รมว.ศธ.มั่นใจผู้ปกครองจะไม่นำเงินค่าชุดและอุปกรณ์การเรียนของบุตรหลานไปใช้ผิดวัตถุประสงค์

รมว.ศธ.มั่นใจผู้ปกครองจะไม่นำเงินค่าชุดและอุปกรณ์การเรียนของบุตรหลานไปใช้ผิดวัตถุประสงค์

แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ มั่นใจ ผู้ปกครองจะไม่นำเงินค่าชุดและอุปกรณ์การเรียนของบุตรหลานไปใช้ผิดวัตถุประสงค์ นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ เปิดเผยความคืบหน้าการดำเนินนโยบายเรียนฟรี 15 ปี ว่า ขณะนี้อยู่ในขั้นตอนการเตรียมการและงบประมาณ เพราะพระราชบัญญัติงบประมาณยังไม่ผ่านรัฐสภา หากมีผลบังคับใช้ก็จะจัดสรรงบประมาณไปยังสถานศึกษาทั้งหมดที่เกี่ยวข้อง ซึ่งจะมีเด็กจำนวน 12 ล้านคนได้รับผลจากโครงการเรียนฟรี 15 ปีอย่างมีคุณภาพ โดยจะใช้งบประมาณในปี 2552 จำนวน 16,000 ล้านบาท และในปีงบประมาณปี 2553 จะต้องตั้งงบประมาณใหม่ จำนวนกว่า 30,000 ล้านบาท สำหรับงบประมาณช่วยเหลือค่าชุดนักเรียนและอุปกรณ์การเรียน ที่จะใช้วิธีให้นักเรียนหรือผู้ปกครองมาเซ็นรับเงินสดโดยตรงที่โรงเรียน เพื่อนำเงินไปซื้อเองตามความสมัครใจ แต่ต้องนำใบเสร็จการซื้อชุดนักเรียนและอุปกรณ์การเรียนมาแสดงต่อโรงเรียนว่าได้นำเงินไปใช้ตามเป้าหมายของรัฐบาลจริงๆ หรือหากไม่มีใบเสร็จ ก็ควรนำชุดนักเรียนหรืออุปกรณ์ต่างๆ ที่ซื้อ มาแสดง อย่างไรก็ตาม เชื่อว่าผู้ปกครองทุกคน รักลูกของตนเอง คงไม่มีใครนำเงินไปใช้ผิดวัตถุประสงค์ พร้อมทั้งยืนยันว่า เงินจะถึงมือผู้ปกครองและนักเรียนทุกคน ทุกบาททุกสตางค์แน่นอน สำหรับตำราเรียนนั้น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ กล่าวว่า เบื้องต้นจะจัดให้นักเรียนยืมเรียนเป็น เวลา 3 ปี ส่วนข้อเสนอว่าควรจะให้ตำราเรียนกับเด็กเลย เพราะเด็กบางคน เมื่อใช้เรียน ก็ต้องเขียนเส้นใต้ในเนื้อหา บันทึกย่อลงในตำรา และใช้อ่านทบทวนก่อนสอบปลายปี อย่างไรก็ตาม งบประมาณของรัฐบาลมีจำนวนจำกัด จึงกำหนดให้ยืมเรียนตำราเรียนเป็นเวลา 3 ปี ไปก่อน และจะพิจารณาทบทวนอีกครั้งในอนาคต ซึ่งโครงการนี้จะเริ่มตั้งแต่ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2552 ในเดือนพฤษภาคมนี้
แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook
กำลังโหลดข้อมูล