอนนั้นทุกคนก็นั่งยัน ยืนยันว่า ร.ต.ปฏิพันธ์ เข้ารับราชการตามขั้นตอน

11ภาพด้านซ้าย พล.อ.ปรีชา จันทร์โอชา ภาพด้านขวา นายปฏิพันธ์ จันทร์โอชา

และเมื่อหลานเข้ามารับใช้ชาติ เป็น ร.ต. ปฏิพันธ์ จันทร์โอชา พี่ใหญ่ในวงการทหาร และการเมืองอย่าง พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ก็ออกตัวแรงแซงทุกโค้งเช่นเดิม ด้วยการออกมายืนยันเสียงดังฟังชัดว่า “เป็นเรื่องธรรมดา ไม่เห็นเป็นไรเลย เป็นอำนาจของผม รับใครได้ทันทีหากขาดตำแหน่งที่จะมาทำงาน” 

แต่แล้วล่าสุดเมื่อเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา ก็มีกระแสข่าวว่า ร.ต.ปฏิพันธ์ ได้ลาออกจากราชการแล้ว จนพล.อ.ปรีชา ออกมากล่าวยอมรับ บอกว่าลูกชายลาออก หลังรับราชการมาได้ประมาณ 1 ปี เนื่องจากอยากไปศึกษาต่อสาขานิเทศศาสตร์ที่ประเทศอังกฤษ

3. บิ๊กป้อม 100 เรื่อง ที่มานายกฯ ขอ "สื่อก็ลดราวาศอกกันบ้าง"

เรียกว่าพูดอะไร ทำอะไรก็เป็นประเด็น จนสงสัยเหมือนกันว่าที่ นายกฯประยุทธ์ ให้สัมภาษณ์กับสื่อว่า ขอให้ลดราวาศอกกันบ้าง (หลังกรณีนาฬิกาหรู แหวนเพชรเม็ดงาม) นี่หมายถึงให้สื่อลดราวาศอก หรือให้พี่ใหญ่ลดราการเป็นข่าวลงบ้าง

454592450gettyimagesซ้ายสุด นายพรเพชร วิชิตชลชัย ประธาน สนช. กลาง พล.อ.ประวิตร ขวา พล.อ.ประยุทธ์ เมื่อปี พ.ศ. 2557

พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ พูดประโยคเด็ดแห่งปี ที่ถือเป็นตลกร้ายในสังคมอย่าง “ผมก็เคยถูกซ่อมจนหมดสติ แต่ผมมันไม่ตายไง” เมื่อวันที่ 22 พ.ย. 60 จากกรณีน้องเมย นักเรียนโรงเรียนเตรียมทหารเสียชีวิตในโรงเรียน จนทำให้กระแสสังคมที่โศกเศร้า เสียใจ และรับไม่ได้ โหมกระหน่ำไปมากกว่าเดิม

แต่หลังจากนั้นไม่กี่สัปดาห์ ขณะถ่ายรูปรวมคณะรัฐมนตรีชุดใหม่หน้าตึกไทยคู่ฟ้าในวันแสงแดดแผดเผา บิ๊กป้อมก็ยกมือขึ้นกันแดด แต่แสงไปกระทบแหวนเพชร ทำให้สื่อพากันแซว จนแกถึงกับกลับหัวแหวนเข้าด้านใน แต่ไม่ทันเสียแล้ว เพราะช่างภาพได้เก็บภาพตอนนั้นไว้ได้ จนเห็นแหวน และนาฬิกา โชว์หราทั้งหน้าเว็บ หน้าจอทีวี หน้า 1 หนังสือพิมพ์

เพราะนาฬิกาหรู และแหวนเพชรเม็ดโต ไม่มีแสดงในบัญชีทรัพย์สินที่บิ๊กป้อมต้องแจ้งกับคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ หรือ ปปช. เลยแม้แต่ชิ้นเดียว

2aec-tv11 ก.ย. 60 พล.อ. ประวิตร ในฐานะประธานมูลนิธิอนุรักษ์ป่ารอยต่อ 5 จังหวัด มอบเงินสินไหมทดแทนเยียวยาผู้ประสบภัยพิบัติช้างป่า และทุนการศึกษา

เรื่องที่เหมือนไม่มีอะไรครั้งนี้ ยังไม่จบง่ายๆ เพราะเพิ่งถูกขุดขึ้นมาในเดือนธันวาคมนี้ และเมื่อไปย้อนดูภาพ กลายเป็นว่าบิ๊กป้อมยังมีนาฬิกาหรูอีกหลายเรือน

