น้องโฉ หนุ่มถูกยิงในม.ดัง เสียชีวิตแล้ว พ่อไม่อยากให้ทรมาน

ความคืบหน้ากรณี นายณัฐวุฒิ หรือ น้องโฉ นักศึกษาชั้นปี 3 มหาวิทยาลัยแห่งหนึ่ง ถูกรุ่นน้องชั้นปีที่ 1 สถาบันเดียวกัน ใช้อาวุธปืนยิงศีรษะในห้องน้ำของมหาวิทยาลัย ซึ่งผู้ก่อเหตุให้การรับสารภาพตลอดข้อกล่าวหา ก่อนที่ในเวลาต่อมาจะได้ประกันตัวออกไป โดยผู้เป็นแม่จะออกมาระบุว่า ลูกชายมีอาการทางจิต จากความเครียด แต่ไม่ได้ทานยาต่อเนื่อง ทำให้ช่วงหลังมีอาการทางจิตหนักขึ้น ไม่สามารถควบคุมอารมณ์ตัวเองได้
>>>รวบน้องปี 1 จ่อยิงรุ่นพี่ปี 3 คาห้องน้ำ ม.ดัง สารภาพแค้นโดนมองหน้า
ล่าสุด (11 ส.ค.) รายการเรื่องเล่าเช้านี้ ช่อง 3 รายงานว่า นายณัฐวุฒิ หรือ น้องโฉ ได้เสียชีวิตลงแล้ว หลังจากที่ก่อนหน้านั้นในช่วงเช้า นายเกรียงศักดิ์ พ่อของน้องโฉ ตัดสินใจแจ้งแพทย์ว่า ไม่ต้องฉีดยากระตุ้นหัวใจและความดัน เพื่อยื้อชีวิตลูกชายอีกแล้ว เพื่อไม่ให้ลูกต้องทรมาน ซึ่งชีพจรและความดันของน้องโฉก็ค่อยๆ ลดต่ำลงตั้งแต่ช่วงบ่ายเป็นต้นมา จนกระทั่งเสียชีวิตในช่วงกลางดึก
ก่อนหน้าที่น้องโฉจะเสียชีวิต เมื่อช่วงบ่ายวานนี้ (10 ส.ค.) นายเกรียงศักดิ์ เพิ่งจะเปิดเผยถึงอาการลูกชายกับทีมข่าวว่า ตนได้แจ้งแพทย์ ให้หยุดจ่ายยากระตุ้นหัวใจและความดันกับลูกชาย เนื่องจากแพทย์แจ้งตั้งแต่วันแรกแล้วว่า ลูกชายอาการสาหัส สมองตายแล้ว ไม่สามารถให้ยาปฏิชีวณะใดๆ ได้อีก ทำได้แค่จ่ายยากระตุ้นหัวใจ เลี้ยงชีพจรเอาไว้เท่านั้น
โดยก่อนหน้านี้ ตนเคยแจ้งแพทย์ให้หยุดจ่ายยากระตุ้นหัวใจไปแล้วถึง 3 ครั้ง แต่ก็เปลี่ยนใจ ให้กลับมากระตุ้นใหม่ เพราะยังทำใจไม่ได้ แต่สุดท้ายก็ไม่อยากให้ลูกทรมานอีก จึงตัดสินใจครั้งสุดท้ายว่า หากลูกจะต้องจากไปจริงๆก็ต้องปล่อยให้เป็นไปตามธรรมชาติ
โดยในวันนี้ (11 ส.ค.) ทีมแพทย์จะทำการผ่ากะโหลกศีรษะของน้องโฉ เพื่อนำชิ้นส่วนกระสุนที่ฝังอยู่ออกมา ส่งมอบให้เจ้าหน้าที่ตำรวจ และจะส่งศพให้ทำการผ่าชันสูตรตามขั้นตอนอีกครั้ง
ย้อนกลับไปเมื่อช่วงบ่ายวานนี้ (10 ส.ค.) นายเกรียงศักดิ์ และ นางซ่อนกลิ่น สิงห์สร บิดา-มารดา ของนายน้องโฉ พร้อมทนายเกิดผล แก้วเกิด ซึ่งอาสามาช่วยเหลือเรื่องคดีความให้กับทางครอบครัว เดินทางไปที่ สภ.เมืองนครปฐม เพื่อเจรจากับ คู่กรณี และตัวแทนจากทางมหาวิทยาลัย เกี่ยวกับการเยียวยาครอบครัวของนายน้องโฉในเบื้องต้น
โดย นางจันทร์ (นามสมมติ) มารดาของ น้องเทนนิส (ขอสงวนชื่อและนามสกุล) นักศึกษาปี 1 ผู้ก่อเหตุ เดินทางมาพร้อมทนายความ ส่วนทางมหาวิทยาลัยส่งเจ้าหน้าที่นิติกรมาเป็นตัวแทนในการเจรจา ใช้เวลาพูดคุยกันประมาณ 1 ชั่วโมง ก่อนที่จะแยกย้าย โดยหลังจากเจรจากับคู่กรณีเสร็จสิ้น ทนายเกิดผล ยังพา พ่อ-แม่ ของนายน้องโฉ ไปพบกับพนักงานสอบสวน เพื่อปรึกษาเรื่องการดำเนินคดีอาญาด้วย
