เปิดกล้องตามรอย "ควายบุญรอด" เจอปมปศุสัตว์รู้เห็นซื้อขาย

เปิดกล้องตามรอย "ควายบุญรอด" เจอปมปศุสัตว์รู้เห็นซื้อขาย

แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook

ผู้ร่วมไถ่ชีวิต "ควายบุญรอด" และกลุ่มคนรักสัตว์ เกาะรอยตามหาควายที่หายไป เช็คภาพจากกล้องวงจรปิด พบเบาะแสเจ้าหน้าที่ปศุสัตว์ก็รู้เห็นเป็นใจในการขายควายด้วย 

(23 ก.ค.) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายรพีภัค ธราธรพิทักษ์ ผู้รวบรวมเงินไถ่ชีวิตควายบุญรอด พร้อมด้วย นางสาวณัฐธยาน์ พลหาญทองลงยา ประธานกรรมการมูลนิธิอนุรักษ์โคกระบือและให้ชีวิตใหม่แก่สัตว์ถูกทอดทิ้ง ได้เดินทางไปตรวจสอบควายสองแม่ลูก ซึ่ง นายวรพล เกษตรกรอ้างว่า ได้แลกเปลี่ยนกับควายบุญรอด

โดยควายแม่ลูกตัวดังกล่าว นายวรพลไปฝากเลี้ยงไว้ที่ศูนย์การเรียนรู้เศรษฐกิจพอเพียงและพลังงานทดแทน หมู่ 11 ตำบลทุ่งสมอ ก่อนจะได้พบ นายพงศักดิ์ อายุ 47 ปี ซึ่งเป็นเจ้าของศูนย์ดังกล่าว พร้อมทั้งเปิดเผยว่าเมื่อวันที่ 30 มิถุนายนที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ปศุสัตว์อำเภอเขาค้อ ได้มาฉีดวัคซีนไก่ให้ที่ฟาร์ม และได้เห็นว่าตนเลี้ยงควายอยู่จำนวนหนึ่ง เจ้าหน้าที่ปศุสัตว์ได้บอกว่า จะขอนำควายมาฝากเลี้ยง 1 ตัว ซึ่งตนก็ยินดีเพราะเป็นคนที่จะรับฝากและเลี้ยงให้

จนกระทั่ง วันที่ 11 กรกฎาคม 2560 เจ้าหน้าที่ปศุสัตว์อำเภอเขาค้อ และ นายวรพล ได้นำควายเพศเมีย พร้อมกับลูกอายุประมาณ 4 เดือน รวม 2 ตัว ไม่ใช่แค่ควาย 1 ตัว ตามที่แจ้งไว้ตั้งแต่แรก โดยอ้างว่าควายตัวที่จะนำมาฝากทีแรกเป็นแผลที่คอรักษายาก จึงได้เปลี่ยนมาเป็นควายสองแม่ลูกนี้แทน ซึ่งตนก็ไม่ขัดข้องเพราะเป็นคนชอบเลี้ยงควายอยู่แล้ว

ทางด้าน นายรพีภัค กล่าวว่า จากการที่ได้มาติดตามดูควายสองแม่ลูกที่นายวรพล อ้างว่าเปลี่ยนกับควายบุญรอด เมื่อประมาณสองเดือนที่ผ่านมา รวมทั้งปศุสัตว์อำเภอเขาค้อได้ปฏิเสธว่า ไม่รู้เรื่องที่นายวรพลนำควายบุญรอดไปขาย ซึ่งจากการพูดคุยพบว่า นายวรพล เพิ่งเอาควายสองแม่ลูกมาฝากเลี้ยง เมื่อวันที่ 11 กรกฎาคมที่ผ่านมา รวมทั้งมีเจ้าหน้าที่ของปศุสัตว์อำเภอเขาค้อไปด้วยกัน จึงเป็นไปไม่ได้ว่าปศุสัตว์อำเภอเขาค้อ จะไม่ทราบว่ามีการซื้อขายและเปลี่ยนควายบุญรอด

จากพฤติกรรมต่างๆ และข้อมูลที่ปศุสัตว์ได้บอกกล่าวกับสังคม แทบจะไม่ตรงกับความเป็นจริงทั้งสิ้น รวมทั้งรถที่มาส่งควายสองแม่ลูกก็วิ่งตรงจากจังหวัดชัยภูมิ และมาส่งในช่วงเช้ามืดของวันที่ 11 กรกฎาคม ไม่ใช่รถเ ร่อย่างที่นายวรพลได้กล่าวอ้างไว้ตั้งแต่แรก ซึ่งขณะนี้ตนกำลังติดตามขอกล้องวงจรปิดตามจุดต่างๆ เพื่อที่จะนำมาประกอบการดำเนินคดี พร้อมทั้งเตรียมหารือกับหลายฝ่าย เพื่อดำเนินคดีกับผู้ที่เกี่ยวข้อง กับขบวนการดังกล่าวด้วย และติดตามหาควายบุญรอดต่อไป

สำหรับ นายวรพล เกษตรกรที่นำควายบุญรอดไปขาย พนักงานสอบสวนได้ส่งฟ้องศาลจังหวัดหล่มสัก โดยศาลมีคำสั่งพิพากษาจำคุก 1 เดือน โดยไม่รอลงอาญาและโทษปรับ 35,000 บาท ซึ่งนายวรพลได้ใช้หลักทรัพย์ประกันตัวเพื่อยื่นอุทธรณ์ในเวลาต่อมา

แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook