ปมขัดแย้งมรดก! ฆ่าโหดเศรษฐินีเมืองชุมพรวัย 80 ปี

ปมขัดแย้งมรดก! ฆ่าโหดเศรษฐินีเมืองชุมพรวัย 80 ปี

ฆ่าโหดเศรษฐินีเมืองชุมพรวัย 80 ปี สุดเหี้ยมใช้ของแข็งทุบศีรษะยุบ คอหักหมุนรอบ ก่อนมัดมือ-เท้ายัดถุงดำทิ้งริมถนน ลูกสาวเห็นศพแทบลมจับ ระบุแม่หายตัวไป 1 วัน ด้านตำรวจมุ่งปมขัดแย้งมรดกหลายสิบล้านระหว่างลูกหลาน ขณะที่เพื่อนบ้าน เผยก่อนเป็นศพมีหญิงแปลกหน้า 2 คนพาออกบ้าน

เหตุการณ์สะเทือนขวัญเศรษฐินีเมืองชุมพรถูกคนยร้ายฆ่าโหดยัดถุงดำ เปิดเผยเมื่อเวลา 07.50 น. วันที่ 27 กุมภาพันธ์ ร.ต.ท.ทวัตไชย ไชยวรรณ์ ร้อยเวรสอบสวน สภ.ย่อยปฐมพร อ.เมือง จ.ชุมพร รับแจ้งเหตุพบถุงขนาดใหญ่มีหยดเลือดไหลวางไว้ที่ศาลาพักผู้โดยสารริมถนนเพชรเกษม ม.9 ต.วังไผ่ อ.เมือง ตรงข้าม สภ.ย่อยแยกปฐมพร หลังรับแจ้งเหตุจึงนำกำลังไปตรวจสอบที่เกิดเหตุ พร้อมเจ้าหน้าที่กู้ภัยอย่างเร่งด่วน

ที่เกิดเหตุพบประชาชนจำนวนมากยืนดูเหตุการณ์ เจ้าหน้าที่จึงขอความร่วมมือให้บรรดาไทยมุงถอยห่างออกจากจุดเกิดเหตุ จากนั้นจึงเข้าไปตรวจสอบเบื้องต้นพบว่า ถุงดังกล่าวมีหยดเลือดไหลออกมา และส่งกลิ่นเหม็นเหมือนซากศพ จึงมอบหมายให้เจ้าหน้าที่กู้ภัยนำถุงดังกล่าวไปให้แพทย์โรงพยาบาลชุมพรเขตรอุดมศักดิ์ ชันสูตรพลิกศพที่ห้องชันสูตรของโรงพยาบาล

ทั้งนี้เมื่อเปิดถุงดำพบ ภายในยังมีถุงดำซ้อนกันอีก 4 ชั้น ก่อนที่จะพบกระเป๋าขนาดใหญ่อยู่ภายใน เมื่อเปิดดูพบศพหญิงสูงอายุ ผิวขาว นุ่งผ้าถุงสีเหลืองลายดอก สวมเสื้อเชิ้ตแขนสามส่วนสีน้ำตาลอ่อนลายดอก แขวนสร้อยคอสแตนเลส ห้อยพระ 1 องค์ หูทั้ง 2 ข้างใส่ตุ้มหูเพชร สภาพศพนอนคุดคู้ ข้อเท้าและข้อมือถูกมัดด้วยเชือกฟางสีฟ้า ปากถูกพันทับด้วยเทปกาวสีน้ำตาลจำนวนหลายรอบ บริเวณศีรษะด้านขวามีบาดแผลถูกตีด้วยของแข็งกะโหลกยุบ ด้านซ้ายมีแผลแตกเป็นทางยาวประมาณ 3 ซ.ม. ลำคอหักหมุนได้รอบ ใบหน้าเขียวช้ำบวมปูด คล้ายถูกทุบตี ส่วนบริเวณลำตัวไม่พบบาดแผล แพทย์ระบุว่า ผู้ตายน่าจะเสียชีวิตไม่ต่ำกว่า 18 ชั่วโมง

ภายหลังการชันสูตรพลิกศพ ต่อมาได้มีนายสุจินต์ บุษบรรณ อายุ 45 ปี อยู่บ้านเลขที่ 2/2 ถนนทวีสินค้า ต.ท่าตะเภา อ.เมือง จ.ชุมพร เจ้าของปั๊มน้ำมัน ปตท. "ทองมีบริการ" และนางจันทนา ยลัญสัจจา อายุ 55 ปี ป้าของนายสุจินต์ อยู่บ้านเลขที่ 54 ถนนทวีสินค้า ต.ท่าตะเภา อ.เมือง จ.ชุมพร เดินทางเข้าพบพนักงานสอบสวนที่ สภ.ย่อยปฐมพร หลังจากทราบข่าวว่า มีศพนิรนามถูกฆ่ายัดนัดถุงดำดังกล่าว เนื่องจากก่อนหน้านี้เมื่อเวลา 20.00 น.วันที่ 26 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมาทั้งสองคนได้เข้าแจ้งความที่ สภ.เมืองชุมพร ว่า นางละเมียด ยลัญสัจจา อายุ 80 ปี มารดาของนางจันทนา ได้หายออกจากบ้านไปตั้งแต่เวลา 13.00 น.

จากนั้นพนักงานสอบสวนได้พา นายสุจินต์ และ นางจันทนา ไปดูศพที่โรงพยาบาลชุมพรเขตรอุดมศักดิ์ และเมื่อทั้งสองคนพบศพผู้เสียชีวิตถึงกับผงะและร้องไห้ออกมาทันที พร้อมยืนยันว่า ผู้ตายคือ นางละเมียด มารดาที่หายออกจากบ้านไป ทั้งนี้นางจันทนา ให้การกับตำรวจทั้งน้ำตาว่า ปกติจะอาศัยอยู่กับมารดา ที่บ้านเลขที่ 54 ถนนทวีสินค้า ต.ท่าตะเภา อ.เมือง โดยก่อนเกิดเหตุเวลาประมาณ 11.00 น.วันที่ 26 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมาได้ออกจากบ้านไปดูแลสวนปาล์มน้ำมันและสวนมังคุดในพื้นที่ ต.บางลึก อ.เมืองชุมพร ส่วนมารดายู่บ้านเพียงลำพัง

นางจันทนา ให้การต่อว่า กระทั่งเวลา 13.00 น. ได้กลับมาบ้านพบว่า ประตูบ้านถูกปิดคล้องกุญแจไว้ โดยเพื่อนบ้านบอกว่า เห็นมารดาเดินออกจากบ้านไป ตอนนั้นไม่ได้รู้สึกผิดสังเกต จึงเฝ้ารอกระทั่งค่ำ แต่ปรากฎว่า มาราดยังไม่กลับมาบ้าน จึงชักชวนนายสุจินต์ หลานเขยเข้าแจ้งความเรื่องคนหายไว้ที่ สภ.เมืองชุมพร กระทั่งมาทราบข่าว พบศพหญิงชรา จึงเดินทางมาดูศพและพบว่าเป็นมารดา

พ.ต.ต.วิชิต ขำคชกรรณ สารวัตรสืบสวน หัวหน้าชุดสืบสวน สภ.เมืองชุมพร กล่าวว่า จากการสืบสวนเบื้องต้นตำรวจมุ่งประเด็นปมขัดแย้งเรื่องมรดกเนื่องจาก ผู้ตาย มีฐานะร่ำรวยในระดับเศรษฐินีคนหนึ่งใน จ.ชุมพร มีทรัพย์สินเป็นที่ดินจำนวนมากหลายสิบล้านบาท และยังเป็นเจ้าของบ้านเช่าประมาณ 100 ห้องภายในซอยตามี ถนนทวีสินค้า อ.เมืองชุมพร ละแวกใกล้บ้านของผู้ตาย

"นางละเมียมีบุตร 4 คน หญิง 3 คน ชาย 1 คน จากการสืบสวนในเชิงลึกพบว่า ทรัพย์สินส่วนใหญ่เป็นที่ดิน โดยนางละเมียดยังไม่ได้แบ่งให้บุตรคนใดคนหนึ่ง จึงทำให้บรรดาลูกๆ มีเรื่องขัดแย้งเรื่องแบ่งมรดกเรื่อยมา ส่วนประเด็นอื่นๆ เช่น ฆ่าชิงทรัพย์ไม่น่าจะใช่ เพราะในวันเกิดเหตุผู้ตายไม่ได้นำทรัพย์สินใดๆ ติดตัวออกจากบ้านไป นอกเหนือจากสร้อยคอสแตนเลสห้อยพระ 1 องค์ และตุ้มหูเพชรที่สวมใส่ไป ซึ่งเรื่องนี้ตำรวจจะได้สืบสวนหาสาเหตุที่แท้จริงอย่างละเอียดอีกครั้งหนึ่ง เพื่อติดตามจับกุมคนร้ายรายนี้มาดำเนินคดี" พ.ต.ต.วิชิต กล่าว

เพื่อนบ้านคนหนึ่งของผู้ตาย เปิดเผยว่า ก่อนเกิดเหตุประมาณ 2 วัน เห็นผู้ตายเดินผ่านหน้าบ้าน โดยมีหญิงสาวแปลกหน้าวัยกลางคนจำนวน 2 คน แต่งตัวไม่ดีเดินประกบสองข้าง เมื่อสอบถามว่า จะไปไหน ผู้ตายยังไม่ทันตอบ กลับกลายเป็นว่า หญิงสาวที่เดินประกบรีบตอบแทนว่า จะไปตลาด จากนั้นก็ไม่พบเห็นผู้ตายอีกเลย กระทั่งมาทราบว่า ถูกฆ่าตายแล้ว

 

 

ติดตามSanook! News

ข่าวด่วน เกาะกระแสข่าวดัง บน Facebook คลิกที่นี่ และร่วมเป็นแฟนเพจเราบน Facebook.. ได้ที่นี่เลย!!