โดย นางจันทร์ มีอาการเครียด และปฏิเสธที่จะให้ข้อมูลใดๆ กับผู้สื่อข่าว แต่ในระหว่างการเจรจา ก็มีการพูดคุยกับทางทนายเกิดผลเข้าใจเป็นอย่างดี โดยนางสาวโชติกา ทนายความของนางจันทร์ เปิดเผยว่า ได้ตกลงกับครอบครัวของนายน้องโฉ ว่าจะช่วยเหลือทางด้านมนุษยธรรมก่อน เป็นเงินอีก 2 หมื่นบาท ภายในวันเสาร์นี้
หลังจากที่ก่อนหน้านี้ได้นำเงินไปมอบให้ทางครอบครัวผู้เสียหายแล้ว 2 หมื่นบาท ซึ่งทนายความก็บอกว่า นางจันทร์ค่อนข้างเครียด เพราะมีปัญหาเรื่องการเงินอยู่แล้ว เงินที่นำมาช่วยเหลือผู้เสียหาย ต้องไปหยิบยืมมา แต่ก็เข้าใจเป็นอย่างดี ว่าเป็นความผิดที่ลูกชายของตนไปก่อเหตุ ซึ่งนางจันทร์ก็ยินดีที่จะรับผิดชอบต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ส่วนตัวน้องเทนนิส ตอนนี้ยังคงอยู่ในการดูแลของ สถาบันกัลยาณ์ราชนครินทร์ ซึ่งดูแลผู้ป่วยจิตเวชที่มีคดีความ
ด้าน ทนายเกิดผล แก้วเกิด เปิดเผยว่า การเจรจาครั้งนี้ เพื่อหาแนวทางในการชดใช้เยียวยาครอบครัวในเบื้องต้นก่อน ไม่ได้มีการเรียกร้องจำนวนเงินเป็นตัวเลขที่แน่นอน เพราะตอนที่มีการเจรจากัน น้องโฉยังไม่เสียชีวิต จึงยังไม่รู้ว่าจะต้องชดเชยให้ทางครอบครัวอย่างไร ซึ่งหลังจากที่น้องโฉเสียชีวิตแล้ว ก็จะต้องมาเจรจากันอีกครั้ง ทั้งฝ่ายคู่กรณี รวมทั้งมหาวิทยาลัย หากคุยกันลงตัว ก็จะไม่มีการฟ้องแพ่งใดๆต่อกัน
เบื้องต้น ทางนางจันทร์ ยินยอมที่จะมอบเงิน 2 หมื่นบาท ให้กับทางครอบครัวน้องโฉ ภายในวันเสาร์นี้ ซึ่งเงินจำนวนนี้ไม่ใช่เงินค่าเสียหายต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เป็นเพียงการช่วยเหลือเบื้องต้นเท่านั้น
ส่วนทางมหาวิทยาลัยก็ระบุว่า ยังไม่มีแนวทางที่ชัดเจน ว่าจะสามารถเยียวยาได้อย่างไร เพราะเหตุการณ์นี้ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน การจะเบิกจ่ายใดๆ ต้องผ่านการประชุมของคณะผู้บริหาร แต่ทราบว่า ทางคณะอาจารย์และเพื่อนๆ ได้มีการเปิดบัญชีช่วยเหลือครอบครัวน้องโฉ รวบรวมเงินได้แล้ว ราวๆ 4 หมื่นบาท
ส่วนทางคดีอาญา ตนไม่กังวลใจ เพราะผู้ต้องหาก็ให้การรับสารภาพ รวมทั้งวัตถุพยานต่างๆที่ตำรวจรวบรวมได้ก็มีความชัดเจน ส่วนประเด็นที่ทางมารดาน้องเทนนิสแย้งว่า ลูกชายมีอาการทางจิตนั้น พนักงานสอบสวนไม่ปักใจเชื่อ เพราะสอบปากคำน้องเทนนิสแล้ว มีการโต้ตอบได้เข้าใจทุกอย่าง จึงทำสำนวนดำเนินคดีไปตามข้อเท็จจริง ส่วนจะป่วยจริงหรือไม่นั้น ต้องให้ศาลเป็นผู้ตัดสิน
ดาวน์โหลดสนุกแอปฟรี