และถึงแม้จะมีกระแสข่าวว่าเป็น นาฬิกาที่เพื่อนให้ยืม และเป็นแหวนที่เป็นมรดกตกทอดมาจากมารดา แต่ก็ยังไม่รู้แน่ชัดว่าเรื่องจริงเป็นอย่างไร คงต้องจับตาดูกันต่อไป ว่ารองนายกฯท่านนี้จะชี้แจง ปปช. อย่างไร และที่สำคัญที่สุดคือ ปปช. จะทำอย่างไรกับเรื่องนี้ เพราะเมื่อไปไล่ดูก็จะรู้ว่าคนใน ปปช. ก็มีความสนิทสนม หรือเป็นคนของบิ๊กป้อมอยู่กลายๆ

สุดท้ายทำไปทำมา เมื่อกลางเดือน ธ.ค. นักข่าวถามบิ๊กป้อมว่า จะลาออกหรือไม่? แกก็ตอบกลับมาคำเดียวว่า “เหนื่อย”

4. เรือดำน้ำลำแรกของประเทศ

คณะรัฐมนตรี ได้อนุมัติซื้อเรือดำน้ำไปเมื่อวันที่ 18 เม.ย. ที่ผ่านมา โดยมีมติให้ความเห็นชอบเป็นแบบปิดลับ ให้กองทัพเรือซื้อเรือดำน้ำจากประเทศจีน เป็นเรือดำน้ำดีเซล – ไฟฟ้า รุ่น Yuan Class S26T ลำแรก 13,500 ล้านบาท จากทั้งหมด 3 ลำ ราคารวม 3.6 หมื่นล้านบาท

และเมื่อเดือน พ.ค. ที่ผ่านมา พล.ร.อ.ลือชัย รุดดิษฐ์ เสนาธิการทหารเรือ ในฐานะประธานกรรมการบริหารโครงการจัดหาเรือดำน้ำเป็นผู้แทน พล.ร.อ.ณะ อารีนิจ ผบ.ทร. ในขณะนั้น ลงนามกับผู้แทนรัฐบาลจีน คือบริษัท China Shipbuilding & Offshore International Co. Ltd. 

การลงนามในข้อตกลงจ้างสร้างเรือดำน้ำ ลำที่ 1 นั้น ในข้อตกลงจ้างสร้างเรือดำน้ำในลักษณะจีทูจี โดยแบ่งชำระเงินเป็น 7 ปี รวม 17 งวด ประเดิมงวดแรกปี 2560 จำนวน 700 ล้านบาท ส่วนปีที่ 2561-2566 จะชำระเฉลี่ยปีละ 2,100 ล้านบาท

86153644gettyimagesเรือดำน้ำของจีน ที่ท่าเรือชิงด่าว (Qingdao Port) เมื่อ เมษายน พ.ศ. 2552

โดยเรือดำน้ำรุ่น S26T เป็นรุ่นพิเศษ ที่จีนต่อให้ประเทศไทยเท่านั้น และจะสร้างท่าจอดเรือดำน้ำ อุปกรณ์ และการฝึกให้ด้วย ทั้งนี้เรือดำน้ำลำแรกจะเสร็จภายใน 5-6 ปีหน้านี้

และจะมียุทโธปกรณ์ เทคโนโลยีที่ติดตั้งมาเต็มอย่าง ตอร์ปิโด อาวุธปล่อยนำวิถี และขีปนาวุธต่อต้านเรือ หรือ Anti-Ship missile ที่เพื่อนบ้านอาเซียนยังไม่มีใช้กัน นอกจากนี้ยังมีระบบ Air Independent Propulsion system เป็นเทคโนโลยีใหม่ล่าสุด ซึ่งเป็นระบบขับเคลื่อนปราศจากอากาศ เป็นเทคโนโลยีใหม่ล่าสุด ทำให้เรืออยู่ใต้น้ำต่อเนื่อง 21 วัน โดยไม่ต้องขึ้นสู่ผิวน้ำ

ทั้งนี้มีการยื่นให้ตรวจสอบกระบวนการสั่งซื้อเรือดำน้ำครั้งนี้ ซึ่งนายพิศิษฐ์ ลีลาวชิโรภาส ผู้ว่าการสำนักงานตรวจเงินแผ่นดิน หรือ สตง. ก็ได้แถลงหลังการตรวจสอบว่าไม่พบเห็นสิ่งผิดปกติแต่อย่างใด  

5. ประชาธิปไตยเรื่องใหญ่ พล.อ.ประยุทธ์ คาดจัดเลือกตั้ง พ.ย. 61

เป็นเรื่องที่น่ายินดีเมื่อวันที่ 10 ต.ค. ที่ผ่านมา ผลประชุม คสช. คาดว่าจะสามารถประกาศวันเลือกตั้งได้ในเดือน มิ.ย. 61 และเชื่อว่าจะจัดการเลือกตั้งได้ภายในเดือน พ.ย. 61 

gettyimages-118006665gettyimages3 ก.ค.54 วันเลือกตั้งที่ทำให้ น.ส. ยิ่งลักษณ์ กลายเป็น นายกฯหญิงคนแรก

ทำให้เมื่อต้นเดือน ธ.ค. ที่ผ่านมาสหภาพยุโรป หรือ อียู มีมติจะฟื้นความสัมพันธ์ทางการเมืองกับประเทศไทยในทุกระดับ แต่มีข้อแม้ว่าจะต้องมีการเลือกตั้งในปี 61 และไม่ให้เอาผิดในคดี ม.112  (มาตรา 112 เป็นมาตราหนึ่งในประมวลกฎหมายอาญา ซึ่งบัญญัติไว้ว่า “ผู้ใดหมิ่นประมาท ดูหมิ่น หรือแสดงความอาฆาตมาดร้ายพระมหากษัตริย์ พระราชินี รัชทายาท หรือผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่สามปีถึงสิบห้าปี”)

gettyimages-118007196gettyimages3 ก.ค. 54 นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ อดีตนายกฯและหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ เดินทางไปเลือกตั้ง

ทั้งนี้ในวันที่ 22 ธ.ค. ที่ผ่านมา พล.อ.ประยุทธ์ เปิดเผยว่าได้ลงนามในคำสั่งหัวหน้า คสช. ตามมาตรา 44 ให้พรรคการเมืองสามารถดำเนินกิจกรรมด้านธุรการได้ ตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมืองแล้ว

6. พล.อ. ประยุทธ์เยือนสหรัฐฯ พบ ประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์

3 ต.ค. ที่ผ่านมา พล.อ.ประยุทธ์ และ รศ.นราพร จันทร์โอชา ภริยา เข้าพบนายโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐ และนางเมลาเนีย ทรัมป์ สุภาพสตรีหมายเลขหนึ่ง ณ ทำเนียบขาว กรุงวอชิงตัน สหรัฐอเมริกา โดยบรรยากาศการต้อนรับเป็นไปอย่างอบอุ่น

gettyimages-856704948gettyimages3 ต.ค. 60 พล.อ. ประยุทธ์ นายกฯ และนาย ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ที่ทำเนียบขาว

แน่นอนรัฐบาลไทยมองว่าการได้รับคำเชิญอย่างเป็นทางการจากประธานาธิบดีสหรัฐในครั้งนี้ มองได้ว่ารัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ และรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ภายใต้การรัฐประหารมีความชอบธรรม แต่บางกลุ่มอาจมองว่าเป็นการทำลายระบอบประชาธิปไตย และเสรีภาพของคนไทย

อย่างไรก็ตามนายทรัมป์ ยืนยันที่จะพัฒนาและสานต่อ รวมถึงเพิ่มพูนความสัมพันธ์ทางการค้า เพราะเห็นว่าไทยมีศักยภาพหลายด้าน

โดยภายหลังการหารือ พล.อ.ประยุทธ์ยังเปิดเผยว่า ได้กล่าวกับประธานาธิบดีสหรัฐว่าจะประกาศวันเลือกตั้งในไทย ภายในปีพ.ศ. 2561 อย่างแน่นอน

gettyimages-856704944gettyimagesผู้นำทั้งสองประเทศ พร้อมภริยา ที่ทำเนียบขาว

ทั้งนี้ได้หารือเรื่องสถานการณ์ความมั่นคงในภูมิภาค ที่ไทยยืนยันดำเนินการตามมติคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ หรือ UNSC

และสนับสนุนให้เกาหลีเหนือเข้าสู่การเจรจา พร้อมกันนี้ยังหารือถึงสถานการณ์ในรัฐยะไข่ ประเทศเมียนมา ว่าจะร่วมผลักดันการแก้ปัญหาในระยะยาวด้วย