เผยคำพูดทหารกล้า ตายในหน้าที่คือพลีชีพอย่างเป็นเกียรติ

เผยคำพูดทหารกล้า ตายในหน้าที่คือพลีชีพอย่างเป็นเกียรติ

เผยคำพูดทหารกล้า ตายในหน้าที่คือพลีชีพอย่างเป็นเกียรติ
แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook

จากกรณีเหตุการณ์ลอบวางระเบิดซ้ำซ้อน ในระหว่างที่ทหารพราน ชุด EOD ชุดเก็บกู้ศรศึก-ศรชัย ภ.จว.ยะลา รวมไปถึงนักข่าว กำลังเข้าตรวจสอบเหตุลอบวางระเบิดเสาไฟฟ้า บริเวณบ้านลาเตอะ บ้านย่อยบ้านลาแล ม.5 ต.กาบัง อ.กาบัง ส่งผลให้มีเจ้าหน้าที่เสียชีวิต 2 นาย และมีผู้บาดเจ็บอื่น ๆ อีกรวม 27 คน ซึ่งในจำนวนนั้น ส.ต.ธเนศ พุทโธ สังกัดหน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่ 47 ทนพิษบาดแผลไม่ไหว และเสียชีวิตในเวลาต่อมานั้น

ล่าสุด วันนี้ (15 ก.ย.) ผู้สื่อข่าวได้เดินทางไปที่วัดท่าจันทร์ หมู่ 3 ต.บ้านแดน อ.บรรพตพิสัย จ.นครสวรรค์ ซึ่งเป็นสถานที่สวดพระอภิธรรมศพให้กับ ส.ต.ธเนศ ที่เสียชีวิตจากเหตุก่อความไม่สงบในพื้นที่ จ.ยะลา

พบกับ นายพีรภัทร พุทโธ อายุ 54 ปี และ นางศรีอัมพร บุญเพชร อายุ 48 ปี บิดา-มารดาของทหารผู้กล้า ต่างกำลังช่วยจัดแต่งสถานที่งานศพให้กับบุตรชาย ท่ามกลางความโศกเศร้าเสียใจของครอบครัว ญาติพี่น้อง รวมถึงเพื่อนฝูงของ ส.ต.ธเนศ ที่เดินทางมาให้กำลังใจนายพีรภัทรและนางศรีอัมพร ที่วัดอย่างต่อเนื่อง

นางศรีอัมพร มารดาของ ส.ต.ธเนศ ได้เปิดใจกับผู้สื่อข่าวว่า ตนมีอาชีพขายเปิดร้านขายอาหารตามสั่งอยู่ที่กรุงเทพฯ ส่วนสามีป่วยเป็นโรคเบาหวาน ต้องนอนพักรักษาตัวอยู่ที่บ้าน โดยมีบุตรสาวอีกคนเป็นผู้ดูแล ซึ่งปัจจุบัน ก็มีเพียง ส.ต.ธเนศ ที่เป็นเสาหลัก ส่งเงินเดือนมาช่วยเหลือจุลเจือไว้เป็นค่าใช้จ่ายในครอบครัวทุกเดือน

จนกระทั่งเมื่อวานนี้ มาทราบข่าวบุตรชายต้องสังเวยชีวิตให้กับเหตุก่อความไม่สงบในพื้นที่ จ.ยะลา ตนถึงกับหัวใจสลาย เป็นลมล้มพับ ไปต่อหน้าต่อตาลูกค้าที่มารับประทานอาหาร จนต้องรีบเข้ามาช่วยตน ก่อนจะตั้งสติได้ รีบโทรศัพท์ไปหาสามี และสามีก็ช็อกตกใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเช่นกัน และตนก็รีบเดินทางกลับบ้านเพื่อมาจัดงานในการเตรียมรอรับศพบุตรชาย

“ก่อนหน้าที่ ส.ต.ธเนศ จะมาเป็นทหารรับใช้ชาติ เค้ามีจิตใจชอบช่วยเหลือคนจน ผู้เดือดร้อน ผู้ยากไร้ รวมไปถึงหมา แมวอยู่แล้ว จนถึงขนาดไปสมัครเป็นอาสาสมัครกู้ภัยของปอเต็กตึ้ง และต่อมา ก็สมัครเป็นทหารเกณฑ์ไปประจำอยู่ที่ชายแดนภาคใต้ กระทั่งปลดประจำการ จึงไปเรียนสอบเป็นทหารต่อ และกลับไปประจำอยู่ในชายแดนภาคใต้อีก ซึ่งก็ไปทหารประจำอยู่ที่นั่นมาร่วม 5 ปีแล้ว

ตอนแรกที่รู้ว่าลูกจะต้องเป็นทหาร และกลับไปประจำอยู่ชายแดนภาคใต้ ตนรู้สึกเป็นห่วง และไม่เห็นด้วย แต่ในเมื่อลูกมีใจรักและอยากรับใช้ประเทศชาติ ตนก็ไม่ได้ขัดใจอะไร และจะคอยโทรศัพท์พูดคุยเตือนลูกอยู่เสมอให้ระมัดระวัง ด้วยความเป็นห่วง แต่ลูกก็จะบอกกลับมาเสมอว่า ถ้าต้องตายในหน้าที่ ก็ถือว่าพลีชีพอย่างเป็นเกียรติในการรับใช้ประเทศชาติ” นางศรีอัมพร กล่าว

นางศรีอัมพร กล่าวต่อไปว่า เนื่องจากครอบครัว มีฐานะยากจน และไม่ค่อยมีเงินเก็บ เนื่องจากเงินเดือนส่วนหนึ่งที่ ส.ต.ธเนศ ส่งมาผสมกับเงินของตนที่ทำมาค้าขาย จะถูกนำไปใช้เป็นค่าใช้จ่ายรักษาสามี ค่าใช้จ่ายของน้องสาวที่ยังเล่าเรียนอยู่ และค่าใช้จ่ายภายในบ้าน ซึ่งต่อเดือนแทบจะไม่มีเงินเหลือเก็บ จึงต้องจำใจไปขอกู้ยืมเพื่อนบ้าน จำนวน 30,000 บาท มาเป็นค่าจัดงานศพให้กับบุตรชายก่อน

ส่วนเหตุความรุนแรงทางชายแดนภาคใต้ ที่ล่าสุดต้องทำให้บุตรของตนเองเสียชีวิต ก็อยากจะฝากไปถึงผู้ก่อความรุนแรง ให้นึกถึงใจเค้าใจเราให้มาก และอยากให้รู้สึกถึงหัวอกคนเป็นพ่อแม่ที่ต้องใจสลาย มาเสียบุตรชายไปกับเหตุความรุนแรงนี้ แม้ตนและสามี รวมถึงครอบครัวจะยังทำใจไม่ได้ แต่ก็อยากจะภาวนาขอให้เป็นความรุนแรงครั้งสุดท้าย

แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook
กำลังโหลดข้อมูล